
ดราม่า "ม้า อรนภา" คัดเลือกผู้เข้าเรียน นักการเมืองรุ่นใหม่ เลขาพระปกเกล้า ชี้แจงแล้ว
ดราม่า "ม้า อรนภา" เป็นกรรมการคัดเลือกผู้เข้าเรียน สถาบันพระปกเกล้า เพื่อนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ดี ร้อนแรง! เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ชี้แจงแล้ว
เป็นประเด็นดราม่ากันเลยทีเดียว "ม้า อรนภา" โพสต์ภาพ พร้อมเขียนแคปชั่นระบุว่า "วันนี้มาเป็นกรรมการคัดเลือกผู้เข้าเรียน สถาบันพระปกเกล้า เพื่อนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ดีในอนาคต" กลับมีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์โจมตีโยงประเด็นการเมืองมากมาย
ล่าสุด นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า โพสต์ชี้แจงดราม่า ระบุ "ว่าด้วยหลักสูตร TopForm 001 หลายวันที่ผ่านมา ชื่อของหลักสูตร TopForm และสถาบันพระปกเกล้า ถูกกล่าวถึงทั้งในสื่อและโลกออนไลน์ มีทั้งความคาดหวัง ความสมหวังและผิดหวัง มีทั้งความรู้สึกจากผู้สมัคร กรรมการ และการตั้งคำถามจากสังคม
ผมขอใช้โอกาสนี้ ชี้แจงในสองประเด็นสำคัญ ที่ยาวเกิน 8 บรรทัด แน่นอน หากเปิดใจค่อยอ่านก็ได้ครับ จะได้ไม่เสียเวลา
- ประเด็นแรก — หลักสูตรนี้คืออะไร ?
TopForm 001 เป็นหลักสูตรใหม่ที่เกิดจากการตั้งคำถามกับรูปแบบเดิมของการพัฒนาผู้นำ
ที่ผ่านมา เรามักนำ “คนที่มีตำแหน่งแล้ว” มาอบรม แต่ในความเป็นจริง การเปลี่ยนแปลงจากคนที่มีอำนาจ มีภาระ และมีสถานะ ย่อมเป็นเรื่องท้าทาย และประสิทธิภาพของการเรียนรู้ก็มีข้อจำกัดโดยธรรมชาติ ผมจึงตัดสินใจปิดบางหลักสูตร ลดจำนวนผู้เข้าอบรมในหลายหลักสูตร และปรับแนวคิดจาก “พัฒนาผู้นำ” มาเป็น “สร้างผู้นำ” แทนที่จะให้เฉพาะคนมีตำแหน่งมาเรียน เราจะเปลี่ยนมาสร้าง “วัตถุดิบชั้นดี” ที่พร้อมจะเข้าสู่ระบบการเมือง
หลักสูตรนี้คัดเลือก 63 คน ที่มีความสนใจทางการเมือง หรือมีศักยภาพจะเป็นผู้นำ หรือแม้กระทั่งผู้ที่มีตำแหน่งแล้ว แต่ยังต้องการพัฒนาตนเองอย่างจริงจัง มาร่วมกันเรียนรู้และแลกเปลี่ยน ตั้งแต่การสื่อสารในที่สาธารณะกฎหมายเลือกตั้ง ข้อบังคับการประชุมสภา การยื่นบัญชีทรัพย์สิน ไปจนถึงธรรมเนียมพิธีการของรัฐและการต่างประเทศ เป้าหมายไม่ใช่เพียง “ให้ความรู้” แต่คือการ “ปรับวิธีคิด” และ “เตรียมความพร้อม” เพื่อให้พรรคการเมือง และสังคม มีตัวเลือกของคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพสูง หากใน 63 คนนี้ มีเพียงบางส่วนที่ได้เข้าสู่ตำแหน่ง และช่วยทำให้การเมืองดีขึ้นได้จริง ผมเชื่อว่า การลงทุนนี้ก็คุ้มค่าครับ
- ประเด็นที่สอง — กระบวนการคัดเลือกและกรรมการ
เราตั้งใจให้กระบวนการคัดเลือกสะท้อน “โลกความเป็นจริงของการเมือง” ผู้สมัครมีเวลา 3 นาทีในการนำเสนอตัวเอง และทราบผลทันทีในห้อง เพราะในโลกจริง ประชาชนตัดสินใจเลือกผู้แทน ภายในเวลาไม่กี่นาทีในคูหาเลือกตั้ง สำหรับคำถามว่า “ทำไมกรรมการจึงมาจากหลากหลายภาคส่วน รวมถึงผู้ที่ไม่ได้อยู่ในสายวิชาการ”
คำตอบคือการได้รับเลือกเข้าสู่อำนาจ ไม่เคยขึ้นอยู่กับ “ความรู้” เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “ความสามารถในการสื่อสาร” “การเข้าถึง” และ “ความน่าเชื่อถือในสายตาสาธารณะ” ด้วยเหตุนี้เราจึงเชิญสื่อมวลชน และผู้ทำงานด้านการสื่อสารสาธารณะ เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการคัดเลือก เพราะนี่คือทักษะที่ไม่มีในตำรา แต่มีผลอย่างยิ่งในสนามจริง ในขณะเดียวกัน องค์ประกอบของกรรมการก็สะท้อน “ความหลากหลายของสังคมไทย” จากทุกภาคส่วน ทุกแนวคิด ทุกประสบการณ์ ทุกสี ทุกขั้ว
เราไม่ได้ต้องการ “กรรมการที่ถูกใจทุกฝ่าย” แต่ต้องการ “กรรมการที่สะท้อนทุกฝ่าย” เพราะประชาธิปไตย ไม่ใช่การเห็นตรงกันทั้งหมด แต่คือการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่าง แน่นอนว่า ทุกความพยายามย่อมมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
แต่เสียงวิจารณ์ที่เกิดขึ้น สะท้อนถึงความคาดหวัง ความกังวล และความท้าทายของระบบการเมืองไทย
และบางทีนั่นคือเหตุผลที่หลักสูตรนี้ “จำเป็น” แม้หลักสูตรยังไม่เริ่ม แต่การถกเถียงที่เกิดขึ้น ก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ของสังคมแล้ว ผมหวังว่า 63 คนที่จะผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย จะไม่ใช่เพียง “ผู้ผ่านการคัดเลือก” แต่จะเป็น “ผู้เข้าใจความซับซ้อนของสังคมไทย” และพร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบ TopForm 001 อาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด แต่คือ “จุดเริ่มต้นของคำตอบ” ขอบคุณครับ อิสระ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า



