
ศาลกรุงเทพใต้เตือนปชช.ระวังแก๊งล้วงข้อมูลลับส่วนตัว
อธิบดีศาลอาญากรุงเทพใต้เตือนประชาชน ระวังถูกแก๊งล้วงข้อมูลลับส่วนตัวทางการเงิน ใช้ศาลขู่อ้างตกเป็นจำเลย ขณะที่ศาลเตรียมแจ้งความดำเนินคดีตามพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร พร้อมขยายผลเอาผิดฉ้อโกงปชช.
(20มี.ค.) ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63 นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ และพ.ต.ท.อังกูร ศิริปริญญานันท์ พนักงานสอบสวน (สบ.3) สน. ยานนาวา ร่วมแถลงข่าวกรณีมีกลุ่มมิจฉาชีพโทรศัพท์แอบอ้างชื่อศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ว่า เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ที่ผ่านมาฝ่ายประชาสัมพันธ์ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้รับโทรศัพท์จากประชาชนจำนวน 8 ราย ที่สอบถามเกี่ยวกับเรื่องที่มีผู้แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ โทรศัพท์ไปสอบถามชื่อ - นามสกุล ที่อยู่ เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน และบางราย ยังถูกสอบถามถึงเลขที่บัญชีเงินฝากอีกด้วย โดยกลุ่มมิจฉาชีพอ้างกับเหยื่อที่รับโทรศัพท์ว่าถูกดำเนินคดีที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ทั้งที่เมื่อตรวจสอบแล้วไม่ว่าถูกดำเนินคดีแต่อย่างใด ตนจึงขอประกาศเตือนไปยังประชาชนทั่วไปว่าศาลอาญากรุงเทพใต้ ไม่เคยมีการโทรศัพท์ไปสอบถามข้อมูลส่วนตัวของประชาชน แต่อย่างใด
นายสุรศักดิ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ กล่าวด้วยว่า การกระทำดังกล่าว น่าจะเป็นการกระทำของกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างชื่อศาลเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางใดทางหนึ่งโดยมิชอบ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าหลังจากที่สื่อมวลชนเสนอข่าวกรณีการจับกุมขบวนการหลอกลวงคืนเงินภาษี ทำให้คนร้ายเปลี่ยนวิธีการหาข้อมูล ด้วยการเอาผลร้ายมาแจ้งให้ผู้ตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อ จนต้องยอมให้ข้อมูลต่างๆ อย่างไรก็ดี ขณะนี้ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินการสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยการกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ซึ่งหากมีการจับกุมและสามารถขยายผลการจับกุม จนพบหลักฐานว่าคนร้ายเคยกระทำความผิดสำเร็จไปแล้ว สามารถดำเนินคดีฐานฉ้อโกงได้
“ หากพบว่ามีผู้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ศาลมาขอข้อมูลส่วนตัว อย่าได้หลงเชื่อ หรือหากมีผู้ที่หลงเชื่อให้ข้อมูลไปแล้ว สามารถสอบถามรายละเอียด และให้เบาะแสแก่ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-210-9301-3 หรือ 02-210-9229 ” อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้กล่าว
ด้านพ.ต.ท.อังกูร ศิริปริญญานันท์ พนักงานสอบสวน (สบ.3) สน. ยานนาวา กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งความร้องทุกข์จากทางศาลอาญากรุงเทพใต้แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ข้อมูลเบื้องต้นว่ากลุ่มคนร้ายใช้โทรศัพท์พีซีที ซึ่งเป็นหมายเลข 10 หลัก และจะไม่โชว์หมายเลขโทรศัพท์ที่เบอร์ของผู้รับสาย เมื่อผู้รับสายรับโทรศัพท์จะได้ยินเสียงที่บันทึกไว้ให้เลือกกดหมายเลข จากนั้นกลุ่มมิจฉาชีพจะพูดคุยสอบถามข้อมูลต่างๆ โดยคนร้ายจะสุ่มโทรศัพท์ไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่ขึ้นต้นด้วย 081 หรือ 089 และจะโทรศัพท์ไปยังหมายเลขที่ใกล้เคียงเรียงกันไป ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะนัดผู้เสียหายมาให้รายละเอียดเพิ่มเติม และประสานขอข้อมูลกับผู้ให้บริการโทรศัพท์ เพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย



