ข่าว

ควันไฟไม่ทันจางศึกในก็ปะทุ

ควันไฟไม่ทันจางศึกในก็ปะทุ

03 มิ.ย. 2553

ควันไฟที่ราชประสงค์ยังไม่ทันจาง ศึกนอกเพิ่งจะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ศึกในก็ทำท่าว่าจะปะทุขึ้น ส่งให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับไปอยู่ในภาวะที่ขาดเอกภาพอีกครั้ง

 เมื่อผลการโหวตเสียงในสภาลงมติไว้วางใจ 2 รัฐมนตรี จากพรรคภูมิใจไทย ได้คะแนนต่ำจนน่าสงสัย เพราะรั้งท้ายเขาเพื่อน

 คนหนึ่งเป็นตัวแทนกลุ่มทุน ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย อีกคน เป็นตัวแทนกลุ่มการเมือง สายตรง เนวิน ชิดชอบ รมว.คมนาคม โสภณ ซารัมย์

 ลำพังคะแนนจะมากจะน้อยไม่เท่าไหร่ หากเสียงที่ไปเพิ่มฝั่งของฝ่ายค้านนั้นไม่ได้มาจาก ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน

 เพราะขึ้นชื่อว่า "นักการเมือง" แล้ว ประเพณีการร่วมรัฐบาลกันนั้น ไม่ว่าการชี้แจงจะผิดจะถูก ชี้แจงชัดหรือไม่ชัด เอาแต่อ่านรายงานที่คนอื่นจัดให้ แต่เขาถือว่า นี่เป็นมารยาทในการร่วมรัฐบาล

 ถ้าไม่พอใจหรือรับไม่ได้ ก็ให้บอกกันล่วงหน้า เพื่อให้รัฐบาลหรือนักการเมือง รวมทั้งพรรคการเมืองที่สังกัดได้มีเวลาตัดสินใจก่อนที่การโหวตในสภาจะเริ่มขึ้น

 อย่าว่าแต่กรณีนี้ พรรคเพื่อแผ่นดินไม่เคยแสดงท่าทีว่า ไม่พอใจการชี้แจงของทั้ง โสภณ และ ชวรัตน์ มาก่อน

 ความไม่พอใจที่ชัดเจนของพรรคเพื่อแผ่นดิน มีเพียงการจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณที่ดึงกันไปดึงกันมาจนสุดท้าย กระทรวงอุตสาหกรรมได้งบเพิ่มเพียง 15% จาก 5,000 ล้านบาทเศษ เป็น 6,000 ล้านบาทเศษ ซึ่ง ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม และหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ยอมรับแบบไม่ต้องเกรงใจว่า ไม่พอใจการจัดงบประมาณแบบนี้

 ซึ่งเป็นธรรมชาติของการแบ่งเค้กของบรรดานักการเมือง ส่วนหนึ่งคือ "ความจำเป็น" แต่ส่วนใหญ่คือ "ศักยภาพในการต่อรอง"

 หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ชาญชัย จึงไม่ลังเลที่จะระบุตรงไปตรงมา และไร้ความเกรงอกเกรงใจว่า ตำแหน่ง รมว.มหาดไทย ควรเป็นของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่ของพรรคภูมิใจไทย !

 พูดกันขนาดนี้ เสียงตอบโต้จากพรรคภูมิใจไทยก็สวนกลับมาทันที...แน่นอนแรงถึงขั้นที่ว่าอยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว

 ต่อหน้าสื่อมวลชนยังขนาดนี้ ส่วนลับหลังจะเป็นอย่างไร ต้องดูปฏิกิริยาจาก อภิสิทธิ์ และ สุเทพ เทือกสุบรรณ ที่คนแรกร้อนรนสั่งให้จัดการแก้ปัญหานี้ให้เรียบร้อยภายในวันรุ่งขึ้น

 เพราะหากปล่อยให้เรื่องนี้เนิ่นนานไปย่อมไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาล โดยเฉพาะจำนวนเสียง ถึงแม้ช่วงนี้จะเป็นช่วงปิดสมัยประชุมสภา แต่เมื่อถึงวันเปิดสมัยประชุมสภาสมัยสามัญนิติบัญญัติ ถึงแม้จะไม่สามารถยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ แต่การผลักดันกฎหมายสำคัญๆ ก็คงจะเป็นปัญหาหนักอกของรัฐบาล

