
อนุพงษ์สั่งเร่งจับแกนนำนปช.ห่วงก่อวุ่นวายซ้ำสอง
ศอฉ.คงพรก.ฉุกเฉินไว้เหตุยังจำเป็นเผยตัวเลขหมายจับตาม พรก.ฉุกเฉิน 27 ราย และคดีอาญา 209 ราย ระบุจันทร์นี้ ปทีป เตรียมแจงรายละเอียดการควบคุมตัวแกนนำทั้ง 6 แห่ง ผบ.ทบ.สั่งเร่งจับกุมแกนนำนปช.ห่วงก่อวุ่นวายซ้ำสอง ย้ำต้องบังคับใช้กฎหมายให้เต็มที่ พร้อมจัดกำลั
ที่กองบัญชาการกองทัพบก เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 4 มิ.ย.พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกตำรวจนครบาล แถลงผลการประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โดยที่ประชุมมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม พร้อมผบ.เหล่าทัพ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
ทั้งนี้ในที่ประชุมตำรวจได้รายงานการปฏิบัติการในพื้นที่ กทม. ในการปฏิบัติการสายตรวจร่วมกับตำรวจ ทหาร และ เทศกิจ โดยจากการปฏิบัติการงานที่ผ่านมาเหตุอาชญากรรมในพื้นที่ กทม.ลดลงจากเดิมมียอด 1,900 ครั้ง เหลือเพียง 800-900 ครั้งต่อวัน นอกจากนี้สถิติการออกหมายจับตาม พรก.ฉุกเฉิน จำนวน 84 ราย ในพื้นที่ กทม. 83 ราย และพื้นที่ต่างจังหวัดอีก 1 ราย
เบื้องต้นสามารถจับกุมได้ 27 ราย และยังจับไม่ได้อีก 57 ราย ส่วนการออกหมายจับวางเพลิงในคดีอาญา จำนวน 801 ราย ในพื้นที่ กทม.จับกุมได้แล้ว 31 ราย แต่ยังจับกุมไม่ได้ ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัด 770 ราย สามารถจับกุมได้ 174 ราย และยังจับไม่ได้ 596 หมาย แต่ระหว่างการประชุมทางตำรวจภูธรได้แจ้งมาว่าสามารถจับกุมได้เพิ่มอีก 35 ราย รวมสามารถจับกุมตามหมายจับในพื้นที่ต่างจังหวัดได้ 209 ราย
พล.ต.ต.ปิยะ ยังบอกด้วยว่า ที่ประชุมได้มีการหารือ พรก.ฉุกเฉิน โดยเบื้องต้นจะยังคง พรก.ฉุกเฉิน เนื่องจากมีความเป็นจำในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และขณะนี้ยังมีการเคลื่อนไหวในบางพื้นที่ โดยเฉพาะวิทยุชุมนุมที่ยังคงมีการปลุกระดมบิดเบือนข้อมูลอยู่ ทั้งนี้ยืนยันว่า พรก.ฉุกเฉิน ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนโดยรวม และ กระทรวงการต่างประเทศก็ได้แจ้งว่าขณะนี้ประเทศที่มีการยกเลิกไม่ให้เข้าประเทศจำนวน 26 ประเทศ ขณะนี้ได้ยกเลิกหมดแล้ว
ทั้งนี้การยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน จะต้องมีการประเมินถึงตัวชี้วัดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในวันจันทร์ที่ 7 มิ.ย.นี้ ทางศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะแถลงรายละเอียดเกี่ยวกับการจับกุมตาม พรก.ฉุกเฉิน และ คดีอาญา โดยมี พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการในตำแหน่ง ผบ.ตร. จะเป็นผู้แถลงรายละเอียด รวมถึงแกนนำที่ถูกควบคุมตัวไว้ทั้ง 6 แห่งด้วย
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุม ศอฉ. ยังได้มีการหารือถึงการเตรียมมาตรการดูแลความเรียบร้อยในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเขตทั้ง 14 เขตในวันอาทิตย์นี้ โดยจะมีการจัดวางกำลังจาก ทหาร และ ตำรวจ โดยจะใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลัก โดยจะมีการวางกำลังตั้งแต่เวลา 04.00 น. ของวันอาทิตย์ จนกว่าการเลือกตั้งจะแล้วเสร็จ
