ข่าว

"เทพเทือก"ยันวันนี้รู้โผปรับครม.ชุดใหม่

"เทพเทือก"ยันวันนี้รู้โผปรับครม.ชุดใหม่

04 มิ.ย. 2553

"สุเทพ" เผย วันนี้รู้โผปรับครม.ชุดใหม่ ย้ำทำทุกอย่างเพื่อให้ประเทศเดินหน้า และสนองนโยบายปฎิรูปประเทศของนายกฯ แย้มเสียงของรบ.จะต้องเกินกึ่งหนึ่งของส.ส.ทั้งหมด อ้างเพราะกลัวเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง โดยเฉพาะผ่านกม.ฉบับสำคัญ

(4มิ.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี  ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการปรับครม.ว่า ให้อดใจรอบ่ายวันนี้ ตนได้ประเมินสถานการณ์ และตรวจสอบเสียงสนับสนุนของรัฐบาลอย่างรอบคอบ และเสนอแนวทางต่อนายกรัฐมนตรี นายกฯสั่งการให้นัดประชุม คณะกรรมการบริหารพรรคในเวลา 12.00 น. และประชุม ส.ส. ในเวลา 13.00  น.ในวันเดียวกัน เป็นไปตามกฎข้อบังคับของพรรคประชาธิปัตย์ องค์กรพรรคจะตัดสินใจว่าการร่วมรัฐบาลหรือการเปลี่ยนแปลงครม.ต้องให้ส.ส.และกรรมการบริหารพรรค ร่วมกันตัดสินใจ ฉะนั้น คิดว่าในเวลา 15.30  น. คงพอจะทราบว่า มีมติอย่างไร

 เมื่อถามว่า การประชุมของประชาธิปัตย์ในวันนี้ เป็นการเลือกรัฐมนตรี ที่จะมาแทนรัฐมนตรีของพรรคเพื่อแผ่นดินเลยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า จะทำไปพร้อมกันทุกอย่าง

 เมื่อถามว่า ตำแหน่งที่ปรับเป็นการนำพรรคการเมืองเพิ่มขึ้นมาใหม่ เพิ่มเข้ามาใช่หรือไม่ นายสุเทพ  กล่าวว่า  ตนคิดว่าพูดแค่นี้ก่อนดีกว่า

 เมื่อถามต่อว่า ถ้าจะดึงพรรคมาตุภูมิหรือพรรคประชาราช เข้ามา มีเหตุผลอะไร นายสุเทพ  กล่าวว่า  ในฐานะที่ตนเป็นผู้จัดการรัฐบาลก็จะดูแลเรื่องเสถียรภาพพอที่จะทำงานแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมืองได้

 เมื่อถามว่า การปรับครั้งนี้ เพื่อเอาผลของงาน หรือแค่มือที่ยกโหวตให้ นายสุเทพ  หัวเราะ และหยุดคิดก่อนตอบว่า คำถามบางคำถาม ชวนทะเลาะกันมากไปหน่อย
 
 เมื่อถามว่า การปรับครั้งนี้ ประโยชน์คือจะทำให้เสถียรภาพและการทำงานของรัฐบาลดีขึ้นใช่หรือไม่ นายสุเทพ  กล่าวว่า  การที่เราจะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองให้ได้นั้น รัฐบาล ต้องมีความแข็งแรงมั่นคง มีเสถียรภาพ  ดังนั้นการปรับครม.ของตน จะดูให้รัฐบาลมีความแข็งแรง มีเสถียรภาพ มีความสามารถ มีประสิทธิภาพที่จะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้

 เมื่อถามว่า พรรคมาตุภูมิกับประชาราชที่ไม่ได้ยกมือสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ ตั้งแต่ต้น ถ้าจะดึงเข้ามาร่วมรัฐบาล และจะตอบสังคมได้อย่างไร นายสุเทพ  กล่าวว่า  ทำไมจะตอบไม่ได้ เพราะต้องเรียนว่า ต้องการให้พรรคร่วมรัฐบาลทำงานอยู่ด้วยกันได้ และรัฐบาลมีเสียงมากพอ ที่จะผ่านกฎหมายสำคัญ เช่น  พ.ร.บ.งบประมาณ ที่จะต้องกลับมาสู่วาระ 2 และ 3 ก็ควรจะต้องมีเสียงมาพอ ที่จะสนับสนุน พ.ร.บ.งบประมาณได้  เพราะงบจะต้องนำไปแก้ไขปัญหาบ้านเมือง  และยังมีกฎหมายอื่นที่รัฐบาลจะต้องนำใช้ ในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง

 เมื่อถามว่า หมายความว่า การที่นายเสนาะ เคยเสนอ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก มาเป็นแคนดิเดสนายกฯ ก่อนหน้านี้ ก็จะไม่นำมาพิจารณาเลยใช่หรือไม่ นายสุเทพ  กล่าวว่า  ตนแก้ปัญหาวันนี้ พรุ่งนี้ และดูปัจจุบัน รวมทั้งอนาคตด้วย

 เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เสนอ ต่อนายกฯ จะนำเข้าสู่ที่ประชุมพรรควันนี้ สมาชิกพรรคทุกคนจะเห็นด้วย นายสุเทพ กล่าวว่า ก็เป็นสิทธิ์ของสมาชิกและกรรมการบริหารพรรค ส่วนจะได้รับการตอบรับหรือไม่ นั้น  ตนคิดว่า เป็นการนำเสนอที่มีเหตุผล  พอที่จะให้พิจารณา

