ข่าว

สามารถชี้บีอาร์ทีสาทร-ราชพฤกษ์เจ๊งถ้าไม่แก้

สามารถชี้บีอาร์ทีสาทร-ราชพฤกษ์เจ๊งถ้าไม่แก้

02 มิ.ย. 2553

“สามารถ” ฟันธง บีอาร์ที สาทร-ราชพฤกษ์เจ๊งแน่ หากกทม. ไม่รีบแก้วิธีบริหารจัดการ แนะให้หารือ ขสมก.-ตำรวจ-ประชาชน แก้ปัญหาระยะยาว

(2มิ.ย.) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวถึงการเปิดให้บริการรถประจำทางด่วนพิเศษวิ่งชิดเกาะกลาง (บีอาร์ที) เป็นวันที่ 4 ว่า ทราบว่ามีประชาชนและผู้ใช้ทางส่วนใหญ่ไม่พอใจ ซึ่งอยากให้ประชาชนใจกว้าง เพราะเวลาเป็นสิ่งที่จะพิสูจน์ว่าบีอาร์ทีสามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนได้หรือไม่ ทั้งนี้ยอมรับว่าโครงการบีอาร์ทีสมัยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกฯ เป็นผู้ว่าฯ กทม. ได้ดำเนินการ ซึ่งตนได้นำมาผลักดันจนแล้วเสร็จ หากไม่ให้ทดลองวิ่ง ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร  

 ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่ กทม.เร่งรัดนำรถบีอาร์ทีมาวิ่งในช่วงนี้ โดยไม่มีการตรวจรับจนทำให้รถจำนวน 9 คันวิ่งสะดุดติดขัดและมี 1 คันไม่สามารถวิ่งได้นั้น เป็นเพราะสัญญาเช่าซื้อรถ ในสมัยนายอภิรักษ์ได้กำหนดเงื่อนเวลาใช่หรือไม่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เพราะเป็นไปตามแผนการดำเนินการวิ่งรถและเปิดให้บริการตามที่ กทม. กำหนด และเป็นการเช่าซื้อรถในล๊อตใหม่มาวิ่งของบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส ส่วนเหตุที่รถบีอาร์ทีเกิดขัดข้องนั้น ก็ไม่เกี่ยวกับการเร่งรัดเอารถมาวิ่งตามสัญญาใดๆ แต่เกิดจากปัญหาของระบบแก๊ส และหัวฉีดของรถซึ่งก็ได้มีการแก้ไขกันแล้ว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกระแสข่าวปัญหารถบีอาร์ที ทำให้จราจรติดขัดจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนและสร้างภาระให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่นั้น นายถนอม อ่อนเกตุพล โฆษกกรุงเทพมหานคร ได้โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊ก มีใจความ ว่า "โฆษก กทม.ขอโวยหน่อยนะ ตำรวจ อย่าเพิ่งติเรือทั้งโกรน กรณี รถเมล์บีอาร์ที ที่เห็นว่า ทำให้รถติดมาก ทีม็อบราชประสงค์ ผ่านฟ้า ปิดถนนได้นานเป็นเดือน ตำรวจไม่เห็นออกมาโวย พอ กทม.ปิดเลนเดียวให้คนใช้รถเมล์วิ่งไปก่อน กลับโวย ตกลงตำรวจ จะเป่านกหวีดอยู่สี่แยกเหมือนเดิมใช่ไหม"

 และอีก 1 ข้อความในเวลาต่อมามีใจความว่า "บีอาร์ที อยู่ระหว่างการทดลองเท่านั้น ยังไม่เสร็จทั้งหมด ติติงตอนนี้ ก็ไม่ยุติธรรม ประชาชน ก็ยังสับสน ไว้เมื่อทุกอย่างคุ้นเคยกับระบบใหม่แล้ว จะลงตัวเอง ถึงตอนนั้น ค่อยติติงก็ยังไม่สาย อย่าลืมว่า โครงการนี้ ใช้งบไป 2-3 พันล้านบาท ไม่ใช่รถเมล์ชิดเกาะกลางเคยทำนะครับ"

 ด้านนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะอดีตรองผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงกรณีที่กทม.เตรียมทบทวนโครงการรถบีอาร์ที สายสาทร-ราชพฤกษ์ ว่า ตนไม่อยากให้กทม. ถอดใจกับโครงการดังกล่าว เพียงเพราะว่ากระแสการตอบรับอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่น่าพอใจ ทั้งนี้ตนมองว่าปัญหาบีอารทีที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นเพราะเกิดจาก 3 สภาพ คือ รถ ถนน และคน โดยเฉพาะคนขับรถนั้น ที่ล่าสุดยังพบว่าไม่มีความชำนาญในเส้นทาง การเลี้ยวโค้ง การเข้าเทียบชานชาลา ซึ่งตนเคยระบุแล้วว่าควรจะมีการฝึกให้เกิดความชำนาญ ทดลองวิ่งโดยไม่มีผู้โดยสาร ในช่วงปิดภาคเรียน เสาร์-อาทิตย์ แต่เมื่อกทม. เปิดรับผู้โดยสารแล้ว ตนมองว่าหากจะหยุดรับ-ส่งประชาชนคงเป็นเรื่องยาก ดังนั้นต้องใช้เวลาหลังจากเลิกให้บริการ เช่น ตั้งแต่เที่ยงคืนเป็นต้นไป เพื่อฝึกให้พนักงานขับรถมีความชำนาญ แต่หากจะให้ประชาชนรอนานถึง 3-7 เดือนนั้น ตนมองว่าเป็นเวลาที่นานเกินไป เพราะถึงช่วงเวลานั้นอาจทำให้ประชาชนไม่สนใจที่จะใช้บริการอีกต่อไป

 นายสามารถ กล่าวด้วยว่า ระบบการบริหาร ซึ่งกทม. ต้องหาทางแก้ไขด้วยการระดมสมองจากหน่วยงานหลายๆ ส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ ขสมก. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการเดินรถตามเส้นทางที่เป็นระบบที่เสริมซึ่งกันและกัน รวมถึงประชาชนในพื้นที่และผู้ใช้เส้นทางด้วย สำหรับกรณีที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เคยระบุว่าปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากที่บีอาร์ทีให้บริการแล้วคือผู้ใช้รถควรหันมาใช้ระบบบีอาร์ที ตนมองว่ากทม.ต้องพิสูจน์ให้เห็นก่อนว่าบีอาร์ทีมีข้อดีอย่างไร ดีกว่าการใช้รถยนต์ด้านใดบ้าง

 “การพูดถึงปัญหาบีอาร์ทีที่เกิดขึ้น ผมไม่ได้เป็นการตำหนิ ผู้รับผิดชอบโครงการบีอาร์ที แต่ภาพที่ออกมาปัจจุบันกลับมองว่าผมไม่พอใจ ผมโกรธถึงตำหนิ โดยส่วนตัวฐานะผู้ที่มีประสบการณ์ด้านงานแก้ไขปัญหาจราจร ตนพร้อมที่จะให้คำปรึกษาเพื่อให้โครงการบีอาร์ทีเดินหน้า เพื่อประโยชน์กับสังคม ผมและคณะผู้บริหารกทม. เป็นคนพรรคเดียวกัน ดังนั้นไม่ได้มีอคติใดๆ ทั้งสิ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นผู้บริหารกทม. ยุคนี้กลับมองว่าการที่บีอาร์ทีมีกระแสคัดค้านเยอะ เป็นเพราะคนริเริ่มโครงการ ซึ่งเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง เพราะหากคิดจะสานต่อนโยบายแล้ว ก็ต้องหาทางปรับปรุงให้ดีขึ้น และยอมรับคำวิพากษ์วิจารณ์เพื่อนำไปแก้ไข” นายสามารถ กล่าว

 นายสามารถ กล่าวอีกว่า สำหรับการบริหารจัดการ ตนประเมินได้เลยว่าหากไม่มีการแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะสักกี่ปี บีอาร์ทีสายนี้จะเจ๊งแน่ๆ เพราะรายได้ไม่เป็นไปตามเป้า กทม. ต้องนำงบประมาณส่วนอื่นๆ มาทุ่มให้กับโครงการที่มีรายได้ไม่คุ้มทุน เห็นได้จากการประเมินผู้โดยสารที่คาดว่าจะมีประมาณ 30,000-35,000 คนต่อวัน เพราะหากเทียบกับเวลาปล่อยรถทุกๆ 5 นาที ใน 1 ชั่วโมง รถปล่อยได้ 12 คัน รวมเที่ยวไปและกับแล้ว 24คัน ซึ่งรถบีอาร์ทีสามารถขนคนได้ 80 คนต่อเที่ยว ใน 1 ชั่วโมงสามารถขนคนได้ 1,920 คน หากใน 1 วันสามารถขนคนได้ 34,560 คน แต่ความเป็นจริงการปล่อยรถไม่สามารถปล่อยได้ทุกๆ 5 นาที เพราะในชั่วโมงไม่เร่งด่วนก็จะปล่อยรถ 1 คัน ต่อ 10 นาที

 ผู้สื่อข่าวรายว่าประชาชนที่มาใช้บริการรถบีอาร์ที จะหนาแน่นในชั่วโมงเร่งด่วน ช่วงเช้าก่อนเข้าเรียน และช่วงเย็นหลังเลิกงาน ส่วนเวลาอื่นๆ ก็มีผู้โดยสารประปราย เฉลี่ยคันละ 30 คนต่อเที่ยว ทางสถานีได้ใช้วิธีการจ่ายตั๋วโดยสาร แบบกระดาษ ขนาด 2 X3 นิ้ว ให้กับประชาชนก่อนที่จะเข้าใช้บริการ

 ทั้งนี้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำชานชาลาสถานีพระราม 3 เปิดเผยว่า ในชั่วโมงไม่เร่งด่วนพบมีรถแท็กซี่ที่มีผู้โดยสารหลุดเข้ามาในช่องทางเฉพาะรถบีอาร์ทีจำนวนหลายคัน ซึ่งแต่ละคันวิ่งมาด้วยความเร็วสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวลว่าหากประชาชนที่พลัดตกชานชาลาจะเกิดอันตรายจนถึงชีวิตได้ง่าย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ประจำชานชาลาก็พร้อมจะทำหน้าที่เตือนประชาชน แต่รถที่วิ่งเข้ามาในช่องทางไม่รู้ว่าจะแก้ไขอย่างไร เพราะก่อนถึงเส้นทางที่เป็นช่องทางเฉพาะรถบีอาร์ที ก็มีป้ายห้ามเข้าติดให้ทราบไว้อยู่แล้ว