ข่าว

วอลล์เปเปอร์แก้เครียดได้ชะงัด

วอลล์เปเปอร์แก้เครียดได้ชะงัด

06 มิ.ย. 2553

สายๆ วันที่ 2 มิ.ย.2553 ภายหลัง "นายกฯ อภิสิทธิ์" นำทัพ 4 รัฐมนตรีรอดพ้นซักฟอกอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบงึ่กๆ งั่กๆ อุ๊ๆ อ๊ะๆ ท่ามกลางการโหวตสวนทวนกระแสน้ำของ 14 ส.ส.จาก “พรรคเพื่อแผ่นดิน” ทำเอาสมานฉันท์ในรัฐบาลมีปัญหา

"ปู่จิ้น" ชวรัตน์ ชาญวีรกูล หน.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) พรรคร่วมเบอร์หนึ่งในรัฐบาลถึงกับควันออกหู อัดพรรคเพื่อแผ่นดิน (พผ.) ไร้มารยาท แถมขีดเส้นกดดันให้ “อภิสิทธิ์” เลือกเอาว่าจะเลือกใครระหว่าง “ภท. หรือ พผ.”

 ทำเอา "นายกฯ รูปหล่อ" ที่ลึกๆ ยังรักพี่แต่เสียดายน้อง ต้องโยนเผือกร้อนให้ "พี่เทพประทาน" รีบใส่เกียร์ 5 หน้าเดิน เพื่อเคลียร์ปัญหาเป็นการด่วน

 ขณะที่เริ่มคล้อยบ่ายสถานการณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลก็ถูกจับตามองมากขึ้น เมื่อ "นายกฯ อภิสิทธิ์" ต้องนั่งหัวโต๊ะประชุม ครม.ท่ามกลางสายตาของกระจอกข่าวที่ต่างจับจ้องว่ารัฐมนตรีจะมากันครบทุกคน ทุกพรรคหรือไม่ แต่สุดท้ายก็ผ่าน มากันครบทั้งผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ

 แต่ทว่า...หลังการประชุม "ปู่จิ้น" กลับนำทีม รมต.ค่ายเนวิน ปิดห้องคุยกับ "นายกฯ อภิสิทธิ์" เป็นการส่วนตัว นาทีนี้ใครเป็น "นายกฯ รูปหล่อ" คงทนทำหน้าหล่ออยู่ไม่ไหว เพราะไหนจะเครียดสะสมจากวินาศกรรมป่วนเมือง ไหนจะถูกรุมซักฟอก 2 วัน 2 คืน ยังต้องมาเจอปัญหาบ้านแตกเข้าให้อีก

 แต่ที่ไหนได้ ไม่ยักเป็นอย่างที่คิด "นายกฯ อภิสิทธิ์" ยังรักษาความหล่อไว้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ แล้วความประหลาดใจก็คลายลงทันที เมื่อมองเลยไปเห็นยาแก้เครียดของ "นายกฯ" อยู่ไม่ห่าง "ศิริโชค โสภา" เจ้าของฉายาวอลล์เปเปอร์ ทำหน้าที่ยาแก้เครียดได้สมคำร่ำลือจริงๆ

 เพราะประเด็นที่ทำให้ "นายกฯ รูปหล่อ" หัวร่อคิกคักออกมาได้ กลายเป็นหัวข้อสนทนาเกี่ยวกับนักเตะทีมปืนใหญ่ อาร์เซนอล ที่ชื่อ "ธีโอ วัลคอตต์" นั่นเอง

"มือรอง" ก็ไม่รอด

 ไม่เพียงแค่อาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออกจะเกิดกับคู่กรณี "รุ่นใหญ่" จากค่ายภูมิใจไทยและเพื่อแผ่นดิน ภายหลังเกิดกรณีเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดด้วยการ "โหวตสวน" กลางสภาในศึกซักฟอกเท่านั้น

 แต่ควันหลงยังตกมาถึงมือรองอย่าง "ทีมงานรองโฆษกรัฐบาล" ชนิดที่เห็นได้จะจะตา จากการประชุม ครม.ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน

 รายเเรก...รองฯ 1 ศุภชัย ใจสมุทร ในฐานะคนรู้ใจ "น.หนูใหญ่ จากบุรีรัมย์" มาช้ากว่าเพื่อนๆ จนทีมงานต้องถามกันว่า

 "ตกลงบังซุบจะขึ้นโพเดี้ยมกับพรรคพวกไหมนี่?"

