ข่าว

"มาร์ค"ยัน2-3วัน"เทือก"เคลียร์พรรคร่วมจบ

"มาร์ค"ยัน2-3วัน"เทือก"เคลียร์พรรคร่วมจบ

03 มิ.ย. 2553

"อภิสิทธิ์" เผย "สุเทพ" รับปากเคลียร์ปัญหาพรรคร่วมจบใน 2-3 วัน ลั่นไม่เสียสมาธิ ชี้เสียงน้อยลงก็จะไม่ให้กระทบงาน จี้สำนึกให้ตระหนักถึงปัญหาบ้านเมือง หลังจาก “ภูมิใจไทย” เดือด เพื่อแผ่นดิน”โหวตสวน

(2มิ.ย.) รายงานข่าวแจ้งว่าภายหลังการประชุมครม. นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รมว.มหาดไทยและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้นำรัฐมนตรีสังกัดพรรคภูมิใจไทยเข้าพบหารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ตึกสำนักเลขาธิการครม. ทำเนียบรัฐบาล โดยนายอภิสิทธิ์ แถลงภายหลังว่า ได้พูดคุยกับนายชวรัตน์แล้ว

 ผู้สื่อข่าวถามว่านายชวรัตน์บอกว่าถึงเวลาที่ต้องเลือกระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อแผ่นดิน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้ให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ทำหน้าที่ประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาลต่างๆ และคงจะมีข้อยุติ ซึ่งนายสุเทพขอเวลาไม่กี่วัน เมื่อถามว่า หมายความว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะต้องมีพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งออกจากพรรคร่วมรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รอให้นายสุเทพคุยเรียบร้อยก่อน เพื่อฟังจากทุกๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

 เมื่อถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้อาจจะนำไปสู่รัฐบาลที่ต้องมีเสียงน้อยลง การบริหารงานในขณะที่ประเทศกำลังมีปัญหาจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “หนึ่ง ยังเชื่อว่าการทำงานช่วง 2-3 วันข้างหน้า น่าจะมีข้อยุติที่ทำให้รัฐบาลยังคงมีเสถียรภาพในสภาฯ สอง เสียงจะมากขึ้นหรือน้อยลงอะไรอย่างไรก็ตาม ไม่ให้มากระทบกับสิ่งที่จะต้องทำ เพราะขณะนี้ภารกิจของรัฐบาลถือว่าหนักมาก จากผลพวงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น และรวมถึงจากที่เราได้ฟังการอภิปรายสองวันที่ผ่านมาด้วย ฉะนั้นจะไม่เสียสมาธิเรื่องนี้จะทำให้มีข้อยุติโดยเร็วที่สุด และเดินหน้าทำงาน

 เมื่อถามว่าคิดว่ารัฐมนตรีในพรรคร่วมเข้าใจตรงกันหรือไม่ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้สะท้อนว่า รัฐมนตรีในพรรคร่วมรัฐบาลยังก้าวไม่พ้นผลประโยชน์ตัวเอง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “วันนี้ได้พูดชัดเจนในช่วงท้ายการประชุมครม.และคิดว่าทุกพรรคมีประสบการณ์ทางการเมือง ทุกคนน่าจะตระหนักดีถึงสถานการณ์ของบ้านเมืองในปัจจุบัน และต้องรู้ว่าสิ่งที่เป็นความคาดหวังของสังคมคืออะไร ฉะนั้นทุกคนต้องตอบสนองให้ได้”

 เมื่อถามว่ารู้สึกยังไงจากการที่เพิ่งจะบริหารวิกฤตผ่านพ้นได้ไม่ถึง 2 สัปดาห์ แต่กลับมาเจอปัญหาพรรคร่วมแตกกันเอง นายกฯ กล่าวว่า ได้เรียนเสมอว่าการทำงาน อุปสรรคเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และในทางการเมืองก็มีปัญหาที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ปัญหามีไว้แก้ อย่างที่ย้ำคือจะพยายามใช้เวลาให้น้อยที่สุดในการแก้เรื่องนี้ เพราะเรื่องที่สำคัญกว่าคือเรื่องการแก้ปัญหาของบ้านเมือง เมื่อถามว่าในสถานการณ์บ้านเมืองแบบนี้คิดว่า นักการเมืองหรือพรรคร่วมรัฐบาลควรจะมีจิตสำนึกที่ดีมากว่านี้ไหมกับการที่จะมาทะเลาะกันเอง นายกฯ กล่าวว่า เรียนแล้วว่าเรื่องนี้จะให้จบโดยเร็ว และให้ทุกคนรีบมามุ่งหน้าแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง

