ข่าว

อภิสิทธิ์เผยปรับครม.เพียง6-7ตำแหน่ง

อภิสิทธิ์เผยปรับครม.เพียง6-7ตำแหน่ง

04 มิ.ย. 2553

"อภิสิทธิ์" เผยปรับครม. 6-7 ตำแหน่ง ยันตอบทั้งโจทย์การเมืองและบ้านเมือง “นิพิฏฐ์”ยันปชป.ปรับรมต. 4 ตำแหน่ง ปธ.สส.ภท. พอใจ ปชป. ปรับ ออกโควต้า รมต.พผ. ส่วนพรรคยังไม่ปรับ พผ.สุรินทร์โวย“มาร์ค”เผด็จการขับเพื่อแผ่นดินออก “ปธ.วิปค้าน”เมินปชป.วุ่นวายเหน็บธรรมด

เมื่อเวลา 18.20 น. วันที่ 4 มิ.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์และการประชุมร่วมกับส.ส.พรรค และภายหลังการประชุมได้มีเจ้าหน้าที่จากสำนักเลขาธิการคณะ รัฐมนตรี(สลค.)เข้ามาที่ปชป.เพื่อรับรายชื่อบุคคลที่ถูกเสนอให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีในการปรับครม.ครั้งนี้ไปตรวจสอบคุณสมบัติว่า ตอนนี้ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกำลังกรอกประวัติและส่งทางสลค. เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและนำขึ้นทูลเกล้าฯ

 ผู้สื่อข่าวถามว่าจะดำเนินการตรวจสอบให้เสร็จภายในวันนี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องให้สลค.ตรวจสอบคุณสมบัติให้เรียบร้อยก่อน

 เมื่อถามว่าปรับทั้งหมดกี่ตำแหน่ง นายกฯ กล่าวว่า ประมาณ 6-7 ตำแหน่ง  

 ส่วนที่ถูกปรับเปลี่ยนและการปรับครั้งนี้จะเป็นการตอบโจทย์การเมืองหรือตอบโจทย์บ้านเมืองกันแน่ นายกฯ กล่าวว่า “ตอบทั้งสองโจทย์”

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นนายอภิสิทธิ์ก็เดินฝ่าวงล้อมของของสื่อมวลชนขึ้นรถประจำตำแหน่งออกไปทันที

 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวสั้นๆว่า ตอนนี้ทุกอย่างจบแล้วจะไม่ขอพูดอะไรจนกว่าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ

“นิพิฏฐ์”ยันปชป.ปรับรมต.4ตำแหน่ง

 เมื่อเวลา 16.15 น.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ หนึ่งในผู้ที่คาดว่าจะได้รับการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ว่า ผู้ที่ได้รับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีใหม่มี 4 รายด้วยกันคือ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.กทม. นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ และตน แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะดำรงตำแหน่งอะไร เนื่องจากได้มอบอำนาจให้กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้พิจารณา ส่วนผู้ที่ถูกปรับออกนั้นขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงของการพิจารณา

 

“ไตรรงค์”แนะอย่ายึดติดตำแหน่งหากช่วยแก้วิกฤติชาติได้

 เมื่อเวลา 17.00 น.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรีในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ว่า จะต้องเสร็จให้ทันภายในวันนี้ (4 มิ.ย.) หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคที่จะพิจารณาให้ตรงกับความเหมาะสมทางการเมือง ส่วนยังมีปัญหาในตำแหน่งไหนหรือไม่ นายไตรรงค์ กล่าวว่า ก็ต้องดูความเหมาะสมกันอีกทีว่าใครจะต้องออก 3 คน

 “สมัยคุณชวน (นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์) ปรับปรุงครม.และต้องการให้รัฐมนตรีลาออก 1 คน ขอร้องใครต่อใครก็ไม่มีใครลาออก ผมเลยต้องลาออกเสียเอง สมัยที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการผมก็อยากให้เป็นอย่างนั้น คือการเป็นรัฐมนตรีไม่ควรยึดมั่นถือมั่นในเก้าอี้ ถ้าช่วยประเทศชาติในการแก้วิกฤติปัญหาได้เราก็ออกไป เดี๋ยวก็กลับมา เพราะผมกลับมาตั้ง 2 หนแล้ว” นายไตรรงค์ กล่าว

คุณหญิงกัลยาทำใจยอมรับ-เคารพมติพรรค

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กล่าวภายหลังจากที่คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์มีมติปรับให้ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่า ตนไม่รู้สึกเสียใจแต่อย่างใด เนื่องจากตนเป็นนักการเมือง เมื่อนายกรัฐมนตรีให้โอกาสในการดำรงตำแหน่ง ตนก็ยินดีและพร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ซึ่งหากตนจะต้องถูกปรับออก เพื่อให้บุคคลอื่นมาดำรงตำแหน่งแทน ตนก็ยินดีด้วย ทั้งนี้ ตนยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีถึงเหตุผลของการปรับให้ออกจากตำแหน่ง และตนก็จะไม่ถามถึงเรื่องนี้ เพราะเคารพในมติของกรรมการบริหารพรรค

