ข่าว

ปชป.รุมถล่มภาวะผู้นำมาร์ค

ปชป.รุมถล่มภาวะผู้นำมาร์ค

05 มิ.ย. 2553

"มีคนพูดว่า ในพรรคประชาธิปัตย์ มีเฉพาะคนที่สร้างภาพเท่านั้น ถึงจะได้ดิบได้ดี"

แม้ว่าหน้าฉากจะขึ้นป้ายสวยหรูว่า การปรับ ครม.ครั้งนี้ เป็นการปรับครั้งสุดท้ายก่อนที่จะหมดวาระ และเพื่อเดินหน้าแผนปรองดองแห่งชาติ แต่การประชุมส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เมื่อเวลา 13.30 น.วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน กว่าจบเสร็จสิ้นก็กินเวลาถึง 17.00 น.
 มันเกิดอะไรขึ้นในที่ประชุมถึงได้ใช้เวลานานขนาดนั้น

 กับอีแค่เอารัฐมนตรีออก 3 คน และใส่กลับเข้ามาใหม่ 4 คน เพราะได้เก้าอี้ ไอซีที มาฟรีๆ จากพรรคเพื่อแผ่นดิน !

 ไพฑูรย์ แก้วทอง, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, ธีระ สลักเพชร คือผู้ที่ถูกปรับออกจากเจ้ากระทรวง แรงงาน วิทยาศาสตร์ฯ และวัฒนธรรม

 ดูไปแล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

 แต่ถ้าพิเคราะห์กันให้ถ้วนถี่ จะมีคำถาม เหมือนที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ตั้งคำถามไปยัง หัวหน้าพรรค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และเลขาธิการพรรค สุเทพ เทือกสุบรรณ

 ภาคเหนือนั้น ประชาธิปัตย์มอบหมายให้ ไพฑูรย์ ดูแลส่วนหนึ่ง และเป็นที่มาของโควตารัฐมนตรีของภาคนี้

 และเป็นที่มาของคำถามว่า เหตุใดถึงได้ปรับเอาไพฑูรย์ ออกจากตำแหน่งนี้ ?

 ส่วนคุณหญิงกัลยานั้น แม้ในที่ประชุมจะเก็บอารมณ์ นั่งฟังการโต้แย้ง คัดค้าน แต่หากเดากันจริงๆ แล้ว ในฐานะผู้ที่ให้ทุนสนับสนุนพรรคมาตลอด และอนาคตอันใกล้นี้ การเลือกตั้งน่าจะเกิดขึ้น ก็มีคำถามเช่นกันว่า จะปฏิบัติอย่างไรกับคุณหญิงกัลยา ?

 ส่วน ธีระ สลักเพชร นั้น มาในฐานะพิเศษ การเปลี่ยนแปลงจึงไม่มีใครติดใจนัก รวมทั้งเจ้าตัวที่ให้สัมภาษณ์ว่าพร้อมรับทุกการเปลี่ยนแปลง

 แต่เพียงแค่นี้ ก็กินเวลาการประชุมยาวนาน เพราะส.ส.ของพรรคร่วม 30 คน เรียงหน้าขึ้นพูด-ระบายความในใจ

 คัดค้านเสียเป็นส่วนใหญ่ !

 มีการตั้งคำถามด้วยว่า ในวันนี้ เนวิน ชิดชอบ และผองเพื่อนยังกอดคอกับประชาธิปัตย์ได้ แต่ถามว่า กอดคอกันได้เพราะอะไร คำตอบมีในใจทุกคนอยู่แล้ว

 แต่ถามว่า แล้วในอนาคต จะมอบให้ กลุ่มเพื่อนเนวิน และพรรคภูมิใจไทย ไปบริหารจัดการภาคอีสานทั้งหมดนั้น พรรคประชาธิปัตย์ จะฝากผีฝากไข้พรรคภูมิใจไทยได้มากน้อยแค่ไหน

 สกลนคร ศรีสะเกษ และมหาสารคาม ก็เห็นได้ชัดเจนแล้วว่า ลำพังตัวเองในพื้นที่เหล่านี้ พรรคภูมิใจไทยยังไปไม่รอด

 คำถามต่อมาก็คือว่า การตัดสินใจเลือกพรรคภูมิใจไทย และหักพรรคเพื่อแผ่นดินเช่นนี้จะเท่ากับเป็นการผลักมิตรให้ไปยืนในฝั่งตรงกันข้าม และเป็นฝั่งเดียวกับศัตรูหรือไม่ ?

 เมื่อเข้าสู่ประเด็น "คนใหม่" ที่จะเติมเข้ามา 4 คน หัวหน้าพรรคและเลขาฯ ก็ยังคงมีสภาพเช่นเดิม

 คำถามยังคงสาดซัดเข้ามาไม่รู้จบราวกับคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง

 จุติ ไกรฤกษ์ ที่จะเข้ามาในโควตาภาคเหนือ นั่งเก้าอี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อดูแลกองทุนหมู่บ้าน และเศรษฐกิจพอเพียง

 เฉลิมชัย ศรีอ่อน ตัวแทนภาคกลาง ที่มานั่งแท่น รมว.วัฒนธรรม แทน ธีระ สลักเพชร

 องอาจ คล้ามไพบูลย์ มาเป็น รมว.วิทยาศาสตร์ฯ แทนคุณหญิงกัลยา ในโควตา กทม.

 ส่วน นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นั้นเป็นโควตาภาคใต้ ที่คราวนี้สมหวังเสียทีหลังจากน้อยใจจนเกือบจะวางมือทางการเมืองไปครั้งหนึ่งแล้ว ล่าสุดมานั่งเก้าอี้ รมว.แรงงาน แทนไพฑูรย์

 แต่ถึงจะได้ตัวคนที่ลงตัวเช่นนี้ ก็ใช่ว่า จะทำให้ที่ประชุมส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ พออกพอใจ การวิพากษ์วิจารณ์ยังคงมีต่อเนื่อง

 บางคนลุกขึ้นมาซัดแบบไม่ต้องไว้หน้ากันเลยทีเดียว

 "มีคนพูดว่า ในพรรคประชาธิปัตย์ มีเฉพาะคนที่สร้างภาพเท่านั้น ถึงจะได้ดิบได้ดี"

 นับว่าเป็นการพูดที่แรง และตรงไปยัง หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค

 เพราะอย่าลืมว่า อีกหนึ่งคนที่ได้ขยับขึ้น ก็คือ ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมช.ศึกษาธิการ ที่ไม่ค่อยได้ยินชื่อ ไม่ค่อยปรากฏเป็นข่าว แต่กลับได้นั่งเก้าอี้ รมว.ไอซีที ที่ยึดมาจากพรรคเพื่อแผ่นดิน

 แต่ชัยวุฒิ นั้นนับเป็นหนึ่งในผู้ที่แวดล้อม หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

 ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ ที่น่าเห็นใจก็แต่ ศิริโชค โสภา ที่ค่อนข้างชัดแล้วว่า คงได้เป็นแต่ "วอล์เปเปอร์" เท่านั้น

 เมื่อเรื่องราวเดินมาถึงตรงนี้ การประชุมพรรคประชาธิปัตย์ ก็ทำท่าว่าจะไม่จบลงได้ง่ายๆ เพราะสุดท้ายอาจต้องใช้ประเพณีปฏิบัติของพรรค เมื่อการประชมมีผู้ไม่เห็นด้วยจำนวนหนึ่ง ก็จำเป็นต้องใช้เสียงโหวตเพื่อให้เสียงส่วนใหญ่ตัดสิน

 แต่หากปล่อยให้เดินไปถึงจุดนั้น ผลกระทบมันจะเกิดอย่างมหาศาล

 ภาวะความเป็นผู้นำของทั้ง อภิสิทธิ์ และ สุเทพ จะถูกบั่นทอนอย่างรุนแรง

 ผู้ใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์จึงไกล่เกลี่ย ขอให้หัวหน้าพรรค นำข้อสังเกตของที่ประชุมไปพิจารณาประกอบการตัดสินใจ โดยที่ไม่ต้องนำผลการพิจารณามาแจ้งต่อที่ประชุมอีก

 นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 ชั่วโมงครึ่งในที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์

 เป็น 3 ชั่วโมงครึ่งที่ทั้ง อภิสิทธิ์ และ สุเทพ อึดอัดมากเสียยิ่งกว่า ถูกฝ่ายค้านซักฟอกกลางสภาไม่รู้กี่ร้อยเท่า !

ศรุติ ศรุตา