
กลุ่ม40สว.จี้นายกฯเร่งยุติข้อพิพาทตลาดคลองเตย
กลุ่ม 40 ส.ว.จี้นายกฯ เร่งยุติข้อพิพาทตลาดคลองเตย อัดกระทรวงคมนาคม การท่าเรือ ตำรวจ เพิกเฉยไม่เข้ามาแก้ปัญหาจนเกิดเหตุบานปลาย เชื่อมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะที่นายกฯ รับปากจะเข้ามาดูแล ด้าน ตร.รู้ชื่อจริงหน้า รปภ.ลีเกิ้ลฯ มือยิง 2 ศพแล้ว ระดมกำลังตา
กลายเป็นเรื่องลุกลามออกไปใหญ่โต และไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงได้กับเหตุการณ์ความขัดแย้งของกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าตลาดคลองเตย กับบริษัท ลีเกิ้ล โปรเฟสชั่นแนล จำกัด เป็นเหตุบานปลาย ทำให้มีผู้ถูกยิงเสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บ 3 คน ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม นางรสนา โตสิตระกูล ส.ว.สรรหา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล พร้อมสมาชิกกลุ่ม 40 ส.ว. อาทิ นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี ฯลฯ เข้ายื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อให้เร่งดำเนินการยุติปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ตลาดคลองเตย
น.ส.รสนาให้สัมภาษณ์ว่า ตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา ปัญหาความขัดแย้งในเรื่องการประมูลพื้นที่ตลาดคลองเตย จากการท่าเรือแห่งประเทศไทย มีความรุนแรง และถี่ขึ้นเรื่อยๆ โดยเริ่มจากโยนระเบิดใส่ผู้ชุมนุม ทำให้ได้รับบาดเจ็บ กระทั่งล่าสุดเกิดเหตุการณ์ไล่ยิง ทำให้มีผู้เสียชีวิตเมื่อค่ำวันที่ 18 มีนาคม ที่ผ่านมา ทั้งนี้ทุกฝ่ายเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงคมนาคม และการท่าเรือ รวมทั้งตำรวจต้องเข้ามาร่วมแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง แต่ปรากฏว่าตลอดเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา หน่วยงานเหล่านี้กลับไม่ดำเนินการใดๆ ทำให้ปัญหาทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง จึงต้องการให้ นายกฯ เข้ามาดูแลเรื่องนี้ด้วยตนเอง
"ปัญหาตลาดคลองเตยมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง แต่กระทรวงคมนาคม และการท่าเรือแห่งประเทศไทย ก็ไม่ดำเนินการ โดยเชื่อว่ามีหลายเรื่องมีความลึกเรื่องของผลประโยชน์ ขณะที่ต้องพึ่งรัฐบาลให้จัดการผลประโยชน์ในการท่าเรือ ขณะที่เห็นว่าการระงับเหตุความรุนแรง รัฐบาลจะต้องอำนวยความปลอดภัยให้ประชาชนอย่างเข้มงวด และปฏิบัติตามหลักนิติรัฐ สิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยธรรม และหลักธรรมาภิบาลอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม ปัญหาความรุนแรงในตลาดคลองเตยเป็นเรื่องความขัดแย้งระหว่างกลุ่มผู้ประมูลรายเก่ากับรายใหม่ ขณะที่ประชาชนที่ค้าขายก็ได้รับผลกระทบ" นางรสนากล่าว
อย่างไรก็ตาม จากการติดตามปัญหาของคณะกรรมาธิการพบว่า เกิดจากความขัดแย้งระหว่างกลุ่มผู้ประมูลพื้นที่ตลาดคลองเตยรายใหม่ และกลุ่มผู้ประมูลเก่า แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบคือ กลุ่มผู้ค้าในตลาด เพราะการท่าเรือกลับปล่อยให้ผู้ประมูลเก่า และผู้ประมูลใหม่แก้ปัญหากันเอง ซึ่งการยื่นหนังสือครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้รับปากว่าจะเข้ามาดูเรื่องนี้ ทำให้เชื่อว่าปัญหาต่างๆ จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น