                 คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า ขณะนี้กรรมการบริหารพรรคบางคนขอให้ทบทวนรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกปรับออก ซึ่งตนก็กำลังลุ้นอยู่ ซึ่งความเป็นไปได้ถือว่าน้อยมาก ทั้งนี้ ในระหว่างที่ยังไม่มีการถวายสัตย์ขอเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี ตนก็ยังเป็นรัฐมนตรีอยู่ ซึ่งภารกิจหน้าที่ของวท.ยังคงดำเนินต่อไป จนกว่าจะมีรัฐมนตรีคนใหม่เข้ามาแทนที่

                ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่าการปรับให้ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีในครั้งนี้ เนื่องจากผลงานที่ผ่านมาของวท.ไม่เข้าตา คุณหญิง กล่าวว่า ไม่เคยได้ยินข่าวที่ว่านี้ เพราะตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีวท.ตนก็มีผลงานออกมาเรื่อยๆ ซึ่งหากไม่เข้าตาใคร แต่ขอให้เข้าตาประชาชนตนก็พอ

"ปธ.สส.ภท." พอใจปชป.ปรับออกโควต้ารมต.เพื่อแผ่นดิน

 นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ส.ส.ขอนแก่น ในประธานส.ส.พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ปรับครม.โดยปรับโควต้าพรรค เพื่อแผ่นดินออกตามที่พรรคภูมิใจไทยยื่นคำขาดว่า ถือเป็นดุลยพินิจของพรรคใหญ่หัวหน้ารัฐบาล เมื่อมีการดำเนินการแล้ว คิดว่าก็เป็นการตัดสินใจของผู้นำรัฐบาล ที่ต้องควบคุมการอยู่ร่วมกัน ก็ต้องช่วยกันในภาวะบ้านเมืองยังเกิดปัญหา ถามว่าผิดหรือถูกหรือไม่ ก็เป็นเรื่องของมารยาททางการเมือง หากต่อไปมีการดำเนินการอย่างนี้อีกก็จะเกิดความไม่มั่นคงในรัฐบาล

  ส่วนการดึงพรรคหนึ่งพรรคใดมาร่วมก็ขึ้นกับหัวหน้ารัฐบาล ที่จะดึงพรรคที่มีอุดมการณ์มาช่วยกันแก้ปัญหาบ้านเมือง ซึ่งคนที่ถูกปรับออกจากรัฐบาลไปก็ต้องทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นและคงต้องไปทำหน้าที่ฝ่ายค้านชัดเจนอยู่แล้ว

 ส่วนการปรับครม.ของพรรคนายประจักษ์ กล่าวว่า พรรคยังไม่มีการพูดคุยว่าจะมีการปรับครม.ในคราวนี้ ส่วนที่มีข่าวปรับครม.ของพรรคออกมาเป็นข่าวปล่อยยังไม่มีการปรับอะไรเลย คราวนี้เป็นการปรับในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์cละพรรคเพื่อแผ่นดินเท่านั้น

พผ.สุรินทร์โวย“มาร์ค”เผด็จการขับเพื่อแผ่นดินออก

           นางมลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า แสดงให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่รักษาระบบประชาธิปไตย อาศัยใช้ระบบพวกมากลากไป ทั้งที่พรรคประชาธิปัตย์สมัยเป็นฝ่ายค้านก็พูดเกี่ยวกับพวกมากลากไปอยู่บ่อยครั้ง พอถึงเวลาตัวเอง คล้ายกับกลืนน้ำลายตัวเอง ยืนยันว่าการที่พรรคเพื่อแผ่นดินมีมติฟรีโหวตถือเป็นครั้งแรกของพรรคการเมืองในประเทศไทยที่มีมติเช่นนี้ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สวยงาม อยากถามนายอภิสิทธิ์ว่าการที่เกิดและโตในต่างประเทศน่าจะซึมซับความเป็นประชาธิปไตยมาบ้าง ซึ่งการกระทำเช่นนี้ทำให้ระบอบประชาธิปไตยย้อนหลัง ซึ่งตนไม่อยากพูดว่าเป็นเผด็จการ

“ปธ.วิปค้าน”เมินปชป.วุ่นวายเหน็บธรรมดาวิ่งหาแนวร่วม

 นายวิทยา บุรณศิริ  ส.ส.พระนครศรีอยุธยา ในประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีการพิจารณาปรับครม.ของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งอาจใช้สูตรดึงแนวร่วมของฝ่ายค้าน โดยเฉพาะส.ส.ในกลุ่มพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน ที่ถึงแม้จะร่วมรัฐบาล แต่ยังมีการประสานกับฝ่ายค้านอยู่  ไปแทนบางกลุ่มที่จะเฉือนออกจากการร่วมรัฐบาลว่า ตนมองว่าทุกพรรครู้สถานการณ์การเมืองในขณะนี้ดีว่าจะต้องตัดสินใจอย่างไร ซึ่งเราคงไม่ไปประเมินอะไร เนื่องจากเป็นปัญหาภายในพรรคประชาธิปัตย์ที่อาจจะรู้ว่าบริหารงานลำบากถึง ต้องวิ่งหาคนให้มาร่วมรัฐบาล ซึ่งตนเห็นว่าเป็นเรื่องปกติ ที่รัฐบาลต้องดิ้นรน ต้องยอมแลกเพื่อให้ตัวเองสามารถบริหารงานต่อไปได้

 ส่วนที่มองว่าพรรคประชาธิปัตย์เลือกพรรคภูมิใจไทย เพื่อต้องการส.ส.อีสานมาสู้กับพรรคเพื่อไทยนั้น ตนมั่นใจว่าเมื่อถึงเวลาประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจเอง