ข่าว

กนง.ตรึงดอกเบี้ยนโยบายเท่าเดิมจับตา"การเมือง-ยุโรป"ปัญหาคลี่คลายลุ้นขึ้นดบ.

กนง.ตรึงดอกเบี้ยนโยบายเท่าเดิมจับตา"การเมือง-ยุโรป"ปัญหาคลี่คลายลุ้นขึ้นดบ.

02 มิ.ย. 2553

กนง.คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% จับตาผลกระทบปัญหายุโรปและการเมืองในประเทศ หากสองปัจจัยคลี่คลายมีลุ้นขึ้นดอกเบี้ยในครั้งหน้า ชี้พื้นฐานไทยแกร่งอาจปรับเป้าเพดานกรอบบน "กรณ์" ชี้ปัญหาการเมืองฉุดเศรษฐกิจ เร่งเดินหน้าแผนเยียวยา

 นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% โดยเห็นว่าเศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และสามารถสนับสนุนให้มีการขยายตัวได้ต่อไปในครึ่งปีหลัง เพียงแต่ยังมีประเด็นที่ต้องจับตาคือ ผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจการเงินของยุโรป และสถานการณ์การเมืองในประเทศก่อน

 "หากปัจจัยการเมืองและปัญหาเศรษฐกิจยุโรปคลี่คลายลงไปในทางที่ดี ก็เชื่อว่าการประชุม กนง.ครั้งถัดไป มีโอกาสที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวได้" นายไพบูลย์กล่าวและว่า สำหรับเศรษฐกิจไทยนั้น เชื่อว่าผลกระทบในเดือนพฤษภาคม คงมีมากกว่าเดือนเมษายน เพราะเหตุการณ์มีความรุนแรงมากกว่า แต่อย่างน้อยก็เชื่อว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจคงไม่มากนัก เนื่องจากสถานการณ์จบได้เร็ว ทำให้ทุกอย่างเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ

 ส่วนเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ซึ่ง กนง.ประเมินไว้ที่ 4.3-5.8% นั้น หากสถานการณ์เศรษฐกิจในยุโรปปรับตัวดีขึ้น กนง.อาจพิจารณาปรับเป้าจีดีพีในกรอบบนที่ 5.8% เพิ่มขึ้นด้วยก็เป็นได้ แต่ในส่วนของเป้าจีดีพีกรอบล่าง คงไม่มีการปรับแต่อย่างใด เนื่องจาก กนง.ประเมินว่าแม้จะมีเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ถือว่าอยู่ในกรอบที่ กนง.ประเมินไว้ โดย กนง.จะมีการประชุมเรื่องดังกล่าวกันในวันที่ 14 กรกฎาคมนี้

 “แน่นอนว่าเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น มีผลต่อภาคการท่องเที่ยว แต่ถ้าดูตัวเลขรายได้ส่วนนี้คิดเป็นเพียง 6-7% ของจีดีพีประเทศ ขณะที่การส่งออกมีตัวเลขสูงถึง 60-70% ของจีดีพีประเทศ ดังนั้นหากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว เราก็น่าจะได้ประโยชน์จากการส่งออกตรงนี้มากกว่า” นายไพบูลย์กล่าว

 นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า เสถียรภาพทางเศรษฐกิจของไทยยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แม้ว่าภาพรวมจะได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งต้องยอมรับว่าได้ทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจในปีนี้มีระดับที่ชะลอลง อย่างไรก็ดี ขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างดำเนินการตามแผนเยียวยาต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งในแง่กลุ่มผู้ประกอบการค้าขาย และกลุ่มผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยว

  “เสถียรภาพเศรษฐกิจไทยยังดีอยู่มาก ไม่ว่า ระดับทุนสำรอง หนี้สาธารณะ ดุลบัญชีเดินสะพัด การส่งออก ฉะนั้น ก็ไม่น่ากังวลว่าวิกฤติการเมืองจะกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยโดยรวม แต่ยังต้องติดตามวิกฤติเศรษฐกิจในยุโรป ซึ่งคงมีผลกระทบต่อเราบ้างไม่มากก็น้อย แต่ก็ไม่น่าแรงเท่ากับวิกฤติสถาบันการเงินในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เราก็เตรียมพร้อมที่จะรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น” นายกรณ์กล่าว