
มทบ.23เรียกวิทยุชุมชน3จว.ปลุกสามัคคีปรองดอง
มทบ.23 เรียกวิทยุชุมชนกว่า 150 จาก 3 จังหวัดภาคอีสานชี้แจงมวลชนปลุกความสามัคคี ปรองดองในพื้นที่ รักษาการผู้ว่าฯ ขอนแก่น ลั่นประเทศไทยต้องมีชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ด้านรักษาการ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ออกหมายจับ 152 หมาย รวบได้ 20 ราย
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 2 มิ.ย. ที่สโมสรนายทหาร ค่ายศรีพัชรินทร์ มณฑลทหารบกที่ 23 (มทบ.) จ.ขอนแก่น ได้จัดประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างสื่อมวลชนกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยมี พล.ต.สมชาย อัครวณิชชา ผบ.มทบ.23 นายพยัต ชาญประเสริฐ รักษาการผู้ว่าราชการ จ.ขอนแก่น และ พ.ต.อ.ธวัชชัย นิลานุช รักษาการ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น นักจัดรายการจากวิทยุชุมชน 3 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น มหาสารคาม และกาฬสินธุ์ เข้าร่วมรับฟังกว่า 150 คน เนื่องจากก่อนเกิดเหตุการณ์เผาศาลากลางในวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา มีวิทยุชุมชนบางแห่งปลุกเร้าระดมมวลชนให้ออกมาชุมนุมและบุกเผาศาลากลาง และสถานที่ของเอกชน
นายพยัต กล่าวว่า วิทยุชุมชนถือเป็นสื่อสารมวลชนที่กระจายไปในทุกพื้นที่และเข้าถึงชุมชนมากที่สุด ซึ่งถือเป็นช่องทางในการสื่อสารที่มีพลังมหาศาล ซึ่งตนเชื่อว่าจะสามารถสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นได้ เพราะประชาชนในพื้นที่จะรับฟังดีเจ หรือนักจัดรายการ ซึ่งมีวิธีการพูดที่ดี ดังนั้นสิ่งที่จะทำให้เกิดความรัก ความสามัคคี และความปรองดองให้เกิดขึ้นโดยเร็วจะต้องอาศัยนักจัดรายการพูดคุยผ่านวิทยุชุมชน และก็เชื่อว่าชาวบ้านจะต้องเชื่อในสิ่งที่นักจัดรายการพูด
"อยากฝากไปถึงนักจัดรายการแต่ละคนที่ว่า ประเทศไทยจะมั่นคงอยู่ได้จะต้องประกอบด้วย 3 ส่วน คือ สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ นอกจากนี้ไทยจะต้องมีความรัก ความสามัคคี และความปรองดอง หากประชาชนมีความคิดเห็นที่แตกต่างก็ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ สุดท้ายประเทศชาติจะต้องมีการพัฒนาไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน แต่หากมีปัญหาทางการเมืองเกิดขึ้น บ้านเมืองไม่สมานฉันท์รักใคร่กลมเกลียวกัน ก็อยากที่จะพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองต่อไปได้ ดังนั้นจึงอยากฝากนักจัดรายการให้ความเป็นกลาง และชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่" นายพยัต กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.ธวัชชัย กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุเผาศาลากลาง สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ธนาคารกรุงเทพ และหน้าบ้าน นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ส.ส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย ว่า ขณะะนี้ได้ออกหมายจับผู้ที่ก่อเหตุวางเพลิงเผาทรัพย์ ทำให้เสียทรัพย์ และบุกรุกสถานที่ราชการและเอกชน แล้วจำนวน 152 หมายจับ ซึ่งส่วนหนึ่งรู้ชื่อและที่อยู่ชัดเจน แต่อีกส่วนหนึ่งก็เป็นหมายจับตามภาพถ่ายที่ปรากฎในสถานที่ชุมนุม และขณะนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 23 หมายจับ ได้ผู้ต้องหา 20 คน เนื่องจากบางรายกระทำความผิดหลายสถานที่
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ยึดรถปิกอัพ 1 คันซึ่งบรรทุกกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาภายในศาลากลางเมื่อวันที่ 19 พ.ค.โดยในเบื้องต้นคนขับรถอ้างว่า ถูกกลุ่มคนเสื้อแดงโบกรถให้มาส่งที่ศาลากลาง แต่จากการตรวจสอบภาพถ่ายคนขับรถกับคนที่ปรากฎในสถานที่ชุมนุม ปรากฎว่าเป็นแนวร่วม นปช.และเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการเผาศาลากลางและเอ็นบีที ซึ่งก็ได้ออกหมายจับแล้ว 2 หมายจับ
"ทุกวันนี้ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมต่างรู้สึกไม่สบายใจ และต่างตัดพ้อว่าทำไมต้องถูกจับกุม และทำไมต้องถูกจับเพียงคนเดียว ส่วนพนักงานสอบสวนก็ยังคงตรวจสอบภาพถ่ายผู้ร่วมชุมนุมเพื่อเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี ซึ่งขณะนี้มีผู้ต้องหาหลบหนีเป็นจำนวนมาก แต่หากรายใดที่ร่วมวางเพลิงเผาทรัพย์ มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิตและคดีมีอายุความ 20 ปี ผมเชื่อว่าสักวันผู้ต้องหาเหล่านี้ก็จะถูกจับกุมตัวมาดำเนินคดีอย่างแน่นอน"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงใน จ.ขอนแก่น ได้ชี้แจงให้นักจัดรายการวิทยุชุมชนได้รับทราบ ต่อมาได้เปิดโอกาสให้นักจัดรายการร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ชุมนุมที่เกิดขึ้น โดยนักจัดรายการบางรายได้เสนอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำภาพถ่ายของผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับไปให้ดีเจ เพื่อจะได้เป็นกระบอกเสียงไปยังเครือข่ายและเป็นแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ



