
ตร.แจงศอฉ.ออกหมายจับมือเผาเพิ่มอีก10ราย
ตร.แจงศอฉ.ออกหมายจับมือเผาเพิ่มอีก 10 ราย ก่อการร้ายเพิ่มอีก 20 ราย ชี้ปิดประชุมสภาแล้ว จตุพร-การุณ-วิเชียรหมดสิทธิ์ใช้เอกสิทธิ์ส.ส. ด้านทบ.ปัดงบประมาณทหารพุ่ง 9 พันล้าน ยันได้รับน้อยกว่าหลายเท่า
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 3 มิ.ย. กองบัญชาการกองทัพบก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ผอ.ศอฉ.) เป็นประธานในการประชุม โดยมี พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.อ.วิโรจน์ บัวจรูญ ประธานที่ปรึกษากองทัพบก และพล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก เข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลาการประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมได้มีการรายงานสรุปสถานการณ์ต่าง ๆ โดยตำรวจได้รายงานถึงความคืบหน้าในคดีต่าง ๆ และพูดถึงหมายจับเพิ่มเติมตามประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่สน.ดินแดนจำนวน 6 หมายจับ ในฐานความผิดคดีอาญาวางเพลิงเผาทรัพย์สิน รวมถึงคนที่มีการปราศรัยที่บริเวณแยกดินแดง และสน.ปทุมวันจำนวน 4 หมายจับ ในฐานความผิดคดีอาญาวางเพลิงเผาทรัพย์ห้างเซ็นทรัลเวิร์ด โดยออกหมายจับตามภาพถ่ายจากกล้องซีซีทีวีที่ปรากฏ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้มีการทำความเข้าใจถึงเรื่องหมายเรียกนายจตุพร พรหมพันธ์ นายการุณ โหสกุล นายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ได้มามอบตัวแล้ว ซึ่งดีเอสไอชี้แจงว่า การควบคุมตัวต้องเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน และเมื่อปิดสมัยประชุมสภาการใช้เอกสิทธิ์ก็ต้องหมดไป
นอกจากนี้ดีเอสไอยังมีการพูดถึงการร้องขอต่อศาลให้มีการออกหมายจับเพิ่มเติมอีก 20 คนที่ผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และความผิดฐานก่อการร้าย ทั้งนี้ทางดีเอสไอร่วมกับสำนักงานอัยการสูงสุด จะมีการตั้งคณะทำงานสอบสวนในเรื่องวางเพลิงเผาทรัพย์ร่วมกับอัยการสูงสุด ส่วนกระทรวงมหาดไทยมีการรายงานความคืบหน้าเรื่องการออกกฎหมายยกเว้นความผิดอาญาในการครอบครองอาวุธ
นอกจากนี้พล.อ.พิรุณ ยังได้มีการชี้แจงต่อที่ประชุมถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่า งบประมาณของทหารในการดำเนินการในครั้งนี้มีจำนวนสูงถึง 9 พันกว่าล้านบาทนั้น พล.อ.พิรุณ กล่าวยืนยันว่า ไม่ตรงกับความจริง เพราะตัวเลขงบประมาณในส่วนที่ทหารได้รับตามที่เสนอข่าวเกินจริงไปหลายเท่านัก อย่างไรก็ตามจากข่าวที่เกิดขึ้น ทำให้ทางกองทัพจะมีการตรวจสอบรายละเอียดถึงงบประมาณของกองทัพในการดำเนินการครั้งนี้ เพื่อเรียนต่อสื่อมวลชนให้ทราบข้อเท็จจริงต่อไป



