
มท.กำชับผู้ว่าฯทั่วประเทศเร่งเยียวยาเสื้อแดง
มหาดไทยกำชับผู้ว่าฯเร่งเยียวยาเสื้อแดง ให้พ่อเมืองทุกจังหวัดสั่งการดูแลแดงเคลื่อนเป็นพิเศษ ขีดเส้นโจรก่อการร้ายรีบคืนอาวุธก่อนถึงเส้นตาย ศอฉ. กร้าว เตรียมกวาดล้างทันทีหากหมดเวลาตามที่กฎหมายผ่อนผัน สั่ง ทุกจังหวัดปั้นโครงการสามัคคีสร้างน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
(4มิ.ย.) นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกระทรวงมหาดไทย ครั้งที่ 6/2553 เพื่อมอบนโยบายให้กับผู้บริหารระดับสูง ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเร็นซ์ ถึงการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความวุ่นวายในพื้นที่ กทม. และจังหวัดอื่นๆ ว่า ขอให้ กทม.และผู้ว่าราชการจังหวัด เร่งติดตามการเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาอย่างทั่วถึง รวมถึงประชาชนที่ไปเข้าร่วมชุมนุม และได้กลับสู่ภูมิลำเนาแล้ว ขอให้ผู้ว่าฯ นายอำเภอ ลงพื้นที่สอบถามความเป็นอยู่ สารทุกข์สุขดิบ รับฟังข้อเรียกร้อง และร่วมปรึกษาหารือช่วยเหลือแก้ไขปัญหาของประชาชนให้ลุล่วงโดยเร็ว
นายชวรัตน์ กล่าวว่า ตนขอให้ทุกส่วนราชการ และอำเภอทุกแห่ง ระวังรักษาสถานที่ราชการ และสถานที่สำคัญต่างๆ ซึ่งเป็นที่ตั้งของระบบสาธารณูปโภค และชุมชนเมืองย่านการค้า ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ความไม่สงบที่อาจจะเกิดขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนการส่งมอบคืนอาวุธสงคราม และอาวุธร้ายแรงทั่วประเทศ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพนั้น ขอให้ทุกจังหวัดติดตามรายละเอียดจากประกาศของศูนย์อำนวยแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน และคำสั่งของกระทรวง เพื่อปฏิบัติอย่างเคร่งครัด รวมทั้งให้เตรียมวางแผนกวาดล้าง ภายหลังหมดระยะเวลาตามที่กฎหมายผ่อนผันแล้ว
“ถ้ามีข้อสันนิษฐานว่า อาจเกิดเหตุการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ ขอให้ท่านอย่านิ่งนอนใจ ให้เตรียมแผนรองรับ และรายงานให้ผมทราบโดยด่วน ผมคิดว่างานที่สำคัญตอนนี้ก็คือการสร้างความเข้าใจในสถานการณ์ของบ้านเมือง ยึดมั่นในผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ ดังนั้น ทุกจังหวัด ต้องเร่งรัดกิจกรรมที่สร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน กระทรวงพร้อมที่จะสนับสนุนท่านเต็มที่” นายชวรัตน์ กล่าว
นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวชี้แจงว่า สำหรับการเผาจวนผู้ว่าฯ และสถานที่ราชการนั้น หลังจากเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมสถานการณ์ได้แล้วมีการออกหมายจับจำนวน 20 หมาย จับกุมได้ 5 ราย ส่วนการทำลายป้อมไฟสัญญาณจราจร มูลค่าความเสียหาย 1.5 ล้านบาท ส่วนรถดับเพลงที่ถูกเผาเสียหายทั้งสิ้น 8.7ล้านบาท จากกรณีนี้ได้มีการออกหมายจับ 4 คน และในจำนวน 1 ใน 4 คน มีหมายจับฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินใน กทม ด้วย อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดได้ตั้งศูนย์อำนวยการไห้ความช่วยเหลือและละแก้ไขปัญหาขึ้นมา เพื่อเยียวยาด้านจิตใจ สร้างความสามัคคีในชุมชน และมีการจัดทีมผู้ชุมนุมที่กลับจาก กทม. ซึ่งในจำนวนนั้นมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ โดยเราได้ให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว
ด้านนายวิชิต ชาตไพสิฐ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง รักษาการตำแหน่งผู้ว่าฯ อุบลราชธานี กล่าวว่า สถานการณ์ในจังหวัด ยังมีความเคลื่อนไหวของนักการเมืองที่ให้การสนับสนุนกลุ่ม นปช.อยู่บ้าง แต่ก็มีการจับกุมแกนนำที่ก่อความวุ่นวายในพื้นที่ในได้แล้วบางส่วน แม้แกนนำบางคนที่ถูกออกหมายจับจะอยู่ระหว่างการหลบหนี แต่เราได้ส่งเจ้าหน้าที่ตามประกบแล้ว อย่างไรก็ตาม ด้านการฟื้นฟูเยียวยาจิตใจนั้น ทางจังหวัดได้ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ ออกเยี่ยมเยียนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการบุกเผาศาลากลางจังหวัดทั้งที่เป็นข้าราชการและผู้ชุมนุม ขณะเดียวกันผู้ชุมนุมที่เสียชีวิตจากการชุมนุมที่ กทม.นั้น ทางจังหวัดได้ให้นายอำเภอไปประสานงานเพื่อเยียวยาโดยจะให้เงินช่วยเหลือเบื้องต้น 2 แสนบาทแล้ว ส่วนแนวโน้มสถานการณ์ในจังหวัด ขณะนี้เริ่มคลี่คลายในทางที่ดีขึ้น แม้มีความเคลื่อนไหวบ้าง แต่ก็ไม่เปิดเผย อย่างไรก็ตาม ยังมีคนเสื้อแดงที่ยังคับแค้นใจโดยการทลายสถานที่ราชการ แต่เราก็จะดูแลอย่างเข้มงวดต่อไป
นายวิรัตน์ ลิ้มสุวัฒน์ รองผู้ว่าฯอุดรธานี รักษาราชการแทนผู้ว่าฯ อุดรฯ กล่าวว่า ได้ให้นายอำเภอ ลงไปพบปะแกนนำเสื้อแดง 74 คน เพื่อทำความเข้าใจลดช่องว่างระหว่างข้าราชการกับคนเสื้อแดง พร้อมกับวิเคราะห์สภาพจิตใจของแกนนำ เพื่อทำความเข้าใจโดยให้เกิดความเรียบร้อย และเกิดความสามัคคีโดยเร็ว
นายชาญวิทย์ วสยางกูร ที่ปรึกษาด้านการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ รักษาการราชการแทนผู้ว่าฯมุกดาหาร กล่าวว่า ได้ดำเนินการกับวิทยุชุมชนที่ดำเนินการในลักษณะปลุกระดม พร้อมกับอายัดเครื่องส่งสัญญาณ เสาอากาศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ นปช.ที่ได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุมที่ กทม. นั้น เราได้เยี่ยมเยียนทั้ง 38 ราย และมอบเงินเยียวยาของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตลอด แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ อย่างไรก็ตาม สำหรับชาว จ.มุกดาหารไม่สบายใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะ จ.มุกดาหารเป็นเมืองที่สงบ สันติ และเสียใจ ในสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งทางจังหวัดและประชาชนจะเร่งให้ จ.มุกดาหารกลับสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด
ขณะที่นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า หลังยุติการชุมนุมแล้ว ยังมีประชาชนที่เดินทางกลับต่างจังหวัดยังมีความรู้สึกไม่พอใจภาครัฐอยู่ งานชิ้นนี้ผู้ว่าฯ นายอำเภอยังประมาทไม่ได้ ถึงแจะไม่มีการเผาศาลากลาง แต่อาจจะมีการสร้างสถานการณ์ระดับพื้นที่เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หรือโรงเรียน ดังนั้น ขอให้ผู้ว่าฯ นายอำเภอ ประชุมกับผู้บริหาร อปท.และผู้บริหารสถานศึกษา ให้มีความระมัดระวังมากขึ้น ส่วนคดีความต่างๆก็ต้องนำผลของคดีมาแจ้งกับประชาชนว่าหากทำความผิดแล้วจะมีบทลงโทษอย่างไร เพื่อผู้ที่จะกระทำความผิดรู้สึกกลัว
รมช.มหาดไทย กล่าวต่อว่า เรื่องวิทยุชุมชน ผู้ว่าฯต้องกล้าตัดสินใจให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยเฉพาะจังหวัดที่ยังประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หากปล่อยให้วิทยุชุมนุชนมีการปลุกระดมอยู่ สื่อเหล่านี้จะทำให้น้ำหยดลงหิน ให้ประชาชานเชื่อตามที่มีการประกาศ จึงให้ผู้ว่าฯนายอำเภอตั้งทีมดูแล และต้องกล้าตัดสินใจที่จะหยุดสิ่งเหล่านี้ นอกจากนี้ ช่วงจะหวะนี้เป็นช่วงที่มีความเหมาะสม ที่จะดำเนินการช่วยเหลือ เยียวยา ผู้ชุมนุม เพื่อให้ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) มาเป็นแนวร่วมเพื่อประชาชนสร้างความปรอดงดองแห่งชาติให้ได้ พร้อมทั้งเชิญชวนคนเหล่านี้มาเป็นอาสาสมัครปกป้องสถาบัน มาเป็นแนวร่วมกับภาครัฐให้มากที่สุด
จากนั้นนายชวรัตน์ ให้สัมภาษณ์ถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในต่างจังหวัดว่า ก็มีการเคลื่อนไหวบ้างแต่ก็ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตรวจสอบและให้ความสนใจเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามตนคิดว่าคงไม่มีจังหวัดไหนรุนแรงแล้ว ส่วนจะกระทบกับการลงพื้นที่ของรัฐมนตรีหรือไม่นั้นตนมองว่าก็คงมีบ้างซึ่งมันก็เป็นธรรมเนียมไปแล้ว ไม่จะมีอะไร