ด้านนายประสาร มฤคพิทักษ์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงต้องเข้ามาแก้ปัญหาด้วยการปลดอาวุธในพื้นที่ รวมทั้งเร่งสะสางคดีที่เกี่ยวข้องทั้ง 38 คดีให้คลี่คลายโดยเร็ว เพราะเรื่องนี้มีผู้มีอิทธิพลและกลุ่มมาเฟียที่เป็นกลุ่มบุคคล ทั้งตำรวจ ทหารบก ทหารเรือ เข้ามาเกี่ยวข้อง จึงต้องจัดการอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคณะกรรมาธิการวุฒิสภาฯ ทั้ง 3 คณะ เตรียมรวบรวมหลักฐานเพื่อยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และเรื่องการทำสัญญาการประมูลพื้นที่ตลาดคลองเตยว่ามีความถูกต้องโปร่งใสหรือไม่
ด้านความคืบหน้าทางคดี พ.ต.อ.ขจรศักดิ์ ปานสาคร รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจฝ่ายสืบสวนของ บก.น.5 และฝ่ายสืบสวนของนครบาล ได้ประสานความร่วมมือติดตามกดดันคนร้ายตามจุดต่างๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดที่คาดว่าคนร้ายจะไปหลบซ่อน โดยตำรวจจะไม่รอให้มีการติดต่อเข้ามอบตัว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ข้อมูลในการสืบสวนมีความคืบหน้าไปมาก ทำให้ทราบว่า นายทร หัวหน้า รปภ. คนร้ายที่ก่อเหตุมีชื่อจริงคือ นายอินทร แสนภิบาล อายุ 51 ปี เป็นทหารนอกราชการ
ส่วนการดูแลความสงบเรียบร้อยภายในตลาดคลองเตยนั้น พ.ต.อ.ขจรศักดิ์กล่าวว่า ได้เพิ่มกำลังตำรวจตรวจตราดูแลความสงบเรียบร้อยวันละ 2 กองร้อย โดยเพิ่มจุดตรวจตราซึ่งเป็นจุดที่ล่อแหลม และจะเดินตรวจตราตลอดเวลา ทั้งนี้จากการเข้มงวดกวดขันดังกล่าว ทำให้เมื่อช่วงเวลา 01.00-02.00 น.ตำรวจสามารถตรวจค้นจับกุม นายชัยนันท์ ขวัญมาตร อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 218/103 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางพลัด เขตบางกอกน้อย กทม. ขณะพกอาวุธปืนขนาด.38 ติดตัว แต่อาวุธปืนที่ตรวจพบเป็นอาวุธปืนที่มีทะเบียนถูกต้อง แต่ไม่มีใบอนุญาตพกพา
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นยังไม่ทราบว่านายชัยนันท์ เป็น รปภ.ของบริษัทลีเกิ้ลฯ หรือไม่ แต่ยืนยันว่าเป็นพนักงานของบริษัทลีเกิ้ลฯ จริง ซึ่งเรื่องนี้ผู้บังบัญชาการตำรวจนครบาลได้กำชับให้เพิ่มความเข้มงวดในการกวดขัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงขึ้นอีก อีกทั้ง ผบก.น.5 ได้สั่งการให้จัดกำลังเข้าไปดูแลพื้นที่และจุดล่อแหลมอย่างเข้มงวดมากขึ้น
ด้านแม่ค้าขายผักในตลาดคลองเตยรายหนึ่งเปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. ที่ผ่านมา มีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาน 10 คน เข้ามาข่มขู่ที่แผงขายผัก โดยบอกให้ไปทำสัญญาเช่าแผงกับบริษัทลีเกิ้ลฯ หากไม่ไปทำสัญญา จะกลับมารื้อแผง และระหว่างนั้นมีลูกค้าเข้ามาซื้อของก็ถูกชายฉกรรจ์ข่มขู่ไม่ให้ซื้อของที่ร้าน
"เดี๋ยวนี้ขายของแย่มาก รายได้ลดไปกว่าครึ่ง แต่ต้องทนทำใจดีสู้เสืออยู่ขายต่อไป เพราะไม่รู้จะไปทำมาหากินอะไร เมื่อก่อนเคยรับผักมาขายวันละ 20 กล่อง เดี๋ยวนี้รับมาวันละไม่ถึง 10 กล่อง บางครั้งลูกค้าจะมาซื้อของยังต้องโทรศัพท์มาถามเหตุการณ์ก่อน ทุกวันนี้อยู่อย่างหวาดผวากันไปหมดแล้ว" แม่ค้าขายผักคนเดิมกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการซื้อขายสิ่งของภายในบริเวณตลาดคลองเตยในช่วงเช้าที่ผ่านมาเป็นไปอย่างซบเซา ไม่คึกคักเหมือนเมื่อก่อน โดยในช่วงสายวันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนได้จัดกำลังเข้ามาผลัดเปลี่ยนกำลังภายในบริเวณตลาดคลองเตย และมีการตรวจตราดูแลความเรียบร้อยตลอดเวลา



