ข่าว

แชมป์เก่า"อิตาลี"ถูก"เม็กซิโก"เผาเครื่อง2-1

แชมป์เก่า"อิตาลี"ถูก"เม็กซิโก"เผาเครื่อง2-1

04 มิ.ย. 2553

"กระทิงดุ"สเปน อุ่นเครื่องฝืดก่อนเอาชนะ เกาหลีใต้ 1-0 ด้านแชมป์เก่า อิตาลี พลิกพ่าย เม็กซิโก 2-1 ส่วน เยอรมัน ได้สองจุดโทษ แซงชนะ บอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา 3-1

เกมอุ่นเครื่องก่อนฟุตบอลโลก 2010 เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. "กระทิงดุ"สเปน ลงอุ่นเครื่องกับ"โสมขาว"เกาหลีใต้ นัดนี้ บิเซนเต เดล บอสเก กุนซือสเปน ตัดสินใจส่ง เชส ฟาเบรกัส ที่เพิ่งหายเจ็บ ลงสนามเป็นตัวจริงตั้งแต่ต้นเกม ขณะที่กองหน้าวาง เฟอร์นันโด ยอเรนเต ผู้ยิงประตูชัยในเกมกับ ซาอุดิอาระเบีย เป็นตัวเป้า ด้านเกาหลีใต้ ไม่มี ปาร์ค จี ซุง ในรายชื่อ 11 คนแรก โดยเป็นเพียงตัวสำรองที่ข้างสนามเท่านั้น

 เริ่มเกมมา เป็น สเปน ที่ครองบอลทำเกมบุกเข้าใส่ตามฟอร์ม แต่โอกาสลุ้นประตูครั้งแรกแบบเน้นๆ กลับเป็นทาง เกาหลีใต้ ได้เสียวก่อน คิม จุง-วู ยิงไกลในนาที 13 บอลพุ่งหลุดเสาซ้ายมือไปนิดเดียว

 ขณะที่ แข้งกระทิงดุ ได้จากลูกตั้งเตะ 2 ครั้ง ในนาที 23 กับ 33 แต่ เฟอร์นันโด ยอเรนเต กับ เซร์คิโอ รามอส ที่ขึ้นโขก กลับโหม่งบอลไม่ตรงกรอบทั้งคู่ ขณะที่หลังจากนั้น ในนาที 35 สเปน น่าขึ้นนำสุดๆ เมื่อ เชส ฟาเบรกัส วางเท้ายิงเน้นๆ ตรงเส้นเขตโทษ ก่อนปั่นบอลไปชนคาน ชนิดแฟนเสียดายทั้งสนาม

 ท้ายครึ่งแรก นาที 45 นักเตะพลังโสมมีลุ้นพลิกขึ้นนำเหมือนกัน ลี ชุง-ยอง ตักบอลให้ ปาร์ค ชู-ยัง หลุดเข้าไปยิงติดเซฟ โฆเซ เรนา ลูกยังทะลักมาเข้าทาง ชุง-ยอง อีกครั้ง พยายามยิงเล่นทาง แต่ก็ยังติดเซฟ เรนา อีก ก่อนหมดครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0

 กลับมาเล่นครึ่งหลัง แค่ 2 นาที เกาหลีใต้ เกือบฉวยโอกาสตอนที่สเปนยังไม่ทันตั้งตัว จุง-วู วางบอลให้ ชู-ยัง หลุดเข้าเขตโทษ แต่จังหวะยิงซัดบอลไม่เต็มเท้า เลยเหมือนส่งลูกให้ เรนา รับสบาย

 ต่อมานาที 67 ชาบี อลอนโซ จ่ายบอลให้ ฆาบี มาร์ติเนซ ได้ยิงแบบไม่ต้องจับในเขตโทษ แต่ซัดบอลไม่ตรงกรอบ จากนั้นนาที 75 ดาบิด บีญา ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง พลิกหาโอกาสยิงระยะ 25 หลา แต่ จุง ซุง-รยอง ไม่พลาดรับติดมือไว้ได้ แล้วอีกเพียงแค่ 2 นาทีต่อมา ชาบี เฮอร์นันเดซ ไหลบอลให้ บีญา หลุดเข้าเขตโทษไปจิ้มบอลหลุดเสาแค่นิดเดียว

 เกมเหมือนว่าจะจบลงด้วยการเสมอกันอยู่แล้ว กระทั่งนาที 85 เฆซุส นาบาส ปีกร่างเล็กจาก เซบีญา กลายเป็นฮีโร่ เมื่อยิงไกลสุดสวยเป็นประตูขึ้นนำ รวมถึงเป็นประตูชัย ช่วยให้ สเปน เอาชนะ เกาหลีใต้ ไปแบบหวุดหวิด 1-0

 ด้าน "อัซซูรี" อิตาลี ทีมแชมป์ฟุตบอลโลก 2006 ลงสนามอุ่นแข้งกับ"จังโก้" เม็กซิโก โดย มาร์เชลโล ลิปปี วางสามหัวหอก วินเซนโซ ยาควินตา,อัลแบร์โต จิลาร์ดิโน และ อันโตนิโอ ดิ นาตาเล ประสานงานร่วมในแนวรุก ขณะที่เม็กซิโก มี คาร์ลอส เวลา, โจวานนี ดอส ซานโต๊ส และ ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ "ชิชาริโต" เป็นตัวทีเด็ด

 เขี่ยบอลมาถึงนาที 17 เป็น เม็กซิโก ที่กลับพลิกขึ้นนำก่อน โจวานนี ดอส ซานโต๊ส ตักบอลให้ คาร์ลอส เวลา หลุดเข้าไปยิงสวนตัว จิอันลุยจิ บุฟฟอน ให้ทีมจังโก้ ขึ้นนำ 1-0

 จากนั้นทั้งสองทีมมีโอกาสลุ้นประตูกันอีกหลายครั้ง แต่ไม่คมด้วยกันทั้งคู่ จนกระทั่งเกมดำเนินมาถึงช่วงท้ายเกม นาที 84 ควาเตม็อค บลังโก แทงบอลให้ อัลเบอร์โต เมดินา หลุดเดียว ไปอัดเต็มข้อผ่านมือ บุฟฟ่อน ให้ เม็กซิโก หนีเป็น 2-0

 ก่อนจบเกมนาที 89 อิตาลี มาตีตื้นได้จากจังหวะที่ เลโอนาร์โด โบนุซซี ยิงระยะเผาขนหน้าประตูเข้าไป แต่ก็ไม่ทันการณ์ สุดท้าย อิตาลี เสียฟอร์ม พลาดท่าพ่าย เม็กซิโก 2-1

 คู่สุดท้าย "อินทรีเหล็ก" เยอรมัน ลงเล่นในคอมเมิร์ซแบงค์ อารีนา ของตัวเอง พบกับ บอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา โดย โยอัคคิม เลิฟ แทบไม่เปลี่ยนทีมจากนัดก่อนที่ถล่ม ฮังการี 3-0 แต่จุดสำคัญคือ การกลับมาเป็นตัวจริงของบรรดาแข้ง บาเยิร์น มิวนิค ที่นำโดยกัปตันทีม ฟิลิปป์ ลาห์ม, บาสเตียน ชไวสไตน์เกอร์ และ โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์ ส่วนทีมเยือนไม่ธรรมดา แผงกองหน้ามีนักเตะตัวอันตรายอย่าง เอดิน เซโก และ เวดัด อิบิเซวิช คอยล่าประตู

 แถมเริ่มเกมมานาที 15 เอดิน เซโก ทำแสบใส่แผงหลังเยอรมันทันที เมื่อเบียดบอลในเขตโทษกับ ฟิลิปป์ ลาห์ม ที่ไซต์ต่างกันเยอะ กดดันจน ลาห์ม ทำพลาดเตะสกัดไม่ดี บอลไปโดน เซโก ชนิดเป็นใจ ข้ามหัว มานูเอล นอยเออร์ ที่พยายามออกมาปิดมุม เข้าประตูไปให้ บอสเนีย บุกขึ้นนำ 1-0

 ทีมอินทรีเหล็ก พยายามตีเสมออยู่นาน จนกระทั่งมาประสบความสำเร็จในนาที 50 และเป็น ลาห์ม ที่แก้ตัวได้ ด้วยการลากบอลแหวกแนวรับ บอสเนีย ก่อนตะบันตรงเส้นเขตโทษ ผ่านมือ เคนาน ฮาซากิซ ให้สกอร์กลับมาเท่ากัน 1-1

 จากนั้น เลิฟ แก้เกมพร้อมกับทดลองนักเตะไปในตัว ด้วยการส่ง มาร์โก มาริน ลงมาแทน ลูคัส โพดอลสกี ในนาที 71 และ มาริน ก็แผลงฤทธิ์ทันทีในนาที 71 เมื่อลากบอลตัดเข้าในจากฝั่งซ้าย ป่วนจน ซาเนล จาฮิซ ต้องเสียบคว่ำล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษ แล้วเป็น บาสเตียน ชไวสไตน์เกอร์ รับหน้าที่สังหารไม่พลาดให้เจ้าถิ่นแซงนำ 2-1

 ต่อมาเกมรับ บอสเนียฯ เริ่มออกทะเล นาที 77 ซาเฟต นาดาเรวิช ไปขวาง โธมัส มุลเลอร์ จนล้มลงในเขตโทษ และเป็นจุดโทษของ เยอรมัน อีกครั้ง ชไวสไตน์เกอร์ รับหน้าที่สังหารส่ง ฮาซากิซ ไปผิดทาง เป็นประตูปิดท้ายให้ เยอรมัน ชนะ บอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา ไปแบบเด็ดขาด 3-1