
ทหารเป็นกาวใจดึงแกนนำแดง-เหลืองยุติขัดแย้ง
ทหารรับเป็นกาวในจ ดึงแกนนำเสื้อแดง-เสื้อเหลือง จับมือเป็นมิตรตามความต้องการของทั้ง 2 ฝ่ายยุติความขัดแย้ง-หยุดการเคลื่อนไหว ระบุที่ผ่านมาเศรษฐกิจในพื้นที่บอบช้ำ
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 3 มิ.ย.53 ที่หอประชุมอำเภอปาย จ.แม่ฮ่องสอน พ.ต.ประสิทธิ์ แก้วกำเนิด นายทหารกิจการพลเรือน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 จ.แม่ฮ่องสอน ได้นำนายสามารถ ชุ่มรอด ประธานกลุ่มคนเสื้อแดง และนายสมเกียรติ สมจิตร แกนนำกลุ่มคนเสื้อเหลือง อ.ปาย มาจับมือเป็นมิตรเป็นพี่เป็นน้องที่ดีต่อกันตามความต้องการของทั้ง 2 ฝ่าย หลังจากในพื้นที่อำเภอปายมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อเหลืองเสื้อแดงในช่วงการชุมนุมชอง นปช.ที่ผ่านมา ทำให้บรรยากาศการนักท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอปายซบเซา ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของอำเภอปายเป็นอย่างมาก
ในการยุติการเคลื่อนไหวของทั้ง 2 ฝ่ายในครั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นความพยายามของทหารจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 กองกำลังนเรศวร ต้องการให้พื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีแต่ความสงบสุขและไม่ให้มีการแตกแยกของประชาชน ซึ่งทั้งสองกลุ่มก็เต็มใจที่จะร่วมปองดองไม่แตกแยก ไม่สร้างความเดือดร้อน และจำทำงานร่วมกันทุกกรณี โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มมวลชนในพื้นที่หลายตำบลช่วยเป็นสักขีพยาน
นายสามารถ ชุมรอด ประธานกลุ่มคนเสื้อแดง อำเภอปาย กล่าวว่า ปัญหาที่ผ่านมาได้สร้างความหายนะให้กับประเทศชาติ ได้สร้างความแตกแยกให้กับประชาชนมาโดยตลอด การเคลื่อนไหวที่ผ่านมาเหมือนกับเราเผาบ้านเผาเมืองตัวเองและต่อไปพวกเราจะไปอยู่กันที่ไหน ในนามกลุ่มคนเสื้อแดงอำเภอปาย ขอประกาศยุติการเคลื่อนไหวในทุกกรณีเพื่อสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวให้กลับคืนมา ผมเองได้เดินทางไปร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช.ทั้งที่กรุงเทพและเชียงใหม่มาหลายครั้ง แต่การชุมนุมของพวกตนเราชุมนุมอย่างสันติอยู่เฉพาะในที่ชุมนุม
เมื่อเดินทางกลับและคิดดูอีกที่ที่ผ่านมาประเทศชาติไม่ได้อะไรเลยมีแต่ความหายะ และนักท่องเที่ยวก็ไม่เดินทางเข้ามาเที่ยวอำเภอปาย ทำให้เศรษฐกิจแย่มาก ทั้งแดงและเหลืองของอำเภอปายเราได้พูดคุยกันแล้วต่อไปเราจะทำงานร่วมกันช่วยเหลือชาวบ้านไม่ให้ไม่ให้เกิดความแตกแยก
นายสมเกียรติ สมจิตร แกนนำกลุ่มคนเสื้อเหลืองอำเภอปาย กล่าวว่า ต่อไปนี้บรรยากาศการท่องเที่ยวของอำเภอปายจะดีขึ้น ความแตกแยกของประชาชนจะไม่มีทั้งเหลืองทั้งแดง อำเภอปาย เราขอประกาศยุติการชุมนุมโดยสิ้นเชิง และเราจะทำงานร่วมกันช่วยเหลือสังคมไม่ให้เกิดความแตกแยก จะยึดแนวเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพต่อไป.



