
มหันตภัยของประเทศ
ความสุขความสบายที่เคยมีเคยเสพเมื่อถูกกระทำให้เป็นอื่น อันเนื่องมาจากคนที่คิดเห็นต่างกับรัฐกลุ่มหนึ่งต้องมาแสดงพลังชุมนุมในใจกลางของสารพัดอำนาจของประเทศ กรุงเทพฯ ที่เคยกล่าวไว้ว่าเป็นคนเมืองฟ้าอมร
ชีวิตที่ค่อนข้างจะสะดวกสบายนึกอยากจะได้อะไร จะจับจ่ายสารพัดสิ่งใดไว้ประดับบารมีที่บ่งบอกฐานะ หรืออยากนั่งฟังเพลงในห้องอาหารอันสวยหรู จิบเครื่องดื่มสักหนึ่งแก้วกับอาหารเบาๆ หนึ่งมื้อสนนราคามากกว่าเงินเดือนของคนงานหนึ่งเดือนก็มีปรากฏมากมาย หรือจับจ่ายสินค้าในห้างสรรพสินค้าราคาค่างวดของกระเป๋าหนึ่งใบเท่ากับรายได้ของอีกผู้คนอีกหลายล้านคนในประเทศนี้ต้องทำงานหนักถึงหนึ่งปีก็มีให้เห็นมากมาย
ฐานะความเป็นอยู่ของคนเมืองกรุงและเมืองใหญ่ๆ ส่วนน้อยเหล่านี้มันช่างต่างกันอย่างฟ้ากับดินกับคนยากคนจนพลเมืองส่วนใหญ่ในสังคมปัจจุบัน ไม่มีใครมีสิทธิจะอิจฉาตาร้อนอะไรหากแต่เพียงจะบอกว่าสังคมเสรีที่ใครมือยาวสาวได้สาวเอาอย่างไม่บันยะบันยังเช่นนี้คือความอยุติธรรมที่มีช่องว่างมากมายเช่นนี้คือสัญญาณแห่งความหายนะของสังคมประการหนึ่ง ? หากบางคนมีเงินมีอำนาจและเป็นผู้นำใช้พระเดชมากกว่าพระคุณจนล้นฟ้าคับแผ่นดิน ขาดซึ่งคุณธรรมจริยธรรมที่ดีงาม ทำความทุกข์ยากลำบากและสร้างความอยุติธรรมแก่คนบริสุทธิ์ แก่คนขัดสนยากจนอนาถา คนที่กำลังร้องขอความเป็นธรรมแต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมและทันเวลา ทำให้เกิดความเจ็บปวด เสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างแสนสาหัส นี่คือมหันตภัยที่กำลังเกิดขึ้นและเป็นมรรคผลหนึ่งของความอยุติธรรมข้างต้นตกกับสังคมประเทศไทยขณะนี้
หากมองด้วยความเป็นธรรมว่าประเทศเรากำลังเดินทางอยู่บนปากเหวแห่งความหายนะทางความรู้สึกและความสุ่มเสี่ยงทางความเข้าใจในการดำรงชีวิตของตนและสังคมว่าความเป็นมนุษย์ที่แท้จริงคือความมั่นคงของสังคมจะอยู่ได้เพราะรากฐานทางคุณธรรมและการสอนสั่งเรื่องรากเหง้าให้สำนึกในความเป็นมาและความยากลำบากของบรรพชนในการก่อร่างสร้างบ้านแปงเมืองและมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงของสังคมชนกลุ่มเล็กกลุ่มย่อยทั้งหลายที่รวมมาเป็นอยู่อย่างปัจจุบันนี้มันมีคุณค่ามหาศาล ที่ประเทศเราขาดการถ่ายทอดอย่างจริงจังและเป็นระบบ มัวแต่พัฒนาเพื่อไปหาความเจริญทางวัตถุในมิติของพวกสังคมอำนาจนิยมอย่างเสรีจนเกินเขต โดยขาดและละเลยการปลูกสร้างฐานทางคุณธรรม การอยู่ร่วมกันบนความหลากหลายทางความคิดความเชื่อ บนความหลากหลายในความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ บนความมีรากเหง้าเหล่ากอที่มากมาย เพราะนี่คือความเป็นเอกภาพของประเทศนี้มิใช่หรือ ?
องค์ความรู้เหล่านี้หลายชนชาติพันธุ์ในประเทศนี้เขาสร้างและสืบทอดปฏิบัติมาด้วยจิตวิญญาณอย่างมั่นคงมาอย่างยาวนาน โดยผ่านกระบวนการทางการศึกษา สังคมความเป็นอยู่ ภาษาพูดเขียน วัฒนธรรมประเพณีปฏิบัติ การทำมาหากิน ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว ในสังคมและต่างชุมชน ฯลฯตัวอย่างเหล่านี้หาศึกษาเพิ่มพูนอาหารทางสมองได้ในพื้นที่ต่างๆ ของพลเมืองไทย เช่น ชาวมอญ กะเหรี่ยง ชนเผ่าต่างๆ และชนกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยเป็นต้น หรือแม้แต่ผู้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานใหม่เช่นชาวจีน อินเดีย อัฟกานิสถาน ปากีสถาน ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือชนชาติมลายูที่ชายแดนภาคใต้ที่มรรคผลความล้มเหลวของแนวนโยบายแห่งรัฐและความอยุติธรรมที่ได้รับจากผู้นำประเทศจนทำให้พื้นที่ต้องลุกเป็นไฟมาอย่างยาวนานและความเดือดร้อนจากอธรรมและไร้ซึ่งคุณธรรมของผู้นำที่มีมาอย่างยาวนานได้สร้างมรรคผลความเดือดร้อน ความเสียหาย ความพินาศแก่สังคมประเทศในขณะนี้ หากจะตอบเหมือนความเข้าใจอย่างที่นักวิชาการหรือนักความมั่นคงบางคนว่าเป็นการกระทำของพวกคลั่งชาติ คลั่งศาสนา หรือคลั่งวีรบุรุษสุดแท้แต่ แต่ในหลักการครองบ้านครองเมืองที่ละเลยและไม่จริงจังในการสร้างบรรทัดฐานความยุติธรรมอย่างแท้จริงแก่พลเมืองในประเทศ ความเสียหายและความหายนะจะตกแก่คนในสังคมในหลากหลายรูปแบบที่เห็นได้เด่นชัดคือมหันตภัยความขัดแย้ง ความไม่สงบ ความสูญเสียจะเกิดขึ้นอีกมากมายในสังคมประเทศนี้
จงย้อนดูเบื้องหลังความสุขสงบของสังคมประเทศบางประเทศดูซิว่าบ้านเมืองที่งามสง่าและมีประชาชนอยู่อย่างสันติสุขอย่างแท้จริง ล้วนเกิดจากผู้นำประเทศที่สร้างความจริงในการประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ดีงาม ปกป้อง ปกปักรักษา ส่งเสริมความเป็นธรรม สร้างสรรค์คุณธรรม เป็นแบบอย่างที่ดีงาม ไม่ได้ถูกจัดสรรปั้นแต่งให้ดูแต่ดี (แต่ไม่มีดีที่จะดู) นี่คือสิ่งที่ผู้นำประเทศต้องตระหนักและประชาชนพลเมืองต้องต่อสู้ในเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อผลักเข้าสู่ในระบบมโนสำนึกของทุกคน ทุกวงการ ทุกระดับและทุกสาขาอาชีพอย่างทันที มิเช่นนั้นเราจะอยู่อย่างที่เป็นอยู่อีกยาวนาน ?
อัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง
[email protected]