 เมื่อถามว่าคิดว่าภายในสัปดาห์นี้จะได้ข้อสรุปหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำว่า นายสุเทพบอกโดยใช้คำว่า 2-3 วัน เมื่อถามว่า ทางพรรคภูมิใจไทยยื่นคำขาดต้องจบภายในสัปดาห์นี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ทราบ เห็นแต่ในข่าว ในที่ประชุมครม.ได้นั่งพูดคุยกันไม่เห็นมีเรื่องยื่นคำขาดอะไร

 เมื่อถามว่าการปรับครม.ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ประชาชนจะได้อะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องเป็นการปรับแล้วทำให้รัฐบาลอยู่ในฐานะที่ทำงานและตอบสนองแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้

 เมื่อถามว่าขณะนี้แม้ไม่มีวินาศกรรมเกิดขึ้น บ้านเมืองยังอยู่ในสถานการณ์ที่รัฐบาลวางใจได้หรือไม่ และการเดินหน้าสร้างความมั่นคงรัฐบาลจะทำอย่างไรต่อไป นายกฯ กล่าวว่า เราไม่ประมาทและตนจะไปร่วมประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ศอฉ.เพื่อรับทราบสถานการณ์ เมื่อถามว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย บอกว่าถ้าจะปรองดองต้องเริ่มต้นจากการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ วิธีคิดนี้ถูกต้องกับการปรองดองหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราไม่ได้ตั้งใจที่จะใช้กฎหมายพิเศษตลอดไปอยู่แล้ว แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า แม้จนถึงขณะนี้ยังมีบางฝ่ายพูดถึงการเคลื่อนไหวใต้ดินอยู่ ถ้ามันไม่มีการเคลื่อนไหวใต้ดินก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯไว้ ฉะนั้นเราจะพยายามอย่างที่ได้ทำมาคือ ประเมินสถานการณ์ และผ่อนคลายข้อจำกัดต่างๆ ให้ได้ดีที่สุดเหมือนเรื่องเคอร์ฟิวเมื่อไม่มีความจำเป็นเราก็เลิก เพราะไม่ต้องการไปจำกัดเสรีภาพประชาชน

 “ ฉะนั้นรัฐบาลไม่มีเจตนาที่จะไปคงกฎหมายพิเศษเอาไว้ไม่จบไม่สิ้น แต่ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และความจริงถ้าพรรคฝ่ายค้านต้องการจะให้ทุกอย่างกลับเข้าสู่สภาวะปกติ น่าจะพยายามสื่อสารไปถึงคนซึ่งมีส่วนในการสนับสนุนพรรคฝ่ายค้านเองว่า จะต้องมีความชัดเจนว่า ไม่มีความคิดในการที่จะเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆ ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ” นายกฯ กล่าว

 เมื่อถามว่า ประเมินหรือไม่เหตุระเบิดที่จังหวัดเชียงใหม่เกี่ยวเนื่องกับสถานการณ์การเมืองหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ขณะนี้ยังถือว่าได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตนจะสอบถามในที่ประชุมศอฉ.

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ตึกนารีสโมสรแล้ว นายกฯได้เดินออกจากตึกและเดินไปขึ้นรถระหว่างประจำตำแหน่งที่เคลื่อนมารอนายกฯจากตึกไทยคู่ฟ้า ทั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่นายกฯกล้าเดินในทำเนียบรัฐบาล หลังจากมีการยุติการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงและกลับเข้ามาทำงานในทำเนียบรัฐบาล รวมทั้งนายกฯได้เดินจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีมายังตึกนารีสโมสรภายหลังการประชุมครม.ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

 ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวถามนายกฯ ระหว่างเดินไปขึ้นรถประจำตำแหน่งว่ามีข่าวลอบสังหารไม่กลัวสไนเปอร์แล้วหรือ นายอภิสิทธิ์ หันกลับมากล่าวว่า จะเดินหรือจะนั่งรถถ้าจะโดนก็โดน แต่นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลาอยู่ที่ไหนถ้ามีตึกสูงช่วยไปยืนบังด้วย จากนั้นายกฯได้ขึ้นรถไปร่วมประชุมศอฉ.

