ข่าว

ฟอร์ดลงพื้นที่เยี่ยมมหาบัณฑิตช่วยสังคมที่อุบลราชธานี

ฟอร์ดลงพื้นที่เยี่ยมมหาบัณฑิตช่วยสังคมที่อุบลราชธานี

03 มิ.ย. 2553

มูลนิธิฟอร์ดลงพื้นที่เยี่ยมมหาบัณฑิตที่ได้รับทุนการศึกษาฟรีในพื้นที่ จ.อุบลฯ โดยมีส.อบจ.อุบลราชธานี ลงพื้นที่เยี่ยมเยือนด้วย

วันที่ 3 พ.ค. 53 ที่สำนักงานองค์กรแชร์ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี นายชูศักดิ์  สุทธิรารักษ์ ส.อบจ.อุบลฯ เขต 1 อ.เขมราฐ ได้ร่วมให้การต้อนรับ ดร. แมรี่ เซอร์บูเคน  ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการทุน IFP ประจำภูมิภาคเอเชียและรัสเซีย ที่ได้เข้าเยี่ยมชมผลงานของศิษย์เก่าที่เรียนจบระดับปริญญาโทภายใต้การสนับสนุนทุนการศึกษาจากมูลนิธิฟอร์ด ซึ่งประกอบด้วย น.ส.ลัดดา ไวยวรรณ์ และ น.ส.ศิริวรรณ  อาษาศิริ ซึ่งทำงานด้านการสร้างแนวร่วมในการป้องกันและยับยั้งการติดเชื้อเอดส์ในประชาชนประจำองค์กรแชร์ ประเทศไทย อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี      
                        
 นายชูศักดิ์ กล่าวว่า  นับเป็นความโชคดีของชาวอีสาน ที่มูลนิธิฟอร์ดได้ให้โอกาสในด้านการศึกษา โดยทั้งประเทศภาคอีสานได้รับโอกาสในการรับทุนจากมูลนิธิฟอร์ดเพียงภาคเดียวตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ฟอร์ดได้มอบทุนการศึกษาต่อระดับปริญญาโทให้กับคนในประเทศไทย ดังนั้นจึงขอขอบคุณต่อมูลนิธิฟอร์ดต่อผู้แทนของมูลนิธิฟอร์ด ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมการศึกษาให้กับบุคลากรชาวไทยโดยเฉพาะในภาคอีสาน เพื่อกลับมาทำประโยชน์ให้กับบ้านเมือง

 จากแนวทางดังกล่าวเชื่อว่านักศึกษาที่เรียนจบมาแล้วจะกลายเป็นเครือข่ายในการพัฒนาชุมชนและภาคสังคมไทยโดยเฉพาะในภาคอีสานให้มีคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนที่ดีขึ้นสมกับวัตถุประสงค์ของโครงการที่หวังให้คนในพื้นที่ได้ร่ำเรียนและกลับมาพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง และยังหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโอกาสหน้าทางมูลนิธิจะพัฒนาต่อยอดโครงการดังกล่าวเพื่อให้โอกาสกับชาวไทยได้รับโอกาสทางการศึกษาต่ออีกครั้ง รวมทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชนที่มีศักยภาพในไทยเองที่จะนำแนวทางดังกล่าวมาปรับใช้ในการให้โอกาสกับประชากรของตนเองในการให้ทุนการศึกษาตามความเหมาะสมต่อไป               

 น.ส.ลัดดา ไวยวรรณ์ อายุ 34 ปี กล่าวว่า ตนได้รับทุนจากมูลนิธิฟอร์ดเพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาโท จากเดิมที่เรียนจบในสาขาสุขศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ที่สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี โดยหลังจากทำงานกับองค์กรแชร์ได้ 8 ปี ก็ได้สมัครขอรับทุนกับมูลนิธิฟอร์ด และรับการคัดเลือกจึงเข้าศึกษาต่อที่ ม.มหิดล ซึ่งนับเป็นโอกาสทางการศึกษาที่หาได้ยากเนื่องจากได้รับทุนทั้งหมดทั้งด้านค่าเล่าเรียน อุปกรณ์การเรียน ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งหลังจบมาไม่ต้องใช้ทุนให้กับมูลนิธิแต่จะมีสัญญาใจตรงที่ว่า เมื่อจบแล้วต้องกลับมาทำงานเพื่อพัฒนาในภาคอีสาน นับเป็นสัญญาใจที่ทำให้ผู้ได้รับทุนทุกคนพยายามทำงานเพื่อพัฒนาบ้านเกิดอย่างเต็มที่ตามวัตถุประสงค์ของการรับทุน

 ซึ่งหลังจากเรียนจบกลับมาก็กลับมาทำงานที่องค์กรแชร์อีกครั้ง ทำให้เกิดองค์ความรู้ที่มากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำวิจัยที่เกี่ยวเนื่องกับงานที่เคยทำมาทำให้ได้ทราบถึงปัญหารวมทั้งแนวทางแก้ไขที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันได้พยายามพัฒนาแนวร่วมในการป้องกันโรคเอดส์โดยการใช้เครือข่ายจากภาคส่วนต่างๆ ให้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนางานมากขึ้น โดยเฉพาะในด้านการเข้าถึงผู้ติดเชื้อเอดส์ ตลอดจนการเข้าถึงกลุ่มที่จะช่วยป้องกันการติดเชื้อดังกล่าว การให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมายกลุ่มต่างๆ ได้ดีขึ้น ซึ่งนับเป็นความภูมิใจที่ตนเองได้ใช้ความรู้จากการศึกษาเพิ่มเติมดังกล่าวให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้ให้ทุน ซึ่งตั้งใจว่าจะทำงานเพื่อการพัฒนานี้อย่างเต็มความสามารถจนถึงที่สุด               

 น.ส.ศิริวรรณ  อาษาศรี อายุ 33 ปี หนึ่งในผู้รับทุนฟอร์ด กล่าวว่า ภูมิใจที่ได้รับโอกาสในการเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ซึ่งเดิมทีจบด้านพยาบาลศาสตร์จาก ม.ขอนแก่น และได้เข้าทำงานกับองค์กรเอกชน แชร์ ประเทศไทย ที่เน้นในด้านการส่งเสริมด้านสุขภาพและการป้องกันโรคเอดส์ตามแนวชายแดน โดยเฉพาะ อ.เขมราฐ นาตาล โพธิ์ไทร ที่มีแนวโน้มพบผู้ติดเชื้อเอดส์เพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากการทำงานเผยแพร่ความรู้และการเข้าถึงตัวผู้ติดเชื้อให้สามารถแสดงตัวต่อสาธารณชนมากขึ้น ซึ่งจะเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาโรคดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 ทั้งนี้ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการศึกษาต่อภายใต้การสนับสนุนทุนแบบให้ฟรีของมูลนิธิฟอร์ด ทำให้ได้รับโอกาสไปเรียนที่ฟิลิปปินส์ ทำให้มีเครือข่ายการทำงานทั้งในไทยและต่างประเทศมากขึ้น และยอมรับว่าการให้ทุนการศึกษาของฟอร์ดแตกต่างจากแหล่งอื่นโดยที่เป็นการให้ฟรีแบบไม่สิ่งตอบแทนใดๆ ยกเว้นการให้กลับมาพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนในภาคอีสานของตนเอง จึงถือเป็นพันธะสัญญาใจที่ผู้ที่เรียนจบทุกคนต่างสำนึกดีต่อบ้านเกิดและตนเองตั้งใจที่จะทำงานในการพัฒนาภาคอีสานตามศักยภาพอย่างเต็มที่ตามเจตนารมณ์ของผู้ที่ให้ทุน นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายของผู้ที่เรียนจบมาที่อยู่ภาคอีสานเป็นแนวร่วมการทำงานในด้านต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นด้วย   

              
 ดร.แมรี่ เซอร์บูเคน กล่าวว่า การให้ทุนการศึกษาของมูลนิธิฟอร์ดเป็นทุนให้เปล่าโดยไม่เรียกคืนเมื่อนักศึกษาเรียนจบ และนับเป็นความตั้งใจของผู้ก่อตั้งมูลนิธิที่ต้องการให้ประเทศที่ยากจนจำนวน 22 ประเทศ ได้รับโอกาสในด้านการศึกษาเพื่อให้กลับมาพัฒนาประเทศและชุมชนของตนเองให้เจริญขึ้น ขณะที่ประเทศไทยฟอร์ดได้ให้ทุนการศึกษาเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานเพียงภาคเดียวเป็นระยะเวลา 8 ปี ตามแผนที่วางไว้ โดยสามารถผลิตบัณฑิตในระดับปริญญาโทและเอกรวม 100 คนในระยะ 8 ปี หลังจากนี้จะเป็นการสร้างเครือข่ายการทำงานของผู้ที่จบการศึกษาภายใต้การให้ทุนของฟอร์ดเพื่อการพัฒนาชุมชนภาคอีสานให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตามขณะนี้มูลนิธิฯ ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีโครงการให้ทุนนี้อีกต่อไปหรือไม่ เนื่องจากต้องดูผลการทำงานในเชิงเครือข่ายของบัณฑิตที่จบมาแล้วต่อไปอีก 2 ปี ตามแผนที่วางไว้ แต่อย่างไรก็ตามหลังจากการดำเนินงานมาจนถึงปีที่ 8 นับตั้งแต่การเริ่มโครงการให้ทุนมาตั้งแต่ปี 2001 ถือว่ามีความน่าพอใจตามที่วัตถุประสงค์ของโครงการที่วางไว้ โดยเฉพาะในประเทศไทยพบว่าบัณฑิตที่จบมาแล้วกลับมาทำงานในท้องถิ่นคือภาคอีสานของตนเองมากกว่าทุกประเทศซึ่งเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก