ข่าว

สื่อเทศตอบโจทย์ชายชุดดำ

สื่อเทศตอบโจทย์ชายชุดดำ

03 มิ.ย. 2553

ถึงเวลานี้ต้องมองว่า "สื่อต่างชาติ" เข้ามามีบทบาทตีแผ่ข้อมูลและภาพข่าวออกมาทุกซอกทุกมุม เมื่อจบเหตุการณ์ “เผาบ้าน-เผาเมือง” เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม

 “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี จะต้องเร่งพิสูจน์ความจริงให้ปรากฏถึงเหตุการณ์ “เผาบ้าน-เผาเมือง” โดยเฉพาะการติดตามจับกุม “กองกำลังติดอาวุธ” มาดำเนินคดีให้ได้

 หากปล่อยเอาไว้จะไม่เป็นผลดีกับ “รัฐบาล-ศอฉ.” อย่างแน่นอน และเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กับเรื่องที่กล่าวมาทั้ง 2 เรื่อง คือ การเร่งทำความเข้าใจกับนานาชาติ ให้เข้าใจถึงสภาพปัญหาของประเทศที่ผ่านมา

 แม้ที่ผ่านมา “รัฐบาล-ศอฉ.” จะพยายามใช้ทุกช่องทางเพื่อให้ชี้แจงแก่ประชาคมโลกได้เข้าใจถึงสถานการณ์ของประเทศไทยก็ตาม แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังมีบางส่วน หรือส่วนน้อย ที่ “รัฐบาล-ศอฉ.” มิอาจละเลยได้เลย

 ซึ่งเมื่อเหตุการณ์ วันที่ 10 เมษายน 2553 ที่ผ่านมา "อัลจาซีรา" ตีแพร่ภาพชายชุดดำที่ซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ทหารที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ที่แยกคอกวัว ทำให้ พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม เสียชีวิตในพื้นที่

 และอีกครั้งของอัลจาซีรา ก็คือเมื่อวันที่ 28 เมษายน จับภาพชายชุดดำพร้อมอาวุธอยู่ด้านหลังม็อบเสื้อแดงที่ถนนวิภาวดี ซึ่งวันนั้นพลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาระ เสียชีวิต

 แต่สื่อต่างชาติที่ถูกกล่าวถึงในเหตุการณ์ “เผาบ้าน-เผาเมือง” วันที่ 19 พฤษภาคม กลับเป็นสำนักข่าว “ซีเอ็นเอ็น” ที่ถูกประชาชนคนไทยรวมตัวกันต่อต้าน และผิดหวังกับความเป็นมืออาชีพ ที่ดูเหมือนว่าการทำงานที่กรุงเทพฯ จะทำให้ นายแดน ริเวอร์ส ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นนั้น อยู่ในภาวะ "เคยเป็น"

 ซีเอ็นเอ็นที่เกรียงไกร แต่กลับมาตกม้าตายที่กรุงเทพฯ เพราะเสนอข่าวขัดแย้งกับความเป็นจริงที่ชาวกรุงเทพฯ มองเห็นและสัมผัสได้

 ต้องรอจนกระทั่งวันที่ 1 มิถุนายน ภาพข่าวซีเอ็นเอ็นถึงได้เผยแพร่ภาพชายชุดดำ และชุดคล้ายทหารสะพายปืนเอ็ม 16 ปะปนอยู่กับชายที่มีสัญลักษณ์ของคนเสื้อแดง

 ถือเป็นครั้งแรกที่สามารถมองเห็นใบหน้าของกองกำลังติดอาวุธในกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง

 หลักฐานชิ้นนี้จะนำไปพิสูจน์และสืบสวนสอบสวนต่อไปว่า กองกำลังติดอาวุธกลุ่มนี้เป็นใครมาจากไหน

 ขณะเดียวกันก็เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำให้ “รัฐบาล-ศอฉ.” นำไปชี้แจงต่อเอกอัครราชทูต ประจำประเทศไทย และสื่อมวลชนต่างชาติ ให้เข้าใจถึงสิ่งที่ทำลงไปได้เป็นอย่างดี

 ปฏิบัติการขั้นต่อมาของ ศอฉ.ก็คือ เตรียมจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการข่าว (ไอโอ) เพื่อชี้แจงกับประชาชนในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 โดยให้รัฐบาลทำหน้าที่ชี้แจงกับสื่อต่างชาติ โดยให้ระมัดระวังประเด็นที่ล่อแหลม คาดว่าจะมีการพกปะกับสื่อต่างชาติในเร็ววันนี้

 ในช่วงที่ซีเอ็นเอ็น กำลังถูกโต้แย้งนั้น เว็บไซต์เอเชียไทม์ โดยสองผู้สื่อข่าว คือ เคนเน็ธ ทอดด์ รูอิซ และ โอลิเวอร์ ซาร์บิล ก็นำเสนอรายงานเรื่อง "เปิดโปง : ชายชุดดำของไทย" ไว้อย่างละเอียดและน่าสนใจ

 ทั้งสอง ซึ่งเข้าไปทำข่าว ล้วงลึก กินนอนอยู่กับกองกำลังติดอาวุธ ซึ่งขณะนั้นอยู่ในสภาวะที่เรียกได้ว่า "ขาดหัว" หลังจาก เสธ.แดง ถูกยิง

 เขาบรรยายถึงภาพชายร่างกายกำยำ ไว้หนวด ปากคาบบุหรี่ นั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติก และพูดใส่วิทยุสื่อสารของทหาร "แฮปปี้เบิร์ธเดย์" ในเวลาต่อมาไม่นานนัก ได้เกิดระเบิดขึ้นหนึ่งลูก ในจุดที่ห่างไกลจากย่านใจกลางกรุงเทพฯ

  ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลกลุ่มหนึ่งกรูกันเข้ามาโอบล้อมรอบตัวชายร่างกำยำรายนี้ พร้อมกับตะโกน "แฮปปี้เบิร์ธเดย์" หลังจากนั้นก็มีการฉลองกันเป็นรหัสตามมาอีกหลายลูกในอีก 24 ชั่วโมงต่อมา

 เขาระบุว่า คนกลุ่มนี้ไม่ใช่การ์ดที่สวมชุดดำของ นปช.ที่เห็นกันจนชินตา และตามปกติไม่พกอาวุธปืน แต่คนกลุ่มนี้เป็นจารชนติดอาวุธร้ายแรงที่ทำงานอย่างลับๆ และมีสายสัมพันธ์กับกลุ่มเสื้อแดง

 นับตั้งแต่บรรดาแกนนำเสื้อแดงหลายคนถูกควบคุมตัวและถูกตราหน้าจากรัฐบาลไทยว่าเป็น "ผู้ก่อการร้าย" รัฐบาลไทยได้ออกหมายจับกุมตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในข้อหาก่อการร้ายด้วยเช่นกัน โดยกล่าวหาว่าทักษิณมีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนใช้ความรุนแรงของกลุ่มมือปืนเสื้อแดง ซึ่งอดีตผู้นำไทยปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ในทันที

      กลุ่มนักรบโรนิน มีลักษณะเหมือนหน่วยทหาร เพราะมีทั้งผู้ทำหน้าที่เหมือนทหารสื่อสารและทำหน้าที่เป็นทหารเสนารักษ์ นอกจากนี้ ยังได้รับการฝึกใช้วัตถุระเบิดและอาวุธปืนมาอย่างเชี่ยวชาญ และแม้ว่าสื่อมวลชนจะคาดเดาว่ากลุ่มนักรบโรนินเป็นการรวมตัวกันของอดีตหน่วยคอมมานโดต่อต้านคอมมิวนิสต์ แต่นักรบส่วนใหญ่ที่เราเจอล้วนเป็นคนหนุ่ม น่าจะมีอายุประมาณ 20 ปี มีคนหนึ่งด้วยซ้ำบอกกับเราว่ามาจากกองทัพเรือ และมีอีกหลายคนบอกว่า ปัจจุบันยังเป็นทหารในกองทัพอยู่

     ยุทธวิธีที่เหล่าโรนินนำมาใช้ในการทำสงครามครั้งนี้ สอดคล้องกับยุทธวิธีของกลุ่มกองโจรและกลุ่มมือปืนซุ่มยิง กล่าวคือระดมยิงช่วงสั้นๆ ก่อนจะเคลื่อนย้ายตำแหน่ง และนักรบเหล่านี้ก็ใช้ยุทธวิธีนี้ข่มขวัญทหารของกองทัพทั้งคืนจนไม่เป็นอันหลับอันนอน

 แม้ว่าบรรดาแกนนำ นปช.จะมอบตัวต่อทางการ ส่วนผู้ชุมนุมเสื้อแดงก็สลายตัวหรือบางคนอาจจะถูกจับกุม โดยเหล่านักรบเดนตายเหล่านี้ ที่แม้จะปราชัยในการสู้รบกับกองทัพในเมืองหลวง แต่พวกเขาก็พร้อมจะกลับมาสู้อีกครั้งในวันข้างหน้า

 ซึ่งสอดคล้องกับคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่พูดไว้หลังเหตุนองเลือดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมว่า กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงเสื้อแดงที่โกรธแค้นมากจากเหตุการณ์นองเลือด อาจจะหันมาโจมตีรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง โดยใช้ยุทธวิธีแบบกองโจร


ทีมข่าวความมั่นคง