“ภูมิใจไทย”เดือด“เพื่อแผ่นดิน”โหวตสวน

 เมื่อเวลา 11.00 น.นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย เพื่อหารือถึงมาตรการตอบโต้พรรคเพื่อแผ่นดินกรณีที่ปล่อยให้ส.ส.ของพรรคส่วนหนึ่งลงมติโหวตไม่ไว้วางใจนายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม โดยใช้ในการเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยที่ประชุมมีมติให้ นายชวรัตน์นำเรื่องไปหารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ดำเนินการกับพรรคเพื่อแผ่นดิน ซึ่งหากนายอภิสิทธิ์ไม่ดำเนินการใดๆ พรรคภูมิใจไทยอาจจะมีมาตรการในการตอบโต้เอง

 จากนั้นนายชวรัตน์ได้นำส.ส.ของพรรคดเดินทางไปร่วมรับประทานอาหารจีนที่โรงแรมสยามซิตี้กับแกนนำและส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ อาทินายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายชุมพล กาญจนะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี และประธานส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ นายธนา ชีววินิจ ส.ส.กทม. นายชนินทร์ รุ่งแสง ส.ส.กทม. และน.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก โดยใช้เวลาในการทานอาหารและหารือร่วมกันประมาณ 1 ชั่วโมง

“ชวรัตน์”จวกเสียมารยาททางการเมือง

 นายชวรัตน์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมรับประทานอาหารว่า จะนำเรื่องดังกล่าวไปหารือกับนายอภิสิทธิ์ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้(2 มิ.ย.) ตนรู้สึกช็อคกับการกระทำของพรรคเพื่อแผ่นดินในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เพราะการกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องเสียมารยาททางการเมือง แม้จะมีเรื่องส่วนตัวที่ไม่พอใจก็ต้องกระทำตามแนวทางของพรรคร่วมรัฐบาล เพราะพรรคเพื่อแผ่นดินไม่ใช่ฝ่ายค้าน ส่วนจะกดดันให้พรรคเพื่อแผ่นดินออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้นเป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี

 ด้านนางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมพรรคที่อาคารศิริภิญโญถึงกรณีที่พรรคเพื่อแผ่นดินโหวตสวนมติว่า การเป็นพรรคร่วมรัฐบาลของพรรคเพื่อแผ่นดินนั้นต้องมีมารยาท ไม่สมควรที่จะเอาเรื่องส่วนตัวเข้ามาในเรื่องของการทำงาน ดังนั้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลจะต้องพิจารณาในเรื่องนี้และแก้ปัญหาให้จบสิ้น

“บุญจง”ปัดขัดแย้งกรณีงบประมาณลงโคราช

 นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวภายหลังการรับประทานอาหารร่วมกันว่า การลงมติแบบนี้เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมและถือว่าเป็นการเสียมารยาททางการเมืองอย่างยิ่ง ดังนั้นพรรคภูมิใจไทยจึงมีมติให้นายกรัฐมนตรีหามาตรการที่จะทำให้พรรคร่วมรัฐบาลอยู่ร่วมกันอย่างมีวินัยมากขึ้น ตนเชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะมีวิจารณญาณในการพิจารณาเรื่องนี้ในภาวะผู้นำฯ ส่วนการโหวตสวนของพรรคเพื่อแผ่นดินนั้นเกี่ยวข้องกับงบประมาณในจ.นครราชสีมาหรือไม่ นายบุญจงกล่าวว่า ไม่มีความขัดแย้งอะไร เพราะตอนนี้ยังไม่ถึงช่วงเวลาเลือกตั้ง อีกทั้งในจ.นครราชสีมาก็มีพรรคการเมืองหลายพรรค คงไม่เกี่ยวกัน

ให้นายกฯเลือก“ภูมิใจไทย”หรือ“เพื่อแผ่นดิน”

