
"เพื่อแผ่นดิน"ย้ำโหวตสวนเป็นเอกสิทธิ์ส.ส.
เพื่อแผ่นดินยอมอ่อนย้ำโหวตสวนเป็นเอกสิทธิ์ ยึดประโยชน์ประชาชนชี้ไม่ได้กดดันลาออก แค่ให้ปรับการทำงาน เชื่อความขัดแย้งภท - พผ. ประสานรอยร้าวได้ เล็งดันรมต.หน้าใหม่นั่งเก้าอี้ สาทิตย์ ชี้สัมพันธ์พรรคร่วมแค่ปริไม่ถึงร้าว
(2มิ.ย.) นพ.อลงกต มณีกาศ ส.ส.นครพนม ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า ผลจากการลงมติของพรรคเพื่อแผ่นดินในวันนี้ พรรคเพื่อแผ่นดินขอแถลงการณ์ยืนยันอีกครั้งว่าการลงมติได้ยึดถือผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก โดยมติดังกล่าวถือเป็นดุลยพินิจของ ส.ส.แต่ละท่าน เพราะแต่ละคนถือว่ามีวุฒิภาวะในการใช้วิจารณญาณในการวินิจฉัยคำชี้แจงของคณะรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายด้วยตัวเอง ส่วนปัญหาความขัดแย้งระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อแผ่นดินเชื่อว่าจะสามารถจบลงด้วยดี โดยเราจะทำงานร่วมกันเพื่อช่วยเหลือประเทศชาติให้เดินหน้าได้ในยามวิกฤต รวมทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้คงจะไม่กระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล และไม่ทำให้แกนนำรัฐบาลคือพรรคประชาธิปัตย์ หนักใจถึงปัญหาความขัดแย้ง และการทำงานร่วมกัน พรรคเพื่อแผ่นดินเชื่อว่าจะสามารถทำงานร่วมกันได้ และหลังจากนี้คงต้องมีการปรับความเข้าใจกัน
น.พ.อลงกต กล่าวต่อว่า ส.ส.ทุกคนในสภา ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลก็ต้องทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติ ในการตรวจสอบการทำงานร่วมกัน อย่างไรก็ตามเมื่อผลการลงมติเป็นเช่นนี้ รัฐมนตรีที่ได้คะแนนเสียงไม่เป็นปกติก็ควรต้องปรับกระบวนการทำงาน หรือปรับแนวทางการบริหารราชการ เพราะอย่างน้อยเสียง ส.ส.ก็คือเสียงตัวแทนของประชาชน โดยการลงมติไม่ไว้วางใจไม่ได้หมายความว่ารัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยทำงานผิดพลาดหรือบกพร่องอย่างรุนแรง เพียงแต่ต้องการเสนอความคิดเห็นเพื่อเป็นกระจกเงาเท่านั้น
นพ.อลงกต กล่าวถึง กรณีที่นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน แสดงออกชัดเจนโดยให้พรรคประชาธิปัตย์ยึดเก้าอี้รัฐมนตรีจากกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคมคน จนทำให้เกิดรอยร้าว ตนคิดว่าเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวมากกว่า ส่วนกระแสข่าวที่จะมีการปรับพรรคเพื่อแผ่นดินออกจากพรรคร่วมรัฐบาลนั้น ตนเห็นว่าคงเป็นไปไม่ได้ เพราะรัฐบาลต้องการเสียง ส.ส.เป็นจำนวนหนึ่ง เพื่อไม่เสียงปริ่มน้ำ อีกทั้งเชื่อว่ามีความเป็นไปได้มากที่พรรคประชาธิปัตย์จะดึง ส.ส.กลุ่ม พ.ต.อ.ประชา พรหมนอก ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน และพรรคประชาราช เข้ามาร่วมรัฐบาลด้วย เพราะทั้งสองกลุ่มโหวตสนับสนุนนายกรัฐมนตรี
เมื่อถามถึงการปรับคณะรัฐมนตรีในพรรคว่า นพ.อลงกต กล่าวว่า ต้องมีการปรับเปลี่ยนอย่างแน่นอน เพราะพรรคต้องร่วมแก้ปัญหาประเทศในภาวะวิกฤต โดยพรรคต้องหาผู้ที่มีความสามารถบริหารงานเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งอาจจะมีการปรับเปลี่ยนบุคคลที่ไม่เคยนั่งเป็นรัฐมนตรีมานั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีด้วย
“สาทิตย์”ชี้สัมพันธ์พรรคร่วมแค่ปริไม่ถึงร้าว
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในช่วงก่อนเข้าสู่วาระประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 2 มิถุนายน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาลที่ให้ความร่วมมือในการชี้แจงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตลอดช่วง 2 วันที่ผ่านมา ส่วนปัญหาเรื่องที่พรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคไม่ลงมติสนับสนุนรัฐมนตรีอีกพรรคนั้น นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) เป็นคนกลางไปทำความเข้าใจกับพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว พร้อมกำชับให้ตั้งใจเดินหน้าทำงานกันต่อไป เพราะถือว่าสภาและประชาชนได้ให้โอกาสรัฐบาลแล้ว
“ผมเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลมากนัก และในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก็ไม่มีใครหยิบยกประเด็นเรื่องการลงคะแนนไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีขึ้นมาพูดกัน เรื่องนี้คงแค่ปริไม่ถึงกับแตกหรือร้าว และการที่พรรคภูมิใจไทย กลุ่มเพื่อนเนวิน ได้ยื่นข้อเสนอต่อนายกรัฐมนตรีให้เลือกว่าจะร่วมงานทางการเมืองกับพรรคใดระหว่างภูมิใจไทยกับเพื่อแผ่นดินนั้น ในทางการเมืองคงไม่สามารถจะเลือกข้างได้อย่างชัดเจน เพราะต้องคำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมก่อน”



