
ปชป.จี้สภาล้อมคอกป้องกันส.ส.แจกของลับ
"ชัย"โยนสื่อตัดสินส.ส.แจกของลับ-คำหยาบในที่ประชุม "รณฤทธิชัย"เตรียมร้อง ปธ.สภาฯพิจารณาพฤติกรรม "สุรเชษฐ์" แจกของลับขัดจริยธรรม ส.ส.หรือไม่
นายเทพไท เสนพงศ์ ในฐานะโฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมแถลงข่าว โดยนายเทพไท กล่าวว่า มองว่า พรรคฝ่าค้านอภิปรายโดยเล่นสำนวน และมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ที่แจกของลับกลางห้องประชุม วึ่งถือว่าไม่เคารพต่อสภาฯ จนเกิดความวุ่นวาย
นอกจากนี้ ยังเล่นเกมการเมืองเกินไป โดยเห็นได้จากที่ขอเลื่อนการอภิปรายนายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศมาเป็นช่วงเช้าวันที่20มี.ค. เพราะต้องการให้ประชาชนรับฟังมากขึ้น จึงขอให้ประธานสภาฯหามาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีก
อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมถือว่า ฝ่ายค้านอภิปรายผิดที่ ผิดเวลา ผิดสาระ เพราะข้อมูลที่เดี่ยวมือ1 ของฝ่ายค้านถือเป็นข้อมูลที่เหมือนเป็นการอภิปรายทั่วไป เป็นมือใหม่หัดขับมากกว่า จึงอยากให้ฝ่ายค้านสั่งสมประสบการณ์เป็นฝ่ายค้านอีก2-3 สมัย เหมือนผลโพลล์ที่สำรวจพบว่า ประชาชนต้องการให้พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้านถึง72 เปอร์เซ็นต์
“การอภิปรายของฝ่ายค้าน เป็นแค่พิธีกรรม ถ้าเปรียบเป็นการสอบ ก็เหมือนข้อสอบรั่ว คนสอบก็ลอกข้อสอบมา ดังนั้นผลที่ออกมาก็ถูกปรับตก” นายเทพไท กล่าว
นายเทพไท กล่าวอีกว่า เขาตั้งข้อสังเกต กรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ส่งเอกสารที่ให้กับกกต.ก่อนการอภิปรายว่า มีความเชื่อมโยงกับการอภิปรายของฝ่ายค้านหรือไม่ จนเป็นที่สงสัยของสังคม จึงอยากให้กกต.แสดงความชัดเจน และตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยความโปร่งใส
ด้านพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า วอร์รูมรัฐบาล ได้ประเมินการชี้แจงของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีแล้ว เห็นตรงกันว่าเป็นที่น่าพอใจ ไม่หนักใจกับข้อมูลของฝ่ายค้านที่อภิปราย เพราะเป็นขอ้มูลเก่า ที่คิดว่า ไม่กระทบกับพรรค ดังนั้น การที่โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุก่อนเปิดอภิปรายว่า ให้พรรคประชาธิปัตย์จดทะเบียนไว้ หากพรรคถูกยุบหลังจากที่ฝ่ายค้านอภิปราย ควรออกมาชี้แจงเพื่อในเรื่องนี้ด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์สัญญา ที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน ในฐานะประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ประกาศก่อนหน้านี้ว่า ถ้าไม่สามารถนำฝ่ายค้านอภิปรายฯรัฐบาลได้สำเร็จบรรลุเป้าหมาย ก็จะพิจารณาตัวเองออกจากตำแหน่งประธานส.ส. นายเทพไท กล่าวว่า ตำแหน่งประธานส.ส.นั้น มองว่า เป็นตำแหน่งที่ร.ต.อ.เฉลิม อุปโลกน์ขึ้น หากจะเอาตำแหน่งเป็นประกัน ก็ต้องเป็นตำแหน่งส.ส.มากกว่า ดังนั้น จึงขอให้ร.ต.อ.เฉลิมควรเร่งใช้จิตสำนึก เพราะการอภิปรายฯครั้งนี้ ถือได้ว่า ฝ่ายค้านทำผลงานได้ล้มเหลว
เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์จะดำเนินการกับนายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ที่ขออภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่างนายกษิตอย่างไร ว่า นายเทพไท กล่าวว่า เขาได้พูดคุยกับนายเกียรติกร และเข้าใจกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงไม่มีปัญหาอะไร
ต่อข้อถามว่า เกรงหรือไม่ว่า ในการลงมติจะมีส.ส.แหกโผ นายเทพไท กล่าวว่า เราได้ทำความเข้าใจกับส.ส.พรรคร่วมเรียบร้อยแล้ว จึงมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องเสียงสนับสนุนแน่นอน
นายเทพไท ยังกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดง เลื่อนการชุมนุมให้เร็วขึ้นว่า คิดว่า หลังการอภิปรายเสร็จ และประชาชนได้รับทราบข้อมูลจากสองฝ่าย อาจส่งผลให้ประชาชาชนที่จะมาร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง ไม่มากเหมือนครั้งที่ผ่านมา เพราะการอภิปรายรัฐบาล การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ตลอดจนการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ล้วนแต่สอดคล้องกับแผนพระเจ้าตาก ถ้าการอภิปรายของฝ่ายค้าน ไม่มีอะไรใหม่ ประชาชนก็จะไม่มาร่วมเอง
รณฤทธิชัยจ่อร้องปธ.สภา สุรเชษฐ์แจกของลับ
นายรณฤทธิชัย คานเขต ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อแผ่นดิน เปิดเผยว่า เตรียมเข้าร้องต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงพฤติกรรมหยาบคาย แจกของลับกลางสภา ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจวานนี้ ของนายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ส.ส.อยุธยา พรรคเพื่อไทย เพื่อให้พิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการขัดต่อจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ เพราะการกระทำดังกล่าวนอกจากจะสร้างความเสื่อมเสียให้กับสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ยังจะเข้าข่ายที่อาจจะยื่นถอดถอนความเป็น ส.ส.ของนายสุรเชษฐ์ ได้อีกด้วย
ทั้งนี้ นายรณฤทธิชัย ยืนยันว่า ตนไม่ได้รู้จักหรือมีความโกรธเคืองเป็นส่วนตัวกับนายสุรเชษฐ์ และจนถึงขณะนี้ยังคงไม่รู้ว่าคู่กรณีของตนนั้นโกรธเคืองอะไรหนักหนา ถึงได้แสดงพฤติกรรมดังกล่าวออกมา เพราะที่ตนลุกขึ้นประท้วงนั้นก็ประท้วงตามข้อบังคับ
นอกจากนี้ ขอยืนยันว่า ช่วงระหว่างที่เกิดเรื่องนั้น ไม่ได้ใช้ถ้อยคำหยาบคายตอบโต้นายสุรเชษฐ์ ส่วนหากคู่กรณีจะมาขอโทษตนนั้น ก็ต้องขอพิจารณาก่อน และคงต้องถามกลับไปว่า เพราะเหตุใดจึงต้องใช้ถ้อยคำหยาบคายขนาดนั้น
"ชัย"โยนสื่อตัดสินส.ส.แจกของลับ-คำหยาบในที่ประชุม
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา ไม่มีอะไรทุกอย่างก็เห็น ๆ กันอยู่ ส่วนที่ส.ส.กล่าวคำหยาบในการประชุมนั้น ประชาชนจะเป็นผู้วินิจฉัย
เมื่อถามว่า จะตักเตือนอย่างไร เพื่อไม่ให้เสียภาพลักษณ์ต่อสภา นายชัย กล่าวว่า สื่อเป็นผู้วินิจฉัยก็แล้วกัน เพราะสภามีจริยธรรม ที่ต้องควบคุม ถ้าสมาชิกร้องขอมา สภา ก็ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง แต่เวลานี้ ยังไม่มีใครร้องขอมา
เมื่อถามว่า การอภิปรายจะจบในวันนี้หรือไม่ นายชัย กล่าวว่า เมื่อคืนก็มีมติทำเอ็มโอยูกันแล้วว่า จะเสร็จภายในเวลา 22.00 น.
