
โรคติดต่อในฤดูฝน
ย่างเข้าสู่ฤดูฝน สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง และมักมีฝนตกหนักติดต่อกัน ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วม ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เป็นเหตุให้เกิดโรคหลายชนิด สามารถแพร่ระบาดได้ง่ายและรวดเร็ว
1.โรคที่ติดต่อทางน้ำและทางอาหาร ได้แก่ โรคท้องเดิน หรืออุจจาระร่วง โรคบิด ไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษ ตับอักเสบ สาเหตุเกิดจากการรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค รวมทั้งรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ปรุงไว้นานข้ามมื้อ หรือเกิน 6 ชั่วโมง
2.โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ ได้แก่ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ คออักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ หรือปอดบวม เกิดจาการที่ร่างกายอ่อนแอ เพราะอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ทำให้ติดเชื้อโรคที่ฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ กลุ่มที่ควรระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้สูงอายุ และเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี หากมีไข้ ไอ จาม หายใจเร็ว หรือหอบเหนื่อย ให้รีบพบแพทย์
3.โรคเลปโตสไปโรซิส เกิดจากเชื้อบัคเตรีอยู่ในปัสสาวะหนู หรือสัตว์เลี้ยง โดยเชื้อจะปะปนอยู่ในน้ำและสิ่งแวดล้อม ดินโคลน แอ่งน้ำ ร่องน้ำ เชื้อก่อโรคจะเข้าสู่ร่างกายและแสดงอาการภายใน 2-29 วัน คือ มีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะที่น่องและโคนขา ตาแดง คอแข็ง อาจมีผื่นที่เพดานปาก หรือมีจุดเลือดออกตามผิวหนังและเยื่อบุ ระยะท้ายอาจมีตับและไตวาย กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ดังนั้นเมื่อมีอาการปวดศีรษะ มีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อย่างรุนแรง ให้รีบไปพบแพทย์
4.โรคไข้เลือดออก หลังจากถูกยุงลายที่มีเชื้อกัดประมาณ 5-8 วัน จะมีอาการไข้สูงลอย (38.5-40.0 องศาเซลเซียส) ติดต่อกัน 2-7 วัน หน้าแดงปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก ปวดเบ้าตา บางรายมีปวดท้องอาเจียน เบื่ออาหาร มีจุดแดงเล็กๆ ตามแขน ขา ลำตัว รักแร้ อาจมีเลือดกำเดาไหล และเลือดออกตามไรฟัน อาการทั่วไปคล้ายไข้หวัด แต่ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ในรายที่อาการรุนแรงขณะไข้ลดอย่างรวดเร็ว จะเกิดภาวะช็อก ตัวเย็น ปากเขียว ชีพจรเบาเร็ว บางรายมีอาการปวดท้องกะทันหัน อาจมีเลือดออกในกระเพาะอาหารและลำไส้ ถ่ายเป็นเลือด ปัสสาวะน้อยลง ไม่ค่อยรู้สึกตัว ต้องส่งโรงพยาบาลโดยด่วน ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตได้ภายใน 12-24 ชั่วโมง
5.โรคมาลาเรีย เกิดจากเชื้อโปรโตซัว มียุ่งก้นปล่องเป็นพาหะนำโรค ประมาณ 15-30 วัน จะมีอาการป่วย ต้องรีบไปพบแพทย์ แต่หากทิ้งไว้อาจทำให้เกิดอาการป่วยรุนแรง มีภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะมาลาเรียขึ้นสมอง ภาวะปอดบวมน้ำ ภาวะไตวาย ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้
6.โรคตาอักเสบ หรือตาแดง เกิดจากเชื้อไวรัส เชื้ออยู่ในน้ำตา และขี้ตา ติดต่อโดยการสัมผัสใกล้ชิด หรือใช้ของร่วมกัน นอกจากนี้อาจเกิดตาอักเสบ การใช้น้ำที่ไม่สะอาดล้างหน้า อาบน้ำ หรือถูกน้ำสกปรกที่มีเชื้อโรคกระเด็นเข้าตา หรือการใช้มือ แขน และเสื้อผ้าที่สกปรกเช็ดตา หรือขยี้ตา
7.อันตรายจากสัตว์มีพิษ
//////////// บล็อกขวา
คำแนะนำในการระวังโรคในฤดูฝน
1.รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ
2.รับประทานอาหารสะอาด ไม่มีตะกอน ไม่มีแมลงวันตอม ดื่มน้ำสะอาด
3.ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร
4.ถ่ายอุจจาระในส้วม ล้างมือให้สะอาดหลังถ่ายอุจจาระ
5.หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีโรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจ
6.ล้างมือ และเท้า ให้สะอาดทุกครั้ง หลังจากเดินย่ำน้ำ เมื่อถูกน้ำสกปรกควรใช้ผ้าแห้งเช็ดให้แห้งอย่าให้อับชื้น
7.อย่าให้ยุ่งกัด ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
8.อย่าใช้ผ้าสกปรกขยี้ตา หรือเช็ดตา ระวังอย่าให้น้ำสกปรกเข้าตา
9.หากมีอาการเจ็บป่วย หรือผิวหนังเริ่มเปื่อย เกิดตุ่มคัน น้ำกัดเท้า ให้รีบพบแพทย์
10.ควรรับการฉีดวัคซีน ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือตามประกาศของทางราชการ
กรมควบคุมโรค
โทร.0-2590-3000



