
ปล่อยทุกสีปชป.คุย111แม้วลิงค์พธม.ขยับไม่ผิด
กกต. ปล่อยผีทุกสี ยกคำร้อง ปชป. คุยบ้านเลขที่ 111 ไม่ผิด ชี้คนถูกเพิกถอนสิทธิลต.สามารถแสดงความคิดเห็นอื่นได้ ส่วน แม้ว ลิงค์ เข้าพรรคไม่ผิด พธม. เคลื่อนไหวนอกสภาได้ไม่ผิดกฎหมาย ต่อลมหายใจปู้จิ้นขยายสอบครอบครัวถือหุ้นชิโนไทย
(3มิ.ย.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงข่าวว่า ที่ประชุมกกต.มีมติเสียงข้างมากให้ยกคำร้องกรณีที่พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานคณะกรรมการตรวจสอบอำนาจรัฐของสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย (ส.ป.ท.) และนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการตรวจฯ ได้ยื่นหนังสือขอให้กกต.ตรวจสอบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กระทำเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญ ประกอบมาตรา 94 , 96 และ 98 แห่งพ.ร.บ.พรรคการเมือง เนื่องจากเชิญ แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล 6 พรรค ที่มีบุคคลที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปีเข้าร่วมประชุมหารือถึงสถานการณ์การเมืองและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่บ้านพิษณุโลกเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 52
นายสุทธิพล กล่าวว่า กกต.มีเหตุผลว่าจากการไต่สวนเห็นว่า การที่กรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ถูกยุบพรรคและอยู่ระหว่างการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเข้าร่วมประชุมดังกล่าวเป็นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับปัญหาบ้านเมือง ตามวิถีทางสังคมประชาธิปไตยที่ต้องรับฟังความเห็นทุกฝ่าย อีกทั้งไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดห้าม ส่วนการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นการพูดและการสื่อความหมายโดยวิธีอื่นตามมาตรา 45 ของรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครอง โดยวิธีการที่ไม่ได้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญบัญญติ
นายสุทธิพล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีมติเสียงข้างมากให้ยกคำร้องกรณีพล.ร.อ.บรรณวิทย์ และพวกร้องขอให้กกต.ตรวจสอบกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง กระทำการฝ่าฝืนมาตรา 94 พ.ร.บ.พรรคการเมือง เนื่องจากมีลักษณะเข้าครอบงำบงการพรรคเพื่อไทย เสมือนหนึ่งตนเองเป็นหัวหน้าพรรค โดยกรรมการบริหารพรรคสมยอมและยินยอม ซึ่งจากการตรวจสอบกกต.เห็นว่าจากพยานหลักฐานยังไม่ปรากฏว่า กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยคนใดได้กระทำการในลักษณะให้พ.ต.ท.ทักษิณเข้ามาครอบงำ หรือบงการพรรคเสมือนหนึ่งพ.ต.ท.ทักษิณเป็นหัวหน้าพรรคโดยที่พรรคมีการยอมหรือยินยอมเพื่อให้พ.ต.ท.ทักษิณกระทำการให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ และพฤติกรรมดังกล่าวก็ไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางที่รัฐธรรมนูญบัญญัติห้ามไว้แต่อย่างใด จึงฟังไม่ได้ว่าพรรคเพื่อไทยกระทำการเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ ขัดต่อกฎหมาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยที่เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 94 ( 1 ) , ( 3 ) , ( 4 ) พ.ร.บ.พรรคการเมือง 50
