
ไทยหนีไม่พ้น! คลื่นความร้อนเอเชีย พ่นพิษ ทำเศรษฐกิจสะเทือน-ต้นทุนพลังงานพุ่ง
ไทยหนีไม่พ้น! คลื่นความร้อนเอเชีย พ่นพิษ ทำเศรษฐกิจสะเทือน - ต้นทุนพลังงานพุ่ง บีบรัฐบาลหลายประเทศเผชิญความลำบากในการบริหารจัดการพลังงานและงบประมาณ
สำนักข่าว The Straits Times รายงานข่าว คลื่นความร้อนในเอเชียส่งผลกระทบซ้ำเติมเศรษฐกิจที่บอบช้ำจากราคาน้ำมัน โดยระบุว่า เอเชียกำลังเผชิญกับวิกฤตสองด้านพร้อมกัน เมื่อคลื่นความร้อนที่รุนแรงทำลายสถิติกำลังสร้างภาระหนักให้กับระบบเศรษฐกิจที่ยังคงบอบช้ำจากผลกระทบของราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นก่อนหน้านี้
อุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วทั้งภูมิภาค ตั้งแต่เอเชียใต้ไปจนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนเท่านั้น แต่ยังบีบให้รัฐบาลหลายประเทศต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบากในการบริหารจัดการพลังงานและงบประมาณ
ในขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพื่อเปิดเครื่องปรับอากาศพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ประเทศต่างๆ จำเป็นต้องนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลเพิ่มขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ราคาน้ำมันและก๊าซในตลาดโลกยังคงผันผวนและอยู่ในระดับสูงเนื่องจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
นักวิเคราะห์เตือนว่า สภาวะ "เคราะห์ซ้ำกรรมซัด" นี้อาจนำไปสู่ปัญหาเงินเฟ้อที่รุนแรงขึ้น เนื่องจากต้นทุนการผลิตในภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมพุ่งสูงขึ้นตามค่าพลังงาน รวมถึงการลดลงของผลิตผลทางการเกษตรเนื่องจากภัยแล้งที่มาพร้อมกับความร้อน
สำหรับประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานเป็นหลัก เช่น ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม สถานการณ์นี้กำลังกดดันค่าเงินในท้องถิ่นและดุลบัญชีเดินสะพัด ทำให้ธนาคารกลางของประเทศเหล่านี้มีข้อจำกัดมากขึ้นในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ปัญหาไฟดับที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในบางพื้นที่เนื่องจากระบบโครงข่ายไฟฟ้าไม่สามารถรองรับภาระงานหนักได้ ยังได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chains) โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญในภูมิภาคนี้
ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศระบุว่า นี่ไม่ใช่เพียงปรากฏการณ์ชั่วคราว แต่เป็น "บรรทัดฐานใหม่" (New Normal) ที่ประเทศในเอเชียต้องเร่งปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและหันไปหาพลังงานหมุนเวียนให้เร็วขึ้น เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อความผันผวนของราคาพลังงานและสภาพอากาศที่สุดขั้วในอนาคต