 เมื่อถามต่อไปว่า เรื่องนี้จะเป็นตัวอย่างให้พรรคภูมิใจไทย ที่คอยกดดันอยู่เรื่อยๆ ใช่หรือไม่ นายสุเทพ  กล่าวว่า  คงไม่ง่ายเท่าไหร่ที่จะมากดดันตน

 เมื่อถามว่า ที่บอกว่า ข้อเสนอที่มีเหตุมีผลนอกจากเรื่องเสถียรภาพแล้ว ยังมีเหตุผลอื่นอีกหรือไม่ นายสุเทพ  กล่าวว่า  เหตุผลนี้เป็นเหตุผลที่สำคัญ

 เมื่อถามว่า แสดงว่าขณะนี้ เสถียรภาพของรัฐบาลสั่นคลอนไม่แน่นอนใช่หรือไม่ นายสุเทพ  กล่าวว่า  ถ้าเราไม่แก้ไข ก็จะเป็นปัญหา ถ้าแก้ไขเสียจะได้ไม่ต้องมีปัญหากันต่อไป

 เมื่อถามว่า ในฐานะผู้จัดการรัฐบาลมั่นใจว่าปรับครม.ครั้งนี้จะทำให้รัฐบาลอยู่ครบเทอมหรือไม่ นายสุเทพ  กล่าวว่า  ตนไม่ได้คิดในแง่นั้น แต่ตนคิดตามนายกฯ ตนเป็นรองนายกฯ หากนายกฯ วางแนวทางไว้อย่างไร ก็ต้องพยายามเดินตามแนวทางนั้นให้ได้ สิ่งที่นายกฯ วางไว้คือ จะดำเนินการด้วยความรีบเร่งในการแก้ไขปัญหาประเทศและประชาชนที่เรียกว่า ปฏิรูปประเทศไทย จะต้องปฏิบัติหลายอย่าง อยู่ในกรอบของแผนปรองดอง ซึ่งการที่จะดำเนินการอย่างนั้นได้ รัฐบาลจะต้องมีความแข็งแรง มีเสียงสนับสนุนในสภามากพอก็จะเดินหน้าต่อไป

 เมื่อถามว่า ในแง่ของเสถียรภาพและความแข็งแรงในสภา จะต้องมีเสียงเพิ่มเข้ามาเท่าไหร่ นายสุเทพ  กล่าวว่า  เอาเป็นว่าต้องเกินครึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส.ที่มีอยู่ในสภา ในจำนวนที่เราสบายใจได้ว่า ไม่เกิดอุบัติเหตุ

 เมื่อถามว่าต่อไปจะมีปัญหาหรือไม่ เช่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ตรวจสอบว่ามีบางกระทรวงที่มีปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น แต่ก็ไม่สามารถตรวจสอบอะไรได้ และอะไรเรียกร้องได้ อะไรก็ทำได้หมด นายสุเทพ กล่าวว่า  คงไม่เป็นอย่างนั้น การตรวจสอบเป็นเรื่องที่อยู่ในหลักการของระบบรัฐสภาอยู่แล้ว แต่ในข้อเท็จจริงในความมีเหตุมีผล ของเรื่องราวก็เป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณากัน การลงมติเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกแต่ก็ต้องทำด้วยเหตุผลไม่ใช่การไม่ชอบโดยส่วนตัวหรือโกรธเคืองกันอย่างนั้นไม่ได้

 เมื่อถามว่า ในฐานะที่เดินสายพบพรรคการเมือง บอกได้หรือไม่ว่า วันนี้ พรรคเพื่อแผ่นดินกับพรรคภูมิใจไทย เดินร่วมทางกันไม่ได้แล้ว  นายสุเทพ ทำเสียงถอนหายใจ พร้อมกล่าวว่า  เฉพาะบางกลุ่มบางส่วนเท่านั้น

 เมื่อถามว่า เป็นสัญญาณว่า ไม่ได้ออกทั้งพรรคใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า  ลักษณะของการจัดรัฐบาลร่วม มีการพิจารณาเป็นส่วน ๆ ตอนที่เริ่มจัดตั้งรัฐบาลตนคำนึงว่า  แต่ละพรรคมีกลุ่มต่างๆ กี่กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีกี่เสียงก็ต้องดูอย่างนั้น มาตั้งแต่แรก เพราะตอนที่จัดตั้งรัฐบาลเราก็เข้ามาในลักษณะที่จะร่วมมือแก้ไขวิกฤติ เพราะฉะนั้น ก็ต้องตรวจสอบจำนวนกันค่อยข้างชัดเจน และตนก็จัดรัฐบาลบนพื้นฐานนั้นอยู่แล้ว 

 เมื่อถามว่า จะพูดให้ชัดมากกว่านี้ได้หรือไม่ว่าพรรคร่วมรัฐบาลที่มีอยู่ด้วยกันทุกวันนี้ยังมีชื่ออยู่เหมือนเดิม นายสุเทพ กล่าวว่า ถ้าเป็นชื่อก็อาจจะใช่ แต่ถ้าเป็นกลุ่มก็อาจจะไม่ใช่ ขอให้รอคำตอบ 15.30  น.ของวันนี้แล้วกัน

 นอกจากนี้ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามผู้สื่อข่าวทีว่ารัฐบาลคำนึงถึง มารยาททางการเมืองมากกว่า ปัญหาคอร์รัปชั่นใช่หรือไม่ และคำถามที่ว่า หลังจากปรับ