
วิกฤตเอโบลา ลามไวเกินต้าน ยอดผู้เสียชีวิตต้องสงสัย พุ่งแตะ 220 ราย
WHO เตือน วิกฤตเอโบลา สายพันธุ์ "บุนดิบูเกียว" ลามไวเกินต้าน ยอดผู้เสียชีวิตต้องสงสัย พุ่งแตะ 220 ราย ในแอฟริกา
สำนักข่าว Reuters รายงานข่าว ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ 25 พ.ค.25698 ผ่านมาว่า วิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาที่กำลังเกิดขึ้นในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและยูกันดา กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วจนแซงหน้ามาตรการควบคุมโรคไปแล้ว พร้อมระบุว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่เข้าข่ายต้องสงสัยตอนนี้พุ่งสูงถึง 220 ราย
นพ.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ WHO ได้กล่าวในระหว่างการประชุมออนไลน์ร่วมกับสหภาพแอฟริกาว่า ความล่าช้าในการตรวจพบผู้ติดเชื้อในช่วงแรก ทำให้เจ้าหน้าที่ทีมแพทย์ในตอนนี้ตกอยู่ในสถานะ "วิ่งไล่ตามโรค" และเตือนว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกนี้ "น่าจะย่ำแย่ลงไปอีก ก่อนที่อะไร ๆ จะเริ่มดีขึ้น"
นพ.เทดรอส เปิดเผยว่า ตนมีกำหนดการจะเดินทางลงพื้นที่ประเทศคองโก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดครั้งนี้ในวันอังคาร โดยจะเดินทางไปพร้อมกับ นพ.ชิคเว อิเฮกเวอาซู เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ WHO ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบดูแลด้านการจัดการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข
ก่อนหน้านี้ในวันจันทร์ที่ 25 พ.ค.2569 ประเทศเพื่อนบ้านอย่างยูกันดา เพิ่งรายงานพบผู้ติดเชื้อเอโบลาเพิ่มอีก 2 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมที่ยืนยันแล้วของยูกันดาเพิ่มเป็น 7 ราย ซึ่ง นพ.เทดรอส ได้เน้นย้ำว่า ประเทศอื่น ๆ ที่มีพรมแดนติดกับคองโกกำลังมีความเสี่ยงสูงมาก และจำเป็นต้องเริ่มใช้มาตรการรับมือในทันที
ปัจจุบัน องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้การแพร่ระบาดของเชื้อเอโบลาสายพันธุ์ "บุนดิบูเกียว" (Bundibugyo) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบได้ค่อนข้างยาก เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นพ.เทดรอส ทิ้งท้ายว่า การควบคุมโรคที่กำลังลามอย่างรวดเร็วนี้มีความซับซ้อนและยากลำบากอย่างยิ่ง เนื่องจากพื้นที่จังหวัดอิตูรี (Ituri) และจังหวัดนอร์ทคีวู (North Kivu) ของคองโก ซึ่งเป็นพื้นที่ระบาดนั้น ยังคงเป็นเขตไร้เสถียรภาพและมีความไม่ปลอดภัยสูงจากปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ ยิ่งไปกว่านั้น ในปัจจุบัน "ยังไม่มีวัคซีนตัวไหนที่ได้รับการรับรอง" สำหรับการป้องกันไวรัสเอโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียวนี้โดยเฉพาะเลย