 แต่รอเเล้วรอเล่าจนกระจอกข่าวต้องเลียบๆ เคียงๆ ถามขึ้นว่า "จะเเถลงมติ ครม.ไหม"

 คำตอบที่ได้รับสัญญาณเเรงชัดทั่วตึกนารีสโมสรคือ "ไม่"

 ตามมาด้วยอาการอัดควันเข้าปอดถี่ยิบ นัยว่าช่วยคลายความอัดอั้นตันอุราที่ได้รับมาเมื่อเช้ายังไงยังงั้น แถมด้วยการเอ่ยปากซัดพรรคร่วมซะเต็มเหนี่ยว

 รายที่สอง "เสี่ยต่อ" วัชระ กรรณิการ์ จากชาติไทยพัฒนา พี่ชายคนนี้ยิ้มทั้งวัน เเละเป็นคนกลางที่คอยสอบถามว่า...

 "พี่น้องพร้อมเเถลงหรือยังครับ"

 เเละเมื่อได้รับสัญญาณข้างต้น คนรู้ใจมังกรสุพรรณก็ฉีกยิ้มขึ้นเวทีเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 ส่วนรายสุดท้าย "พี่หมอ" ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ จากเพื่อเเผ่นดิน ดูท่าจะอาการหนักสุด เพราะออกอาการซึมกว่าใครเพื่อน

 "สัปดาห์นี้ผมอาจเเถลงครั้งสุดท้ายก็ได้นะ"

 เป็นเสียงอดีต ส.ส.ศรีสะเกษเปรยขึ้นมาลอยๆ กับนักข่าวทำเนียบก่อนขึ้นเวที

 เเละแถมด้วยมุกสุดท้ายที่หยอดก่อนจบว่า...

 "วันนี้ทำเนียบร้อนนะครับ"

 แหมๆ ๆ "พี่หมอ" อากาศวันนั้นมันร้อนก็จริงอ่ะนะ เเต่คนที่ดูจะร้อนกว่าน่าจะเป็นคนพูดนะตัวเอ๊งงง... !!!

ลองใจได้ไม่คุ้มเสีย 

 ศึก 5 ก๊ก ใน "เพื่อแผ่นดิน" กลายเป็นประวัติศาสตร์การเมืองไทยไปซะแล้ว จาก "เพื่อนรักกลุ่ม 16" ต้องมาขัดใจกัน เพราะเรื่อง "งบประมาณ" บานปลายถึงขั้นทำให้ต้องกระเด็นจากเก้าอี้รัฐมนตรี

  เพราะผู้มีอำนาจตัวจริงในกลุ่มอยู่เบื้องหลังการทำงานเกิดอาการอยาก "ลองของ" การลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล แต่การลงมติครั้งนี้แม้ว่าจะสังกัดอยู่พรรคเดียวกันแต่มีหลายก๊ก เวลาลงมติจึงต้องให้ไปตัดสินใจกันเอาเอง

 แต่ละก๊วนก็มีคำสั่งไม่เหมือนกันขึ้นกับสายสัมพันธ์ของตัวจริงที่มีต่อ "พรรคภูมิใจไทย" 

 ผลโหวตออกมามี "3 ก๊ก" สวนมติไม่ไว้วางใจทำให้ "รัฐมนตรี" ที่ถูกอภิปรายถึงกับออกอาการเต้นประกาศลั่น "นายกรัฐมนตรี" ต้องจัดการมี "ภูมิใจไทย" ต้องไม่มี "เพื่อแผ่นดิน"

 ว่ากันว่างานนี้ที่ลงมติสวนแค่เบาะๆ เป็นถอนรอยแค้นที่ "ภูมิใจไทย" ทำเอาไว้ในพื้นที่เรื่องงบประมาณที่มีการขบกันอยู่ แต่ไม่นำหลักฐานมัดตัวคนทุจริตมาให้นายกรัฐมนตรีดูได้ อ้างเพียงว่าข้าราชการในพื้นที่อึดอัดใจกับสิ่งที่พรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคทำ

 นอกจากถอนรอยแค้นแล้วยังต้องการ "ลองของ" กฎเหล็ก 9 ข้อของ "นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ยังศักดิ์สิทธิ์อยู่หรือไม่

 หลังการลงมติอภิปรายปรากฏว่า มีฟอร์จูนเนอร์สีเทาคู่ปรับเก่าของเสื้อเหลืองสมัยปิดล้อมสภามารับ ส.ส.เพื่อแผ่นดินที่อยู่ในสังกัด 3 ก๊ก บางคนที่เปลี่ยนใจมาโหวตหนุนรัฐบาลออกไปจากสภาทันที

 แต่งานนี้ "แกนนำกลุ่ม 3 ก๊ก" คงกลับไปถอดใจ เพราะสิ่งที่ได้จากการ "ลองใจ" ได้ไม่คุ้มเสียเอาซะเลย!!!