
ทางเลือกของอภิสิทธิ์
สงครามน้ำลายจากพรรคเพื่อผู้ก่อการร้ายอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ได้สร้างความร้าวฉานในรัฐบาลผสม เมื่อ 2 พรรค เพื่อแผ่นดินและภูมิใจไทยเปิดศึกกันในสภา แบบผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ อยู่ร่วมรัฐบาลกันไม่ได้
ทั้ง 2 พรรค ยื่นคำขาดให้นายกฯ อภิสิทธิ์เลือกเอาพรรคใดพรรคหนึ่ง ทั้งๆ ที่หัวโจกทั้ง 2 พรรคต่างเคยเป็นเพื่อนซี้กันในยุคกลุ่ม 16 กร่างคับเมือง
ถ้าเลือกพรรคใดก็ตาม จะทำให้รัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำ แต่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ! สิ่งที่ต้องประเมินคือ ทั้ง 2 พรรคมีอำนาจต่อรองมากขนาดนั้นหรือ
น่าจะมองว่านายกฯ อภิสิทธิ์ เป็นผู้กุมอำนาจต่อรอง สามารถทวงคืนกระทรวงสำคัญจากพรรคเหล่านี้ด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นมหาดไทย คมนาคม ไอซีที หรืออุตสาหกรรมก็ตาม เพราะประชาธิปัตย์ไม่มีอะไรต้องกลัว
ถ้าพรรคประชาธิปัตย์กลัว นายกฯ อภิสิทธิ์ต้องเลือกที่จะกลัวหรือกล้า!
และถ้าจะให้เลือกต่อไปก็คือ จะเป็นนักการเมืองธรรมดา อยู่ไปวันๆ ตามกระแส หรือมุ่งต้องการเป็นรัฐบุรุษ สร้างชื่อด้วยการปฏิรูปประเทศไทย สร้างสังคมการเมืองประชาธิปไตยมีรากฐานเข้มแข็ง พร้อมกับฟื้นเศรษฐกิจ
เมื่อมีเสียงขู่ คำขาดจากพรรคร่วมให้เลือก ต้องบอกว่านี่เป็นโอกาสทองของนายกฯ อภิสิทธิ์ หาไม่ได้อีกแล้ว ที่จะทำงานเพื่อบ้านเมืองแท้จริง
ถ้านายกฯ อภิสิทธิ์ต้องทิ้งการเมืองน้ำเน่า วงจรอุบาทว์ ต้องคิดนอกกรอบ เพื่อปฏิรูปโครงสร้าง ปรับเปลี่ยนทัศนคติทางการเมือง ฟื้นฟูสังคม
นั่นคือต้องทิ้งทั้ง 2 พรรค บอกไปว่ารับคำขาดไม่ได้! ต้องไม่ลืมว่านายกฯ อภิสิทธิ์ ได้ฟังทั้งคำขู่และคำขาดสารพัด จากพวกแกนนำเสื้อแดงกบฏก่อการร้าย ทาสน้ำเลี้ยงทักษิณ คนหนีคุก นานกว่า 2 เดือน จนเกิดวิกฤติ
มีการก่อการจลาจล เผาบ้าน เผาเมือง เสียหายเป็นแสนๆ ล้านบาท!
นายกฯ อภิสิทธิ์ไม่มีอะไรต้องเสีย มีแต่จะได้ ถ้าทำตามใจตัวเอง เพื่อเอาใจประชาชน หลังจากเอาใจพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งทำตัวเหมือนชุมโจรเรียกค่าคุ้มครอง เรียกร้องงบประมาณมหาศาลเพื่อโครงการต่างๆ แล้วฟันหัวคิวโหด
โละพรรคเพื่อแผ่นดินและภูมิใจไทยออกไปให้เผชิญความอดอยากปากแห้ง รอวันเลือกตั้งใหม่ แล้วเอาคนประชาธิปัตย์ต่างก๊วนเข้ามาทำงานในกระทรวงที่ทวงคืนจาก 2 พรรค ซึ่งล้วนแต่เป็นกระทรวงใหญ่ มีความหมาย
เป็นการลบความบาดหมางในพรรค และมีโอกาสทำงานเต็มที่!
