ข่าว

คุมวีระ-เหวง-ก่อแก้วต่อDSIนัดขอขังตู่-เก่ง-วิเชียร

คุมวีระ-เหวง-ก่อแก้วต่อDSIนัดขอขังตู่-เก่ง-วิเชียร

02 มิ.ย. 2553

ศาลอาญาอนุญาตศอฉ.ขอคุมตัวต่อครั้งที่ 2 “ วีระ - เหวง – ก่อแก้ว ” 3 แกนนำ นปช. อีก 7 วันถึง 9 มิ.ย. ดีเอสไอนัด 3 ส.ส.เพื่อไทย "จตุพร-การุณ-วิเชียร" ไปขอหมายขังจากศาลอาญา 8 มิ.ย. หากศาลไม่ให้ประกันต้องส่งตัวเข้าเรือนจำ ด้านสถาพร มณีรัตน์ รุดเข้ามอบตัวสู้คด

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 2 มิ.ย.เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 โดยพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ยื่นคำร้องขอขยายเวลาควบคุมตัวนายวีระ มุสิกพงศ์ น.พ.เหวง โตจิราการ และนายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นครั้งที่ 2 ต่ออีก 7 วัน ตั้งแต่ 3 – 9 มิ.ย.นี้ เนื่องจากยังต้องสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินการทั้งหลาย เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรง และ/หรือเพื่อให้เกิดความร่วมมือในการระงับเหตุการณ์ร้ายแรง ต้องรอผลการตรวจสอบต่าง ๆ ด้วย

 ทั้งนี้ศาลได้สอบถามผู้ถูกควบคุมตัวทั้งสามผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอเร้นซ์ ไปยังสถานที่ควบคุมตัว กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี แล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตขยายเวลาควบคุมตัวทั้งสามได้

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายขวัญชัย ไพรพนา นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก และนายนิสิต สินธุไพร 5 แกนนำ นปช .ที่เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. นั้น พนักงานสอบสวนกองปราบ ได้ยื่นคำร้องขอขยายเวลาควบคุมตัวต่อครั้ง ที่ 2 เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. โดยจะครบกำหนดควบคุมตัวครั้งที่ 2 วันที่ 8 มิ.ย.นี้

ดีเอสไอนัด3ส.ส.เพื่อไทย"จตุพร-การุณ-วิเชียร"ไปขอหมายขัง

 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยภายหลังประชุมพนักงานสอบสวนในคดีก่อการร้าย ว่า คณะพนักงานสอบสวนมีมติที่จะดำเนินการกับผู้ต้องหา 3 ราย ที่เป็นส.ส.พรรคเพื่อไทย คือนายจตุพร พรหมพันธ์ นายวิเชียร ขาวขำ และนายการุณ โหสกุล โดยจะปฏิบัติในมาตรฐานเดียวกับผู้ต้องหาอื่นทั้ง 39 ราย ซึ่งจะมีการขอหมายจับและฝากขัง แต่เนื่องจากผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนแล้ว ขั้นตอนการจับกุมจึงไม่มีความจำเป็น ดังนั้นในช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ ดีเอสไอจะขอให้ศาลออกหมายขังผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ซึ่งในวันที่ 3 มิ.ย. จะทำหนังสือถึงผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย เพื่อนัดให้ไปพบพนักงานสอบสวนที่ศาลอาญาในวันที่ 8 มิ.ย. เวลา 9.00 น. จากนั้นจะนำตัวผู้ต้องหาขออำนาจศาลฝากขัง โดยดีเอสไอจะแนบคำร้องขอคัดค้านการประกันตัว ส่วนเรื่องการให้ประกันตัวถือเป็นดุลยพินิจของศาลอาญา หากศาลไม่ให้ประกันตัวตามขั้นตอนจะต้องส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ไปควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

 นายธาริต กล่าวถึงส.ส.พรรคเพื่อไทยรายอื่น ๆ ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาที่เกี่ยวเนื่องกับการก่อความไม่สงบ ซึ่งเป็นสำนวนคดีพิเศษรวม 132 คดี ว่า ล่าสุดนายสถาพร มณีรัตน์ ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย ได้เข้ามอบตัวที่ดีเอสไอ ตามที่ได้ถูกแจ้งข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง และกระทำการด้วยวาจาอันมิใช่การกระทำในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญหรือมิใช่แสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล และเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชขอาณาจักร นอกจากนี้นางศิริวรรณ มณีศิลป์ หนึ่งในผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายก็ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวเช่นกัน

