
‘อิสราเอล-อิหร่าน’ เปิดฉากโจมตีทางอากาศดุเดือด ‘ทรัมป์’ ยัน แผนสันติภาพต้องเดินต่อ
แลกหมัดวัดใจ! ‘อิสราเอล-อิหร่าน’ เปิดฉากโจมตีทางอากาศโต้กันดุเดือด แต่ ‘ทรัมป์’ ยืนกรานแผนสันติภาพต้องเดินต่อ
สำนักข่าว Reuters รายงานข่าว เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา กองทัพอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศเข้าใส่เป้าหมายทางทหารหลายแห่งภายในประเทศอิหร่าน ซึ่งระบุว่าเป็นปฏิบัติการเพื่อตอบโต้อย่างสาสม หลังจากที่อิหร่านได้ส่งโดรนและขีปนาวุธถล่มดินแดนอิสราเอลก่อนหน้านี้ ท่ามกลางเสียงไซเรนเตือนภัยที่ดังระงมทั่วทั้งภูมิภาค
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ในขณะที่เบื้องหน้ามีเหตุปะทะกันอย่างรุนแรง แต่ทีมการทูตของสหรัฐฯ ยังคงทำงานอย่างหนักหลังฉาก โดยมีการต่อสายตรงไปยังผู้นำของกลุ่มประเทศอาหรับ รวมถึงซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกฝ่ายยังคงยึดมั่นในกรอบข้อตกลงความร่วมมือระยะยาว
นักวิเคราะห์มองว่า วิกฤตการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบที่หินที่สุดสำหรับข้อตกลงสันติภาพ (หรือแนวคิดที่ต่อยอดมาจากอับราฮัม แอคคอร์ด) เนื่องจากรัฐบาลทรัมป์ตั้งเป้าที่จะดึงซาอุดีอาระเบียให้เข้ามาลงนามรับรองความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอลอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นหมากตัวสำคัญในการโดดเดี่ยวอิหร่าน
ทางด้านรัฐบาลเตหะราน (อิหร่าน) แม้จะประกาศกร้าวพร้อมตอบโต้อิสราเอลในทุกรูปแบบ แต่ท่าทีล่าสุดยังคงแสดงให้เห็นว่า อิหร่านกำลังใช้ความระมัดระวังเพื่อไม่ให้ตนเองต้องตกเป็นเป้าสายตาและถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากประชาคมโลกเพิ่มเติมไปมากกว่านี้
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกมาแสดงความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า เหตุการณ์โจมตีทางทหารระลอกล่าสุดระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน จะไม่เป็นอุปสรรคหรือทำลายความพยายามของรัฐบาลวอชิงตัน ในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพครั้งประวัติศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ถ้อยแถลงของทรัมป์ มีขึ้นเพื่อสยบความกังวลของเหล่านักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทั่วโลก ที่ต่างพากันเตือนว่า ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างกะทันหันระหว่างสองคู่ปรับตลอดกาล อาจทำให้แผนการทูตที่สหรัฐฯ พยายามปูทางมาโดยตลอดต้องพังทลายลงในพริบตา
ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนเข้าร่วมการประชุมที่ทำเนียบขาวว่า "เรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น เรามีการเจรจาที่ยอดเยี่ยมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และทุกคนต่างต้องการให้เกิดความสงบสุข สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงอุปสรรคชั่วคราวระหว่างทางเท่านั้น"
แม้ว่าทรัมป์จะแสดงความมั่นใจอย่างมากในเวทีสาธารณะ แต่กระทรวงต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ (เพนตากอน) ยังคงสั่งการให้กองกำลังอเมริกันในภูมิภาคตะวันออกกลางเตรียมความพร้อมในระดับสูง เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจพลิกผันและบานปลายได้ทุกเมื่อในช่วงสัปดาห์นี้