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการตรวจเซ็นเซอร์ภาพวีดีโอ ที่นำมาประกอบการอภิปรายก่อนหรือไม่ เนื่องจากเมื่อวันที่ 19 มี.ค.ได้มีการนำภาพทหารถูกตัดคอมาประจาน ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ปัญหาเรื่องนี้เป็นปัญหาที่ลำบากมาก เพราะสิทธิของผู้อภิปราย มีสิทธิที่จะขอให้ประธานฯ เป็นอนุญาตให้เขานำมาอภิปราย แต่ประธานก็ไม่มีเวลาที่จะตรวจสอบ ความจริงจะต้องมีระเบียบตรวจสอบว่า จะต้องส่งเอกสารหลักฐานมาตรวจสอบก่อน 1 วันที่จะมีการอภิปราย แต่ก็ไม่มีข้อบังคับ ฉะนั้นเราจึงต้องอนุโลมไปตามข้อบังคับ
อย่างไรก็ตาม เขาว่าคงจะไม่มีอะไร เป็นเรื่องธรรมดา เพราะปัญหาต่าง ๆ เราก็เห็นอยู่แล้ว สื่อก็ลงข่าว อินเตอร์เน็ตก็ออกข่าว ฉะนั้นปัญหาต่าง ๆ ถ้าโดยมารยาทไม่ควรจะมี ซึ่งในความเป็นจริงสภาผู้ทรงเกียรติ ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามทำนองครองธรรมในการอภิปราย
“ยุคไหนสมัยไหนไม่เคยมีอย่างนี้ ไม่เคยมีการกระทำเช่นนี้เกิดขึ้น การอภิปรายสมัยก่อน 7 วัน 7 คืน ไม่เห็นมีปัญหา 3 วัน 3 คืน ก็ไม่มีปัญหา แต่คราวนี้ ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านอ่อนแอ ไม่มีความอดทน อย่างเมื่อคืนผมบอกให้จบ รมว.ต่างประเทศ ท่านก็ไม่ยอม เพราะท่านเป็นคนเสนอมาเอง ท่านถอนเอง ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไร รัฐบาลเตรียมที่จะตอบ ถ้าพูดถึงความพร้อมตอนนี้ รัฐบาลพร้อมแต่ฝ่ายค้านไม่พร้อม ก็มีเท่านี้ ฉะนั้นวันนี้เขาก็คงพร้อมคงไม่มีปัญหาอะไร การอภิปรายคงจะจบในเวลา 22.00 น.ตามเงื่อนไขไม่มีอะไร” ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า จะไม่มีการขยายเวลาออกไปใช่หรือไม่ นายชัย กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติกันแล้ว ถ้าไม่ปฏิบัติก็ถือว่า ฝืนมติ อาจจะเลยบ้าง หรือขาดบ้างเป็นธรรมดา หรืออาจจะเสร็จก่อน หรือยาวเลยเวลาไปสักหน่อยก็ได้ ก็ต้องมีการยืดหยุ่น การเมืองก็ต้องมีการยืดหยุ่น ถ้าเสร็จวันนี้ก่อนเวลาเที่ยงคืน ก็ลงมติวันเสาร์ แต่ถ้าหลังก็ต้องไปลงมติในวันอาทิตย์
อย่างไรก็ตาม ต้องดูเหตุการณ์เพราะมันอยู่ที่มติเสียงข้างมาก ประธานสภามีหน้าที่เป็นคนกลางที่จะวินิจฉัยปัญหา ระเบียบข้อบังคับเท่านั้นเอง ซึ่งเขาจะพยายามปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบ และตามรัฐธรรมนูญทุกวิถีทางที่จะทำได้ สื่อก็ช่วยกันเพื่อพยุงสภาพ สถาบันนิติบัญญัติให้ไปรอดในช่วงเวลานี้ เพราะยังดีกว่าประเทศอื่น เขาที่มีปัญหามาก แต่ประเทศเราไม่ควรจะมีปัญหาอะไร เพราะคนไทยเป็นสยามเมืองยิ้ม ควรที่จะยิ้มใส่กัน
เมื่อถามว่า เมื่อวานก็มีการทะเลาะกันในสภา นายชัย กล่าวว่า เราจะไปเอาแต่ละคนมาเทียบกันไม่ได้ เป็นเสียงข้างน้อย คนจำนวนน้อยทำให้เกิดภาพเสียหาย เสียงข้างมากค่อนข้างดี เราก็ต้องยกย่องคนที่กระทำความดี