 นายธาริต กล่าวอีกว่า ขณะนี้ดีเอสไอได้กันบุคคลที่เข้าให้เบาะแสเกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อความไม่สงบหลายรายไว้เป็นพยานในคดีอาญา โดยมีการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด จัดที่พักพิงให้อย่างหมาะสม จึงขอให้ผู้ที่ต้องการเข้าให้การเป็นพยานซึ่งอาจจะมีคลิปภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อการร้ายให้ติดต่อมาที่ดีเอสไอ โดยพนักงานสอบสวนพร้อมให้การคุ้มครองในฐานะพยานทั้งมาตรการชั่วคราวและถาวร ซึ่งจะเป็นมาตรการเกียวกับที่ใช้ดูแลนายอภิสิทธิ์ แสนแก้ว อายุ 15 ปี ที่ได้กันตัวไว้เป็นพยานก่อนหน้านี้

ผบช.ภ.4ประชุมสรุปเหตุความไม่สงบที่อุดรธานี

 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมฉัตรไพฑูรย์ ตำรวจภูธร จว.อุดรธานี พล.ต.ท.สันติ เพ็ญสูตร ผบช.ภ.4 และ พล.ต.ต.กวี สุภานันท์ รอง ผบช.ภ.4 เดินทางมาเพื่อตรวจเยี่ยม และรับฟังบรรยายสรุป เหตุการณ์ความไม่สงบ ที่คนเสื้อแดงบุกเผาศาลากลาง และ สนง.เทศบาลนครอุดรธานี เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมี พ.ต.อ.สนั่น ชวาธรรม รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี รักษาการ ผบก.ภ.จว.อุดรธานี นำข้าราชการตำรวจ ชั้นสัญญาบัตร ระดับผู้กำกับการ รองผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรทั้ง 20 อำเภอ ให้การต้อนรับ

  ซึ่งในที่ประชุม ได้เปิดวีดีทัศน์ภาพเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่กลุ่มคนเสื้อแดง ได้พากันมาชุมนุม อยู่ที่หน้าศาลากลางจังหวัดอุดรธานี ก่อนจะบุกเข้าไปในศาลากลาง และช่วยกันทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ก่อนจะจุดไฟเผาศาลากลางจังหวัด , สำนักงานเทศบาลนครอุดรธานี และเตรียมจะบุกไปเผาที่ว่าการอำเภอเมืองอุดรธานี และบ้านพักผู้ว่าราชการ ก่อนที่กำลังทหารจาก มทบ.24 จะสนธิกำลังตำรวจและ อส. เข้าสลายการชุมนุม และจับผู้ร่วมก่อเหตุในวันนั้นได้ 44 คน

 จากนั้นได้รวบรวมหลักฐานจากภาพวีดีโอและภาพนิ่งจากส่วนต่าง ๆ รวมถึงจากผู้สื่อข่าวในพื้นที่ นำมาตรวจสอบ และนำเป็นหลักฐาน เพื่อเสนอศาลขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหา ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐาน ให้ศาลออกหมายจับไปแล้ว 71 หมาย  แยกเป็นคดีเผาศาลากลาง จ.อุดรธานี 56 หมาย , เผา สนง.เทศบาลนครอุดรธานี 11 หมาย และพยายามเผาที่ว่าการอำเภอเมือง และจวน ผวจ.อุดรธานี 4 หมาย ขณะเดียวกันมีการออกหมายเรียก ผู้ฝ่าประกาศ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน มาชุมนุมเกินกว่า 5 คน ส่งฟ้องศาลไปแล้ว 7 คน ศาลพิพากษาจำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท แต่โทษจำให้รอลงอาญา 6 คน อีกคนไม่รอลงอาญา
 
 จากนั้น พล.ต.ท.สันติ  ได้ประชุมลับร่วมกับตำรวจของทุก สภ.ที่มาร่วมประชุม โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวร่วมรับฟัง