
เปิดจดหมายฉบับแรก "ชูวิทย์" ฆาตกรเลือดเย็นปาดคอสาว 17 อ้อนวอนขอให้แม่ไปเยี่ยม
จดหมายฉบับแรกจากเรือนจำ! "นายชูวิทย์" ฆาตกรปาดคอสาว 17 ทิ้งศพกลางที่ดินร้างแม่สาย ล่าสุดส่งสารถึงบุพการีอ้างสำนึกผิดขอพบหน้า ขณะที่พ่อแม่เปิดใจทั้งน้ำตา ยันลูกเป็นคนไม่ดีมาตั้งแต่เด็ก พ่อลั่นวาจาสุดเจ็บ "ควรตายแทนเขา"
23 เม.ย. 2569 จดหมายนายชูวิทย์ อายุ 20 ปี ฆาตกรโหดได้ล่อลวง น.ส.ณัฐณิชา (กุ้งกิ้ง) อายุ 17 ปี ไปขืนใจจนสำเร็จความใคร่ ที่บริเวณที่ดินจัดสรรร้างบ้านสันทรายมูล ม.6 ตโป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย จากนั้นได้ปิดปากผู้ตาย ด้วยการใช้มีดเฉือนคออย่างใจเย็น จนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
จากนั้นได้นำโทรศัพท์ผู้ตายไปทิ้งบริเวณริมทาง เพื่อป้องกันคนโทรตามหาผู้ตาย และนำจักรยานยนต์ฮอนด้า MSX สีดำ ของผู้ตายกลับไปหาเพื่อนของผู้ตายที่กำลังรอ 3 คน ด้วยความเลือดเย็นตีเนียนยังพูดคุยกับเพื่อนผู้ตายหน้าตาเฉย เมื่อเพื่อนถามถึงผู้ตายว่าหายไปไหน ไม่ได้กลับมาด้วยกัน นายชูวิทย์ฆาตกรโหด บอกว่าไปด้วยกันแต่จู่ๆก็หายไปไหนไม่รู้ตามหาไม่พบ
จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สาย ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบบัตรประชาชน จึงสืบแกะรอยตามบัตรประชาชนที่อยู่ในกระเป๋าผู้ตาย ชื่อ น.ส.ฟาตอนียะห์ เป็นหนึ่งในเพื่อนที่พากันมาเที่ยวแม่สาย จึงเรียกตัว น.ส.ฟาตอนียะห์ พร้อมกับเรียกตัวคนที่ขับจักรยานยนต์มาด้วยกัน ทั้งหมด 3 คน มาหาเที่ยวหานายชูวิทย์ ที่อยู่แม่สายรอ จึงเรียกคนที่เหลือมาทั้งหมด 3 คน รวมนายชูวิทย์ฆาตกรโหดด้วย
เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.แม่สาย สอบปากคำทั้งหมด ได้พบรอยเลือดที่รองเท้านายชูวิทย์ฆาตกรโหด และเล็บมือมีรอยเลือดติดซอกเล็บ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงส่งตัวไปตรวจที่โรงพยาบาลแม่สาย ผลออกมาเป็นคราบเลือดของผู้ตาย จึงสอบปากคำจนยอมรับสารภาพว่าเป็นคนฆ่าปาดคอผู้ตาย จึงนำตัวดำเนินคดี
ล่าสุดจดหมายฉบับแรกของนายชูวิทย์ออกจากเรือนจำกลางเชียงราย โดยมีนายพงศกร ศรียาวงค์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านโป่ง ม.8 ต.โป่งงาม อ.แม่สาย จ.เชียงราย นำจดหมายฉบับแรกที่เขียนส่งตรงถึงมือพ่อแม่กลางดึก พร้อมอ่านข้อความถึงพ่อแม่ เหมือนว่าตัวเองสำนึกผิดอยากจะขอโทษพ่อแม่และอยากให้แม่ไปเยี่ยม
นายพงศกร ยังเปิดเผยอีกว่า ที่ผ่านมานายหม่อง หรือ นายชูวิทย์ อยู่ในชุมชนโป่งงาม ม.8 สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว โดยการลักเล็กขโมยน้อยตามชุมชน สร้างความเดือดร้อนไปทั่วชุมชน ทางผู้นำจึงได้นำตัวนายชูวิทย์มอบให้ ตร.ตรวจคนเข้าเมืองเชียงราย ส่งกลับประเทศเพื่อนบ้าน ประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งระยะวันที่นายชูวิทย์ถูกส่งตัวกลับไปประเทศเพื่อนบ้าน เกิดแอบลักลอบข้ามกลับมาวนเวียนอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอแม่สาย ชักชวนกลุ่มรุ่นเดียวกันพากันก่อเหตุจำนวนมากในเขตพื้นที่อำเภอแม่สาย จนกระทั่งล่าสุด ก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 อาทิตย์ มีคนในชุมชนเห็นนายชูวิทย์โผล่มาในชุมชนคาดว่าจะมาหาพ่อแม่ ทางผู้นำตามหาตัวแต่ไม่พบจนไปก่อเหตุ
ด้านนางตินซัน (แม่) อายุ 63 ปี ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย และนายอาทู อายุ 57 ปี ถือบัตรแรงงานต่างด้าว ได้อาศัยอยู่บ้านเช่าแห่งหนึ่งในเขตพื้นที่บ้านโป่งงาม ม.8 นางตินซัน เผยว่า นายชูวิทย์ไม่มีเอกสารบัตรไทย หรือเมียนมา ได้เรียนหนังสือในโรงเรียนไทยมีนิสัยเกเร ชอบลักเล็กขโมยน้อย โทรศัพท์ของพ่อแม่ก็ขโมย จนถูกส่งกลับบ้านที่ตองจี ประเทศเมียนมา แต่ไม่รู้ว่านายชูวิทย์กลับมาเมื่อไร ก่อนที่ก่อเหตุได้เห็นแอบเข้ามาหาที่บ้าน แต่พ่อแม่รับจ้างรายวัน กลับบ้านดึกจึงไม่เห็น เห็นแต่ว่าอาหารที่เก็บไว้มีคนแอบกิน จึงคาดว่าเป็นนายชูวิทย์ ซึ่งนางตินซัน (แม่) ไม่อยากจะเกี่ยวข้องกับลูกนายชูวิทย์
ขณะที่สอบถามถึงการก่อเหตุของนายชูวิทย์ น้ำตาคนเป็นแม่ไหลออกมา เสียงเงียบไปสักพัก ถึงลูกไม่ดีแต่ในใจยังรักลูกเสมอ แต่อย่างไรก็ตามยอมรับว่าลูกตนเองเป็นคนไม่ดี ต้องขอโทษทางครอบครัวผู้ตาย ด้วยทั้งน้ำตามความรู้สึกคนเป็นแม่เหมือนกัน
ด้านนายอาทู (พ่อ) เผยว่าลูกตนเองควรจะตายเสียดีกว่า ร้องไห้เพียงไม่กี่วันก็หาย ควรจะเป็นนายชูวิทย์ที่ควรจะตาย เพราะเป็นคนไม่ดี ตนเองเสียใจกับเหตุการณ์นี้



