
พาณิชย์เล็งขอตรึงสินค้าอีก3เดือน เตรียมเรียกเอกชนกล่อม-อ้างช่วยลดภาระประชาชน
พรทิวา เล็งเรียกผู้ผลิตกล่อมตรึงราคาสินค้าต่ออีก 3 เดือน ถึงเดือนกันยายน จากเดิมสิ้นสุดในเดือนมิถุนายน อ้างยังจำเป็นต้องช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน มั่นใจจัดงาน "รวมพลังเพื่อวันใหม่" คนแห่ช็อป กวาดรายได้ไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ด้านปลัดพาณิชย์ออกตรวจตลาด
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีนโยบายที่จะขอความร่วมมือกับผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคในการตรึงราคาสินค้าต่อไปอีก 3 เดือน จากเดิมที่จะสิ้นสุดในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ โดยจะขอให้ขยายไปถึงสิ้นเดือนกันยายน 2553 เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน อีกทั้งยังเห็นว่าสถานการณ์ราคาสินค้าของผู้บริโภคยังอยู่ในภาวะตึงตัว
“ในเร็วๆ นี้ กระทรวงพาณิชย์จะเชิญผู้ผลิตสินค้ามาหารือและชี้แจงถึงเหตุผล โดยเฉพาะเหตุการณ์ทางการเมือง ทำให้อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือจีดีพี มีแนวโน้มที่จะลดลงประมาณ 0.5% และยังมีอีกหลายสาเหตุจึงเป็นประเด็นสำคัญที่อาจจะกระทบต่อการครองชีพของประชาชน ดังนั้น วิธีที่จะช่วยเหลือลดค่าครองชีพของประชาชน ก็คือการยืดเวลาในการตรึงราคาสินค้าออกไปอีก 3 เดือน” นายยรรยงกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันที่ 5-6 มิถุนายนนี้ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับเทศบาลเมืองพัทยา และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมืองในพื้นที่แยกราชประสงค์ และบริเวณใกล้เคียง รวมถึงผู้ประกอบการ ห้างร้านในเขตเมืองพัทยา จะร่วมกันจัดงานมหกรรมรวมพลังเพื่อวันใหม่ ครั้งที่ 2 หรือพัทยา ช็อป ออน เดอะ บีช โดยจะนำสินค้าอุโภคบริโภค สินค้าแฟชั่น มาจัดจำหน่ายในราคาพิเศษถูกกว่าท้องตลาด 50%
ทั้งนี้ มีห้างสรรพสินค้า และร้านค้า ตอบรับที่จะเข้าร่วมงานแล้วจำนวน 820 บูธ โดยขณะนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีความพร้อมในการจัดงานอย่างเต็มที่ และคาดหวังว่าจะมีประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติมาจับจ่ายใช้สอยภายในงานมากกว่า 2 แสนคน และมีเงินสะพัดประมาณ 50-100 ล้านบาทขึ้นไป
ปลัดกระทรวงพาณิชย์กล่าวด้วยว่า ส่วนการติดตามราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคนั้น หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์ แถลงตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมไปแล้ว ยอมรับว่า สินค้าประเภทผักและผลไม้ มีราคาค่อนข้างสูงมาก จึงได้นำคณะออกตรวจสอบราคาสินค้าในตลาดสดวัดกลาง อ.เมือง จ.ชลบุรี พบว่า สินค้าประเภทผักมีราคาแพงค่อนข้างมาก เช่น ผักชี มีราคาสูงถึง 300 บาทต่อกิโลกรัม รวมถึงผักคะน้า ผักกาดขาด กะหล่ำปลี ต้นหอม
"สาเหตุที่ผักราคาแพงขณะนี้ เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูกาลที่อากาศร้อน ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผักมีราคาสูง แต่เชื่อว่า จะเป็นเพียงระยะสั้น เพราะเมื่อกลับสู่ภาวะปกติ ราคาก็จะกลับมาอยู่ในระดับเดิม" นายยรรยงกล่าว