 ปัจจุบันรัฐบาลมี 275 เสียง แบ่งเป็นพรรคประชาธิปัตย์ 172 เสียง พรรคภูมิใจไทย 32 เสียง พรรคเพื่อแผ่นดิน 32 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา 25 เสียง พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 9 เสียง และพรรคกิจสังคม 5 เสียง

 ส่วนฝ่ายค้านมี 200 เสียงพอดี เป็นพรรคเพื่อไทย 189 เสียง พรรคประชาราช 3 เสียง และพรรคมาตุภูมิ 3 เสียง

 หากรัฐบาลเลือกพรรคใดพรรคหนึ่ง ระหว่างภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อแผ่นดิน ก็จะทำให้เสียงรัฐบาลหายไปทันที 32 เสียง ไปเพิ่มในฝั่งฝ่ายค้านทันทีกลายเป็น 232 เสียง

 รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ 243 เสียง หากตัดเอารัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ออกไปเพราะไม่สามารถโหวตเสียงในที่ประชุมสภาได้ ไม่อยากจะจินตนาการว่า ในยามคับขันเสียงรัฐบาลจะต้องน้อยกว่าฝ่ายค้าน สภาพรัฐบาลในขณะนั้นจะเป็นอย่างไร

 ยกเว้นว่า รัฐบาลประชาธิปัตย์จะดึงเอาประชาราช และมาตุภูมิ รวมกัน 11 เสียง มาร่วม นั่นก็พอจะแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง โดยที่ทุกฝ่ายก็เห็นแล้วว่า นี่ก็ไม่พ้นการนับถอยหลังวันยุบสภา

 ทางเลือกที่ดีที่สุดของรัฐบาลก็คือ การเดินหน้าไปเจรจาเกี้ยเซียะกับทั้งสองพรรค เพื่อให้ยอมกอดคอกลืนเลือดอยู่ร่วมกันต่อไป

 เพราะหากจะให้เลือกว่าจะเอาใครไว้ ก็เท่ากับประชาธิปัตย์ยอมเดินไปสู่หล่มเหวแห่งการวิพากษ์วิจารณ์ ทิ้งเพื่อนเพื่อเอาตัวรอด ไม่ว่าจะทิ้งภูมิใจไทย หรือเพื่อแผ่นดิน

 ระยะยาวแล้วประชาธิปัตย์ก็ไม่พ้นจะถูกตราหน้าว่า คบไม่ได้ !

 แต่สำหรับภูมิใจไทยนั้น ฤทธิ์ไม่ได้จบแค่สำนวนมือในสภา หากแต่ยังโยงไปถึงความมั่นคง ที่สายสัมพันธ์โยงใยจาก เนวิน ชิดชอบ ไปยังพี่น้อง "วงษ์สุวรรณ" ที่เวลานี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม คือกลไกสำคัญที่รัฐบาลขาดไม่ได้

 งานหนักของ สุเทพ ที่จะต้องสะสางให้หมดเรื่องคาใจให้ได้ภายในวันสองวันนี้

 เพื่อแผ่นดิน คาใจเรื่องงบประมาณ เรื่องโยกย้ายในกระทรวงมหาดไทย และเรื่องพื้นที่ทับซ้อน อันจะมีผลต่อการเลือกตั้งในอนาคต แต่เพื่อแผ่นดิน ก็มีปัญหาเรื่องก๊ก-เหล่า ภายใน ที่ฝ่ายหนึ่งรอวันปลดปล่อยให้โบยบินไปซบพรรคเพื่อไทย เพราะยังเชื่อว่ากระแส ทักษิณ ชินวัตร ยังทรงอิทธิพลต่อคนอีสาน

 ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับ สุเทพ ที่ลำพังก็มีศึกที่จะต้องทำลายขุมพลังของระบอบทักษิณ หนักอึ้งอยู่แล้ว จะเจียดเวลาไปกล่อมทั้งสองพรรคให้อยู่ร่วมแม้จะอยู่แบบกล้ำกลืนฝืนทน

 แต่ถ้าสุดท้ายแล้วหากไม่มีใครยอมใคร อภิสิทธิ์ ก็ต้องตัดใจเลือกทางออกอย่างที่ได้บอกไว้ข้างต้น ตอกย้ำว่า สนิมเกิดแต่เนื้อในตน โดยแท้...รัฐบาลไม่เคยล้มจากการถูกอภิปราย หากแต่ล้มเพราะความขัดแย้งภายใน