เริ่มต้นด้วยการใช้โครงการ งบประมาณต่างๆ ฟื้นฟูระบบ กลไกต่างๆ ให้ทำงานด้วยประสิทธิภาพ ปรับข้าราชการพวกแตงโม มะเขือเทศ เอาพวกที่ต้องโดนดักดานเพราะไม่มีเงินซื้อตำแหน่ง แต่มีฝีมือดี มาใช้งาน
ปรับโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ตำรวจ ปรับระบบใหม่ ให้กระบวนการยุติธรรมเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ เอาโครงการต่างๆ แนวประชานิยมไปสมานความร้าวฉานในชนบท ให้ความรู้ชาวบ้านเสื้อแดงที่หลงผิด
แต่นายกฯ อภิสิทธิ์ต้องถือป้ายประกาศิต ใครทำงานไม่ได้ผล ต้องให้ออกไป ทั้งรัฐมนตรี และข้าราชการ เพื่อหวังผลเต็มที่
ฝ่ายค้านและพรรคร่วมที่ถูกโละออกไป ก็ไร้เสบียง และอำนาจรัฐ สำหรับการสู้ศึกเลือกตั้ง ได้แต่มองงบประมาณเหมือนหมาเห็นปลากระป๋อง
การลักไก่ขู่ ยื่นคำขาด คงนึกว่ารัฐบาลต้องการเสียงข้างมากเสมอ!
เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยเป็นทางเลือกหนึ่ง ไม่แปลก ดีกว่ามีเสียงเหลือเฟือ แต่ทำงานไม่ได้เรื่อง มีพวกติดสอยห้อยตาม สร้างภาระติดลบ
ถ้าทำงานเพื่อประชาชนแท้จริง ในขณะที่ยังมีต้นทุนทางสังคมแข็งแกร่ง นายกฯ ไม่จำเป็นต้องกลัวอุปสรรค แม้จะต้องเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย
ยังมีเวลาหลายเดือน ก่อนประกาศยุบสภา และกุมความได้เปรียบ!
นั่นหมายความว่านายกฯ ต้องเอามือดีมาทำงานด้านสื่อ ประชาสัมพันธ์ จิตวิทยามวลชน เพราะต้องสู้กับฝ่ายแค้นหลายกลุ่มและพวกแดงก่อการร้าย
เมื่อแกนนำแดงถูกจำกัดบทบาทด้วยกฎหมาย และตกเป็นผู้ต้องหาในคดีร้ายแรง ทักษิณเจอหมายแดงในหลายประเทศทั่วโลก นายกฯ ก็มีอุปสรรคน้อยลง เหลือแต่การใช้ฝีมือล้วนๆ ในการแก้ไขวิกฤติในภาคส่วนต่างๆ
อายุเพียง 45 ปี ยังมีเวลาอีกมาก ถ้าต้องออกไป แต่ยังให้ประชาชนเห็นความตั้งใจทำงานเพื่อบ้านเมือง ภายหน้ายังมีโอกาส 10 ปีก็ยังไม่สาย
ถ้าซังกะตายอยู่แบบปัจจุบัน เป็นลูกไก่ในมือพรรคร่วมและเครือข่ายวงจรอุบาทว์ กระหายอำนาจ เท่ากับเป็นคนไม่มีหลักการหนักแน่น
ขาดความกล้าหาญทางการเมืองสำหรับเป็นรัฐบุรุษ!
ถ้าตั้งใจทำด้วยความกล้าหาญ ไม่ปล่อยให้คนใกล้ตัวมีอิทธิพล หรือยังคงระบบเล่นพรรค เล่นพวก ไม่ปรึกษาผู้ใหญ่ในพรรค ความสำเร็จจะทำให้พรรคได้รับความนิยมมากกว่าที่เป็นอยู่
ภารกิจสำคัญคือการชะล้างอิทธิพลของระบอบทักษิณให้หมดจากใจประชาชน ให้รับรู้ว่าทักษิณเป็นอภิมหากังฉิน ผู้ก่อการร้ายนิ! อิอิอิ!!!