อย่างไรก็ตาม มี กกต.คนหนึ่งมีข้อสังเกตเพิ่มเติมระบุว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิทางการเมืองขั้นพื้นฐานของบุคคล ซึ่งการที่บุคคลที่ต้องคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและยังอยู่ระหว่างการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งการเพิกถอนสิทธิดังกล่าวเป็นเพียงการเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งเท่านั้น ไม่ใช่การถอนสิทธิทางการเมืองอื่นทั้งหมด เพราะสิทธิการเลือกตั้งถือเป็นส่วนหนึ่งของสิทธิทางการเมืองไม่ใช่ทั้งหมด ซึ่งสิทธิทางการเมืองถือเป็นเรื่องสำคัญจึงต้องมีการตีความของสิทธิบุคคลตามรัฐธรรมนูญ โดยไม่สามารถที่จะขยายความให้เกินเลยได้ ทั้งนี้สิทธิบุคคลที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งย่อมมีสิทธิทางการเมืองอื่น อาทิ มีสิทธิในการแสดงออกในความคิดเห็นว่ามีสิทธิดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอื่นที่ไม่ขัดและแย้งกับสิทธิเลือกตั้งหรือโยงกับสิทธิเลือกตั้ง
นายสุทธิพล ยังกล่าวอีกว่า กกต.ยังมีมติเสียงข้างมากให้ยกคำร้อง กรณีนายเรืองเดช เหลืองบริบูรณ์ มีหนังสือลงวันที่ 8 พ.ค. 51 ขอให้นายทะเบียนพรรคการเมืองสอบสวนวินิจฉัยชี้ขาด กรณีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกระทำผิดมาตรา 25 ประกอบ 110 วรรคสอง พ.ร.บ.พรรคการเมือง เนื่องจากมีเจตนาดำเนินกิจกรรมเช่นเดียวกับพรรคการเมือง หรือดำเนินการไม่ว่าด้วยวิธีการใดทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นพรรคการเมือง โดยมิได้จดแจ้งจัดตั้งเป็นพรรคการเมือง โดยกกต.เห็นว่าการจะเป็นพรรคการเมืองนั้นจะต้องมีการรวมตัวการจัดตั้งให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ทางการเมืองของประชาชนและมีการดำเนินกิจกรรม การประชุมทางการเมือง ตามที่กำหนดไว้มาตรา 65 รัฐธรรมนูญมาตรา 4 ,9 และ 28 ของพ.ร.บ.พรรคการเมือง
นายสุทธิพล กล่าวว่า การดำเนินการของกลุ่มพันธมิตรเมื่อครั้งชุมนุมเป็นการร่วมตัวกันของกลุ่มองค์กรต่างๆ เพื่อตรวจสอบปัญหาคอรัปชั่นของรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ และการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯก็ไม่ได้ชื่อ ชื่อย่อ ภาพ เครื่องหมาย หรือถ้อยคำใดที่ทำให้ประชาชนเข้าใจว่าเป็นพรรคการเมือง แม้ต่อมากลุ่มแกนนำและผู้ประสานงานของกลุ่มพันธมิตรฯบางคนจะได้ดำเนินการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ก็เป็นพัฒนาการทางการเมืองที่เกิดขึ้นภายหลังการเคลื่อนไหวชุมนุม ซึ่งเป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ จึงเห็นว่าการกระทำของนายสนธิ ลิ้มทองกุล และพวกที่ถูกร้องไม่ได้เป็นการฝ่าฝืน มาตรา 25 และมาตรา 110 ของพ.ร.บ.พรรคการเมือง
นายสุทธิพล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้กกต.ยังได้มีมติให้ขยายเวลาการสืบสวนสอบสวน กรณีนายสงวน พรหมมณี ร้องให้ตรวจสอบและขอให้ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 (7) เนื่องจากคู่สมรสและบุตรเข้าไปถือครองหุ้นในบริษัทชิโนไทย ที่เป็นคู่สัญญาสัมปทานของรัฐออกไปอีก 30 วันเนื่องพยานของนายชวรัตน์ ได้อ้างว่า หลักฐานที่เป็นเอกสารที่ต้องนำมาแสดงถูกเก็บอยู่ในตู้นิรภัยของสำนักงานที่ตั้งอยู่ภายในห้างเซ็นทรัลเวิลร์ ดังนั้นต้องขอเวลาให้พยานเข้าไปตรวจเอกสารต่างๆที่ต้องนำมาแสดงว่ายังอยู่หรือไม่



