
รวยไม่ไหวแล้ว คืออะไร? ทำไมถูกแซะว่อนเน็ต หลังน้ำมันพุ่งลิตรละ 6 บาท
น้ำมันพุ่งลิตรละ 6 บาท ทำประชาชนแห่แซะว่อนเน็ต รวยไม่ไหวแล้ว คืออะไร? ย้อนฟังต้นตอ "อนุทิน ชาญวีรกูล" นายกรัฐมนตรี เคยพูดไว้แบบจึ้งๆ
รวยไม่ไหวแล้ว กระหึ่มโซเชียล หลังคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบในการปรับลดอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซิน ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด จะปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตร ในวันที่ 26 มี.ค. 2569 ทำประชาชนแห่แซะว่อนเน็ต รวยไม่ไหวแล้ว กันแบบกระหึ่มโซเชียล
รวยไม่ไหวแล้ว คืออะไร?
หากย้อนกลับไปช่วงหาเสียง เลือกตั้ง 2569 "อนุทิน ชาญวีรกูล" นายกรัฐมนตรี เคยพูดไว้ขณะปราศรัยหาเสียงที่ จ.หนองคาย วันที่ 25 ม.ค. 69 ระบุว่า "ได้เป็นนายก แค่ 2 เดือนกว่า ทำให้ประชาชน ได้เยอะแล้ว รับรองว่าถ้า ได้เป็นอีก 4 ปี จะทำให้ประชาชนร้องว่า พอแล้ว พอแล้ว พอแล้ว รวยไม่ไหวแล้ว ไม่มีที่เก็บตังค์แล้ว เชื่อเถอะครับว่าผมทำได้"
ทำไมน้ำมันแพง พุ่งลิตรละ 6 บาท
คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ปรับราคา เป็นผลมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ระดับราคาน้ำมันมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทำให้ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ดีดตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง จาก 198.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2569 พุ่งสูงถึง 242.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในวันที่ 23 มี.ค. 2569
อีกทั้งยังได้ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องแบกรับภาระชดเชยสูงถึงประมาณวันละ 2,592 ล้านบาท หรือประมาณ 80,344 ล้านบาทต่อเดือน จึงจำเป็นเร่งด่วนในการปรับลดภาระเพื่อให้กองทุนฯ มีสภาพคล่องในการรักษาเสถียรภาพราคาในระยะยาว เพื่อรองรับความผันผวนด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกได้
นอกจากปัจจัยด้านต้นทุนแล้ว การปรับขึ้นราคายังมุ่งเน้นการสร้างสมดุลราคาในภูมิภาค เนื่องจากปัจจุบันประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียได้ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลจาก 32.40 บาทต่อลิตร (เมื่อวันที่ 16 มีนาคม) ขึ้นไปแตะระดับ 39.54 บาทต่อลิตรแล้ว
การคงราคาในประเทศให้ต่ำเกินไปจะกลายเป็นแรงจูงใจให้เกิดการลักลอบนำน้ำมันออกนอกประเทศและการกักตุนเพื่อเก็งกำไร ซึ่งการขยับราคาในครั้งนี้จะช่วยลดปัญหาดังกล่าวและป้องกันไม่ให้ทรัพยากรของประเทศรั่วไหลไปยังกลุ่มผู้หาประโยชน์โดยมิชอบ
อย่างไรก็ตาม ผลจากการปรับราคาน้ำมันในวันนี้ ทางรัฐบาลได้เตรียมมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพของประชาชนให้น้อยที่สุด อาทิเช่น กลุ่มเปราะบาง กลุ่มภาคการขนส่งสาธารณะ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มชาวประมง และกลุ่มผู้รับเหมาภาครัฐ และผู้ประกอบการอุตสาหกรรม และบริการ เป็นต้น
"ช่วงความมั่นคงทางพลังงานของประเทศมีความผันผวน กบน.ขอความร่วมมือประชาชนโปรดเข้าใจสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ และร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า ใช้เท่าที่จำเป็นและประหยัดที่สุด"
สำหรับผลลัพธ์ที่ได้นั้นนอกจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายโดยตรงในกระเป๋าของท่านเองแล้ว ยังถือเป็นการช่วยลดภาระของประเทศ และสร้างภูมิคุ้มกันให้กองทุนน้ำมันฯ มีความแข็งแกร่งพอที่จะกลับมาดูแลประชาชนทุกคนได้อย่างยั่งยืนต่อไป



