
สติ ดับเพลิง
หลังเหตุการณ์บ้านเมืองผ่านพ้นไป ได้ฟังว่าคนไทยหันมาตื่นตัวกับสินค้าและบริการสองอย่างมากขึ้น จะพูดว่าเริ่มขายดิบขายดี ก็ไม่ผิดเพี้ยนนัก
อย่างแรกก็คือ “ประกันภัย” คุ้มครองความเสียหายอันเกิดจากเหตุจลาจลหรือภัยก่อการร้าย ผมเห็นธุรกิจห้างร้านต่างๆ เริ่มออกอาการหวั่นวิตก ที่เคยไม่ควัก ก็เปลี่ยนใจ ยอมทุ่มทุนจ่ายเบี้ย ด้วยวิเคราะห์แล้วว่า “คุ้ม” เพราะหากเกิดอะไรขึ้นมา ก็ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง
อีกอย่างคือ “ถังดับเพลิง” เนื่องจากยังมีการคาดเดาไปต่างๆ นานาว่าเหตุร้ายยังไม่จบสนิทดี ต่อไปก็ต้องระวัง แผนใต้ดินอาจเกิดเมื่อไหร่ ไม่มีใครฟันธงได้ หากเกิดลอบเผาตึกขึ้นมาจริง อุปกรณ์ที่ว่าจะช่วยเหลือตัวเองได้เบื้องต้น ผ่อนหนักให้เบาลง
จึงขอฝากไปถึงพ่อค้านายทุนซะเลยครับ อย่าฉวยโอกาสโก่งราคาดื้อๆ เพราะตอนนี้สภาพจิตใจคนไทยยังไม่ฟื้นเต็มตัว การกระหน่ำซ้ำเติมไม่ใช่วิธีของชาวพุทธ และยิ่งอาจเพิ่มความไม่ไว้ใจกันมากขึ้น
แต่จะว่าไปแล้ว ก่อนที่ไฟจะเผาบ้าน เผาเมือง วันนี้ผมว่า “เพลิง” ที่แผดเผาในใจคนไทยบางคนยังคุกรุ่นอยู่ วิธีการแบ่งพรรคแบ่งพวก แยกกลุ่มเรากลุ่มเขายังไม่หยุด
ฝ่ายที่คิดว่าตัวเองพ่ายแพ้ สูญเสีย ก็ยังอยากจะเอาคืน เพลิงที่มุ่งทำลายยังรอวันปะทุ ใน “หัว” ก็คิดแต่จะแก้แค้น โดยไม่แคร์ “ใจ” ของใครทั้งนั้น ไม่แม้แต่จะสนว่าประเทศจะพังยับเยินหรือไม่?
ขณะที่อีกฝ่ายก็ยังไม่เลิก กระแสของการก่นด่าบนเฟซบุ๊ค การหยามเหยียดว่าเป็น “ผู้ก่อการร้าย” เพื่อให้ตายไปข้างยังคงโหมกระพือ ไม่ต่างจากการจุดไฟเผาให้ตายตกตามกัน
ก่อนที่ “เพลิง” จะลุกไหม้ไปกว่านี้ “การให้อภัยกัน” น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด
ผมเองไม่ใช่คนวิเศษ พูดตรงๆ ก็เคยโดนหลายเรื่องที่ไม่อยากให้อภัยใคร ขณะเดียวกันก็เชื่อว่ามีคนที่ไม่อยากให้อภัยในสิ่งที่ผมพลั้งเผลอไปเหมือนกัน
เราบังคับใครไม่ได้จริง แต่อย่างน้อย เชื่อเถอะครับ เรา “เปลี่ยน” ตัวเองได้
กาลเวลาสอนให้ผมรู้ว่า “ความเคียดแค้น” คือจุดอ่อนในชีวิต ไม่มีประโยชน์ที่จะโกรธเคือง โดยเก็บความทุกข์นั้นไว้ ยิ่งเก็บ ก็ยิ่งเหนื่อย เพราะเหมือนไฟที่มันเผาใจให้หม่นไหม้ไปเรื่อยๆ
ที่สำคัญ ที่เคยคิดว่า “การให้อภัย” เป็นความโง่เขลาของพวกอ่อนแอ ก็เริ่มเข้าใจว่าคิดผิด ข้อเท็จจริงก็คือ “ยิ่งให้อภัย ก็ยิ่งชนะใจตัวเองเท่านั้น”
ถ้าไม่อยากให้มี “ไฟ” ในใจ ดับเพลิงความแค้น ความเกลียดชัง เถอะครับ
สำหรับเรื่องเงินๆ ทองๆ ผมเชื่อว่าคนยังไม่อยู่ในโหมดที่จะพูดเรื่องนี้มากนัก เพราะวาระแห่งชาติเน้นไปที่แผนปรองดอง การฟื้นฟูจิตใจ และเศรษฐกิจให้กลับมาเหมือนเดิม
จึงขอพูดเล็กๆ เชื่อมโยงเกี่ยวกับเรื่อง “ฟืนไฟ” นี่แหละ อยากฝากไปถึงคนที่มีความทะยานอยาก หรือใช้เงินเกินตัว น่าจะมี “ถังดับเพลิง” ติดตัวสักอันก็ดีนะครับ
แถมจ้างให้ไปหาซื้อ ก็ไม่มีใครขายด้วย เพราะเจ้าถังที่ว่าอยู่กับตัวอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับจะใช้หรือไม่?
ทุกครั้งที่โลภ อยากได้ อยากมีที่ไม่จำเป็น หรือรู้ว่าเป็นแค่ความสุขทางใจ มากกว่าทางกายภาพอยู่บ่อยๆ ให้ลองฝึกใช้ “สติ” กำกับ เพราะสติจะช่วยให้รู้เท่าทันความคิดที่หลง เพ้อ หรือยึดติดกิเลสต่างๆ
เมื่อฝึกบ่อยๆ “สติ” จะทำงานโดยอัตโนมัติ เกิดอานิสงส์ช่วยยับยั้งชั่งใจ ไม่ก่อหนี้ยืมสินจนล้นพ้นตัว และสอนให้เอาตัวรอดได้จนตลอดรอดฝั่ง
และที่สำคัญ “สติ” ตัวเดียวกันนี้ ถ้ายิ่งมีในคนหมู่มาก ก็จะช่วยระงับปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ หยุดความแตกแยกได้เหมือนกัน
เชื่อผมเถอะ “สติ” ดับเพลิงได้นะครับ
ชัยพล กฤตยาวาณิชย์ [email protected]