นอกจากนี้จะมีการจัดวางกำลังบริเวณถนนอังรีดูนังค์ และ พารากอน ที่จะมีการจัดกิจกรรมซื้อขายสิ้นค้าถนนคนเดินด้วย อย่างไรก็ตาม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก มีความเป็นห่วงในเรื่องการจับกุมแกนนำ นปช.ที่ยังเหลืออยู่ โดยได้กำชับในที่ประชุมให้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เหตุผลคือสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่เรียบร้อยมีการเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะมีการวางเพลิงเผาโรงเรียน ทั้งนี้จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยการไปค้นบ้านของแกนนำต่าง ๆ ซึ่งพบว่าขณะนี้ยังคงปิดบ้าน ตั้งแต่มีการชุมนุมตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเราก็จะต้องติดตามจับกุมมาให้ได้
“ผบ.ทบ.เป็นห่วงในเรื่องนี้มาก และอยากให้บังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่อย่างเคร่งครัด เพราะกลุ่มคนเหล่านี้จะสร้างความวุ่นวายจึงต้องรีบดำเนินการ” พล.ต.ต.ปิยะ ระบุ
ผบช.น.มั่นใจรวบไอ้โม่งได้แน่เตรียมจ่อออกหมายจับ
พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( ผบช.น.) กล่าวยืนยันถึงการติดตามจับกุมตัวชายฉกรรจ์ชุดดำใช้อาวุธยิงใส่เจ้าหน้าที่ช่วงสลายการชุมนุมแยกคอกวัวและผ่านฟ้าว่า ว่า ตำรวจมีพยานหลักฐานชัดเจนในส่วนของคนร้ายกลุ่มนี้ทั้งภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหวและประจักษ์พยานชัด โดยเฉพาะในวันที่ 10 เม.ย.เราพบว่าคนร้ายชุดดำกลุ่มนี้มีจำนวน 5-6 คน พกพาอาวุธเครื่องยิงเอ็ม 79 ซึ่งตำรวจยึดมาได้บางส่วนและปืนเอ็ม 16 อีกหลายกระบอก พนักงานสอบสวนได้ภาพถ่ายที่เห็นใบหน้าขอบคนกลุ่มนี้อย่างชัดเจน ได้มอบหลักฐานดังกล่าวให้กรมสอบสวนคดีพิเศษและทางฝ่ายทหารไปช่วยดำเนินการแล้ว คาดว่าไม่นานน่าจะจับตัวคนร้ายกลุ่มนี้ได้อย่างแน่นอน ตอนนี้ทุกฝ่ายกำลังเร่งคลี่คลายคดีช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่
ด้าน พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( รอง ผบช.น.) กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานเป็นภาพถ่ายเห็นใบหน้าของกลุ่มคนที่ถืออาวุธ ขณะถืออาวุธ อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นข้อมูลลับที่ได้จากการสืบสวน และมอบหมายให้ตำรวจกองกำกับการสืบสวนนครบาล 6 ซึ่งเป็นคนที่ยึดอาวุธเครื่องยิงเอ็ม 79 ไว้ได้ในวันนั้นมาดูภาพ และอธิบายให้พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม รับทราบและสอบปากคำเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจะส่งสำนวนการสอบสวนในส่วนนี้ให้กรมสองสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ.) ทราบต่อไป โดยดีเอสไอ.จะประชุมร่วมกับ บชน.อีกครั้งวันจันทร์ที่ 7 มิ.ย.นี้และเรียกพยานปากนี้ไปสอบเป็นพยานปากสำคัญในคดีกลุ่มก่อการร้ายด้วย



