ข่าว

คลายร้อนเที่ยว-เขื่อนท่าด่านแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ

คลายร้อนเที่ยว-เขื่อนท่าด่านแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ

04 มิ.ย. 2553

น้ำจำนวนมากเกินกว่าป่าเขาใหญ่จะซับไว้ได้หมดไหลลงสู่พื้นที่ลุ่มทางด้าน จ.นครนายก จนทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ใกล้เคียง และยังประสบปัญหาดินเป็นกรด จึงเป็นที่มาของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อบรรเทาความทุกข์ยากที่เกิดแก่ประชาชน และได้พระราชทานนามว่า เ

 มักจะได้ยินกันคุ้นหูว่า เขื่อนท่าด่าน บริเวณสันเขื่อนอยู่ที่ บ้านท่าด่าน ต.หินตั้ง อ.เมือง จ.นครนายก เป็นเขื่อนคอนกรีตบดอัดที่ยาวที่สุดในโลก ด้วยความยาวของสันเขื่อนยาว 2,720 เมตร สูง 93 เมตร และเมื่อผ่านเส้นทางคดเคี้ยวไม่นานก็ถึงสันเขื่อนท่าด่าน ขึ้นมาชมวิว เป็นที่ที่สามารถเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามจุดหนึ่งของที่นี่เลย มองเห็นตัวเมืองนครนายกอยู่ไกลๆ ทางด้านตะวันตก ทางด้านตะวันออกจะเห็นเป็นช่องทิวเขาที่ขนาบทะเลสาบทั้งสองข้างเอาไว้ ซึ่งเป็นเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และยังสามารถเหมาเรือหางยาวไปชมน้ำตกในบริเวณเขื่อนได้อีกด้วย

 แต่น่าเสียดายที่เขื่อนเปิดให้ขึ้นชมระหว่างเวลา 06.00-18.00 เท่านั้น เพราะจุดนี้น่าจะเป็นจุดที่ชมพระอาทิตย์ตกได้สวยงามอีกจุดหนึ่งเช่นกัน ทั้งนี้ ด้วยเหตุผลที่ว่าจะเป็นการรบกวนสัตว์ป่าที่อาจจะลงมากินน้ำในทะเลสาบใกล้สันเขื่อนได้

 เมื่อเข้ามาเยือนในเขื่อน ก็จะได้ยินเสียงประกาศเชิญชวนให้ลองใช้บริการรถรางนำเที่ยวสันเขื่อน ค่าบริการมาตรฐานคนละ 20 บาท โดยเจ้าหน้าที่ของกรมชลประทาน ระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร ใช้เวลาไปกลับราว 20 นาที ตลอดเส้นทาง

 เจ้าหน้าที่(ไกด์)ชื่อ "หนุ่ย" ต้อนรับ และยิงมุกตลกต่างๆ ทำให้คนที่มาเที่ยวคลายเครียดได้ ทำให้นักท่องเที่ยวถึงกับออกปากว่า "นายแน่มาก" 

 จากนั้น "ไกด์หนุ่ย" เล่าถึงความยากลำบากที่ต้องทนใช้ชีวิตอยู่ในบ้านพักหลวง น้ำฟรีพร้อมไฟ ตกเย็นหลังเลิกงานก็ต้องผจญภัยกับ ช้าง, ม้า(อาชา) ใส่ขวดสีชาที่มีค่าตัวต่างกันอยู่บ้างร่ำไปพร้อมเมนูแนะนำ กุ้งแม่น้ำที่อื่นอย่างแพงก็กิโลกรัมละ 9-10 ตัวราคา 300-400 บาท แต่ที่นี่เขื่อนท่าด่าน แพงกว่าเป็นเท่าตัว

 กิจกรรมการท่องเที่ยวทางน้ำ สามารถเล่นน้ำคลายร้อน เช่าห่วงยางนอนลอยตามน้ำแบบ ชิลๆ ได้อีกด้วย ถือว่าที่ได้รับความนิยมทั้งปี ยิ่งในช่วงน้ำไหลแรงแล้วนักท่องเที่ยวยิ่งชอบ

 ทุกๆ ปีจะมีการแข่งขันวิ่ง เขื่อนขุนด่านปราการชลมาราธอน ในปีนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 6 มิถุนายน 2553 ชิง 3 ถ้วยพระราชทานเกียรติยศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

"กิตตินันท์ รอดสุพรรณ"
[email protected]