 ขณะที่นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร รมช.คมนาคม และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นความบังเอิญครั้งที่ 2 ที่แกนนำของพรรคภูมิใจไทยและนายสุเทพเดินทางมารับประทานอาหารในโรงแรมเดียวกัน ส่วนกรณีของพรรคเพื่อแผ่นดินนั้นตนเห็นว่าไร้มารยาททางการเมืองที่เอาเรื่องส่วนตัวมาเป็นเกมการเมือง แต่พรรคภูมิใจไทยได้มอบหมายให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคเพื่อแผ่นดินหรือพรรคภูมิใจไทยและคาดว่าคำตอบจะต้องได้ภายในสัปดาห์นี้

“สุชาติ”รับปมขัดแย้งเรื่องส่วนตัว-งบประมาณ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หากยังไม่ได้คำตอบภายในสัปดาห์นี้พรรคภูมิใจไทยจะมีท่าทีอย่างไร นายสุชาติกล่าวว่า ถ้านายกรัฐมนตรียังไม่ตัดสินใจก็ต้องดูหนังม้วนต่อไป เพราะเรื่องนี้ไม่มีการรอมชอมแล้ว และพรรคภูมิใจไทยก็ได้กระซิบนายสุเทพไปแล้ว ซึ่งนายสุเทพก็รับปากที่จะดำเนินการให้ ส่วนสาเหตุของความขัดแย้งครั้งนี้เกิดจากอะไรนั้น นายสุชาติกล่าวว่า เกิดจากเรื่องส่วนตัวและเรื่องการต่อรองงบประมาณระหว่างส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดินกับงบประมาณของกระทรวงที่พรรคภูมิใจไทยดูแล พรรคเพื่อแผ่นดินไม่พอใจงบท้องถิ่นของกระทรวงมหาดไทยและงบกรมทางหลวงของกระทรวงคมนาคม ดังนั้นนาทีนี้ต้องเลือกข้างแล้ว

โฆษกปชป.ยันพรรคร่วมรัฐบาลยังมีเอกภาพ

 นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันนี้เข้าใจว่าเป็นความบังเอิญที่การนัดหมายตรงกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งแกนนำพรรคก็มีการทักทายกันตามปกติ ส่วนการที่พรรคภูมิใจไทยให้เลือกข้างนั้นยังไม่มีการหารือถึงเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม เอกภาพของพรรคร่วมรัฐบาลยังคงอยู่ ส่วนผลคะแนนอภิปรายที่มีความแตกต่างกันนั้นเป็นเรื่องของบุคคล ไม่มีนัยยะสำคัญ เพราะเสียงส่วนใหญ่ก็ยังสนับสนุนและไว้วางใจให้รัฐบาลและรัฐมนตรีทำงานต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการปรับพรรคเพื่อแผ่นดินออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล นพ.บุรณัชย์กล่าวว่า ขณะนี้ถือว่าเอกภาพพรรคร่วมรับบาลยังมีอยู่ ประชาชนยังคาดหวังให้พรรคร่วมรัฐบาลทำงานต่อไป ส่วนกรณีที่พรรคภูมิใจไทยระบุว่าพรรคเพื่อแผ่นดินเสียมารยาททางการเมืองนั้นตนยังไม่ทราบและยังไม่มีการหารือกันในเรื่องนี้

“สุเทพ”ให้คำตอบเลือกใคร3มิ.ย.

 ด้านนายสุเทพปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่าจะเลือกพรรคใดระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อแผ่นดิน โดยนายสุเทพกล่าวเพียงว่า ขอตอบในวันพรุ่งนี้( 3 มิ.ย.) เพราะวันนี้ให้สัมภาษณ์ไปแล้วก่อนที่จะเดินออกจากโรงแรมทันที

ปูดโหวตสวนเพราะอยากย้ายซบอก“เพื่อไทย”

 ขณะที่นายรณฤทธิชัย คานเขต ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน ที่แสดงเจตนาว่าต้องการย้ายมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เชื่อว่าเป็นการสร้างกระแสในพื้นที่เพื่อเตรียมพร้อมที่จะย้ายไปอยู่กับพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะส.ส.ในกลุ่มของนายเกษม รุ่งธนะเกียรติ อดีตส.ส.สุรินทร์ พรรคไทยรักไทย

 นายภิรมย์ พลวิเศษ ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การโหวตสวนของพรรคเพื่อแผ่นดิน นั้นเพราะมีส.ส.จังหวัดสุรินทร์ต้องการย้ายไปอยู่กับพรรคเพื่อไทย และเชื่อว่าไม่ใช่ความขัดแย้งเรื่องงบประมาณ