 ยังดีที่ความขัดแย้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นระหว่างพรรคร่วมกับพรรคแกนนำ...ก็เลยยังพอมีมีไม้ตายเขี่ยพรรคใดพรรคหนึ่งออกไป

 ถึงจะมีไม้ตายตรงนี้ที่ไม่มีใครอยากเป็นฝ่ายค้านไปอย่างน้อย 6 เดือน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้สอน ไม่ได้เตือนอะไรเลย

 ทั้ง อภิสิทธิ์-สุเทพ ได้คิดหรือไม่ว่า การละเลยรายละเอียดเพียงเล็กน้อย จะส่งผลกระทบใหญ่หลวงในเวลาต่อมา


การลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลครั้งนี้มีจำนวน ส.ส.ที่ไม่ได้แสดงตนมีจำนวน 9 คน ได้แก่
1.พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน เดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์
2.นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ส.ส.นครราชสีมา พรรครวมชาติพัฒนา เดินทางไปต่างประเทศ
3.นายอาคม เอ่งฉ้วน ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ลาป่วย
4.นายทิวา เงินยวง ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ลาป่วย
5.นางตรีนุช เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว พรรคประชาราช ลาคลอด
6.นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ลาป่วย
7.นายสมโภช สายเทพ ส.ส.ลำปาง พรรคเพื่อไทย ไม่ทราบสาเหตุ
8.นายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี ไม่ทราบสาเหตุ และ
9.นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เสียบบัตรแสดงตน

ผลการลงคะแนน มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนทั้งสิ้น 464 คน
นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
มีผู้ลงมติไว้วางใจ 246 เสียง
ไม่ไว้วางใจ 186 เสียง
-ไม่ลงคะแนนเสียง 21 คน ทั้งหมดเป็นรัฐมนตรี
- งดออกเสียงมี 11 คน ได้แก่
พรรคเพื่อไทย กลุ่มเพื่อนเนวิน 3 คน ได้แก่
นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร
ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร ส.ส.สระบุรี
นายสมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.สัดส่วน
พรรคประชาราช 2 คน คือ
นายจักรกฤษณ์ ทองศรี ส.ส.บุรีรัมย์
นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ ส.ส.นครสวรรค์
พรรคมาตุภูมิ 3 คน ได้แก่
นายนัจมุดดีน อูมา ส.ส.นราธิวาส
นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ส.ส.สัดส่วน
นางฟาริดา สุไลมาน ส.ส.สุรินทร์
พรรคเพื่อแผ่นดิน 1 คน ได้แก่
นพ.แวมาฮาดี แวดาโอะ ส.ส.นราธิวาส
รองประธานสภาผู้แทนราษฎรอีก 2 คน คือ
นายสามารถ แก้วมีชัย และ
พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย
ขณะที่ นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ลงมติไว้วางใจนายกรัฐมนตรี
 
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี
มีผู้เข้าร่วมประชุม 464 คน
มีผู้ลงมติไว้วางใจ 245 คน
ไม่ไว้วางใจ 187 คน
ไม่ลงคะแนนเสียง 21 คน เป็นรัฐมนตรีทั้งหมด
งดออกเสียง 11 คน แบ่งเป็น
พรรคเพื่อแผ่นดิน จำนวน 2 คน ได้แก่ 
นางมลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ ส.ส.สุรินทร์
นายแวมาฮาดี แวดาโอะ ส.ส.นราธิวาส
พรรคเพื่อไทย กลุ่มเพื่อนเนวิน 3 คน คือ
นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร
ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร ส.ส.สระบุรี และ
นายสมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.สัดส่วน
พรรคมาตุภูมิ 3 คน คือ
นายนัจมุดดีน อูมา ส.ส.นราธิวาส
นางฟาริดา สุไลมาน ส.ส.สุรินทร์ และ
นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ส.ส.สัดส่วน
พรรคประชาราช 1 คนคือ
นายจักรกฤษณ์ ทองศรี ส.ส.บุรีรัมย์
รองประธานสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 2 คนคือ
พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย
นายสามารถ แก้วมีชัย
ผู้ออกเสียงสวนมติพรรค 2 คน คือ
นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ที่ลงมติไว้วางใจ
นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน ลงมติไม่ไว้วางใจ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
มีผู้เข้าร่วมประชุม 465 คน
มีผู้ลงมติไว้วางใจ 244 คน
ไม่ไว้วางใจ 187 คน
-ไม่ลงคะแนน 22 เสียงเป็นรัฐมนตรีทั้งหมด
- งดออกเสียง 12 คน แบ่งเป็น
พรรคเพื่อไทย กลุ่มเพื่อนเนวิน 3 คน ได้แก่
นายสมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.สัดส่วน
ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร ส.ส.สระบุรี และ
นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย

พรรคมาตุภูมิ 3 คน ได้แก่ 
นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ส.ส.สัดส่วน
นายนัจมุดดีน อูมา ส.ส.นราธิวาส และ
นางฟารีดา สุไลมาน ส.ส.สุรินทร์

พรรคเพื่อแผ่นดิน ที่งดออกเสียง 3 คน ได้แก่
นายสมเกียรติ ศรลัมภ์ ส.ส.สัดส่วน
น.พ.แวมาฮาดี แวดาโอะ ส.ส.นราธิวาส และ
นพ.วัลลภ ไทยเหนือ ส.ส.สัดส่วน

พรรคประชาราช 1 คน คือ
นายจักรกฤษณ์ ทองศรี ส.ส.บุรีรัมย์

รองประธานสภาผู้แทนราษฎร 2 คน
นายสามารถ แก้วมีชัย และ
พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย
ขณะที่ นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
มีผู้เข้าร่วมประชุม 465 คน
มีผู้ลงมติไว้วางใจ 239 คน
ไม่ไว้วางใจ 190 คน
ไม่ลงคะแนน 21 คน เป็นรัฐมนตรีทั้งหมด
- งดออกเสียง 15 คน ได้แก่
พรรคเพื่อไทย 3 คน ได้แก่
นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ ส.ส.สัดส่วน
นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร กลุ่มเพื่อนเนวิน
ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร ส.ส.สระบุรี กลุ่มเพื่อนเนวิน

พรรคประชาราช 1 คน คือ
นายจักรกฤษณ์ ทองศรี ส.ส.บุรีรัมย์

พรรคเพื่อแผ่นดิน 6 คน ได้แก่
นางรัชนี พลซื่อ ส.ส.ร้อยเอ็ด
นายพิเชษฐ์ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา
นางมลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ ส.ส.สุรินทร์
นายยุซรี ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี
น.พ.วัลลภ ไทยเหนือ ส.ส.สัดส่วน 
นายแวมาฮาดี แวดาโอะ ส.ส.นราธิวาส
พรรคมาตุภูมิ 3 คน คือ
นายนัจมุดดีน อูมา ส.ส.นราธิวาส
นางฟาริดา สุไลมาน ส.ส.สุรินทร์ และ
นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ส.ส.สัดส่วน
รองประธานสภาผู้แทนราษฎร 2 คน
นายสามารถ แก้วมีชัย
พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย
สำหรับส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาล ลงมติไม่ไว้วางใจนายกษิต มีด้วยกัน 2 คน เป็น
ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน ได้แก่ 
1.นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.นครราชสีมา
2.นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ส.ส.สัดส่วน

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
มีผู้เข้าร่วมประชุม 466 คน
มีผู้ลงมติไว้วางใจ 236 คน
ไม่ไว้วางใจ 194 คน
- ไม่ลงคะแนน 22 คน เป็นรัฐมนตรีทั้งหมด
- งดออกเสียง 14 คน ได้แก่
พรรคประชาราช 5 คน ได้แก่
น.ส.จิรวดี จึงวรานนท์ ส.ส.ศรีสะเกษ 
นายฐานิสร์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว
นายเสนาะ เทียนทอง ส.ส.สัดส่วน
นางชนากานต์ ยืนยง ส.ส.ปทุมธานี และ
นายสรวงค์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว
พรรคเพื่อแผ่นดิน 3 คน ได้แก่
นายนรพล ตันติมนตรี ส.ส.เชียงใหม่
นายอุดร ทองประเสริฐ ส.ส.อุบลราชธานี และ
นายสุชาติ ตันติวณิชชานนท์ ส.ส.อุบลราชธานี
พรรคมาตุภูมิ 3 คน ได้แก่
นายนัดมุดดีน อูมา ส.ส.นราธิวาส
นางฟาริดา สุไรมาน ส.ส.สุรินทร์ และ
นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ส.ส.สัดส่วน
พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน ได้แก่
นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน
รองประธานสภา 2 คือ
นายสามารถ แก้วมีชัย
พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย

ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ไปลงคะแนนไว้วางใจนายชวรัตน์มี 3 คนคือ 
นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ ส.ส.สัดส่วน
นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร กลุ่มเพื่อนเนวิน
ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร ส.ส.สระบุรี กลุ่มเพื่อนเนวิน
พรรคประชาราชมี 1 คน คือ
นายจักรกฤษณ์ ทองศรี ส.ส.บุรีรัมย์
ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลที่ลงมติไม่ไว้วางใจนายชวรัตน์ 
พรรคเพื่อแผ่นดิน 10 คน ได้แก่
นายธีรทัศน์ เตียวเจริญโสภา ส.ส.สุรินทร์
นางรัชนี พลซื่อ ส.ส.ร้อยเอ็ด
นายประนอม โพธิ์คำ ส.ส.นครราชสีมา
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ส.ส.นครราชสีมา
นางมลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ ส.ส.สุรินทร์
นายวิทยา บุตรดีวงศ์ ส.ส.มุกดาหาร
นายสมเกียรติ ศรลัมภ์ ส.ส.สัดส่วน
นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ ส.ส.สุรินทร์
นายอนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ ส.ส.นครราชสีมา
นพ.อลงกต มณีกาศ ส.ส.นครพนม

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
มีผู้เข้าร่วมประชุม 465 คน
มีผู้ลงมติไว้วางใจ 234 คน
ไม่ไว้วางใจ 196 คน
- ไม่ลงคะแนน 22 คน เป็นรัฐมนตรีทั้งหมด
- งดออกเสียง 13 คน ได้แก่ 
พรรคประชาราช 5 คน คือ
น.ส.จิรวดี จึงวรานนท์ ส.ส.ศรีสะเกษ
นายฐานิสร์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว
นายสรวงศ์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว
นายเสนาะ เทียนทอง ส.ส.สัดส่วน
นางชนากานต์ ยืนยง ส.ส.ปทุมธานี
พรรคมาตุภูมิ 3 คน ได้แก่
นายนัจมุดดีน อูมา ส.ส.นราธิวาส
นางฟาริดา สุไลมาน ส.ส.สุรินทร์ และ
นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ส.ส.สัดส่วน
พรรคเพื่อแผ่นดิน 2 คน ได้แก่
นายนรพล ตันติมนตรี ส.ส.เชียงใหม่
นพ.วัลลภ ไทยเหนือ ส.ส.สัดส่วน
พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน คือ
นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน
รองประธานสภาทั้ง 2 คนคือ
นายสามารถ แก้วมีชัย
พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย
ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ลงมติไว้วางใจนายโสภณ 4 คน ได้แก่ 
นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ ส.ส.สัดส่วน
นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร กลุ่มเพื่อนเนวิน
ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร ส.ส.สระบุรี กลุ่มเพื่อนเนวิน
นายสมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.สัดส่วน กลุ่มเพื่อนเนวิน
ส.ส.พรรคประชาราช ที่ลงมติไว้วางใจ 2 คน ได้แก่ 
นายจักรกฤษณ์ ทองศรี ส.ส.บุรีรัมย์
นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ ส.ส.นครสวรรค์
ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดินที่ลงมติไม่ไว้วางใจนายโสภณ 14 คน ได้แก่ 
นายกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ ส.ส.สุรินทร์
ม.ร.ว.กิติวัฒนา ไชยันต์ ส.ส.สัดส่วน
นายคงกฤช หงส์วิไล ส.ส.ปราจีนบุรี
นายธีรทัศน์ เตียวเจริญโสภา ส.ส.สุรินทร์
นางรัชนี พลซื่อ ส.ส.ร้อยเอ็ด
นายประนอม โพธิ์คำ ส.ส.นครราชสีมา
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ส.ส.นครราชสีมา
นางมลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ ส.ส.สุรินทร์
นายอุดร ทองประเสริฐ ส.ส.อุบลราชธานี
นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ส.ส.สัดส่วน
นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ ส.ส.สุรินทร์
นายสุชาติ ตันติวาณิชชานนท์ ส.ส.อุบลราชธานี
นายอนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ นครราชสีมา
นายอลงกต มณีกาศ ส.ส.นครพนม