
"เด็กเนวิน"จี้ปชป."ภท.-พผ."เลือกใคร
"เด็กเนวิน"จี้ปชป.ตัดสินใจเลือก"ภท.-พผ."เอาพรรคไหนไว้ ขีดเส้นตายอาทิตย์ต้องรู้ผล หลัง"พผ."ลงมติสวนให้ 2 รมต."ภท." ชวรัตน์ จวกเสียมารยาทในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล โยนอภิสิทธิ์" ชี้ชะตาให้อยู่ร่วมรัฐบาลหรือไม่ ประธานส.ส.ภูมิใจไทย ระบุ มติพรรครับไม่ได้ ชงเรื่อง
(2มิ.ย.) นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ส.ส. มหาสารคราม พรรคภูมิใจไทย กล่าวกรณีที่พรรคเพื่อแผ่นดินโหวตลงมติในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า การโหวตสวนของพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่โหวตลงไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย เป็นเรื่องที่ไร้มารยาทางการเมืองอย่างมาก ดังนั้นนายกรัฐมนตรีและพรรคประชาธิปัตย์ต้องเลือกระหว่างพรรคเพื่อแผ่นดินที่มี 14 เสียง กับพรรคภูมิใจไทยที่มี 46 เสียง เพราะต่อไปเราคงทำงานร่วมกันไม่ได้ และตนเห็นว่าควรจะมีคำตอบในเรื่องนี้ภายในสัปดาห์หน้า
ด้านนายชวรัตน์ ชาญวีรกูร รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยได้คะแนนเสียงต่ำสุด โดยพรรคเพื่อแผ่นดินงดออกเสียงให้ ว่า หลังจากนี้การทำงานร่วมกับพรรคเพื่อแผ่นดินก็ขึ้นอยู่ที่ว่าพรรคเพื่อแผ่นดินจะอยู่ร่วมต่อหรือไม่ อย่างไรก็ตาม พรรคภูมิใจไทยคงไม่เสนอให้มีการปรับพรรคเพื่อแผ่นดินออกจากพรรคร่วมรัฐบาล แต่สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นการเสียมารยาททางการเมือง เพราะเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน เมื่อถามว่าจากนี้ไปจะทำงานร่วมกันได้อย่างไร นายชวรัตน์ กล่าวว่า ถ้าอยู่ ก็ต้องทำงานร่วมกัน แต่ถ้าไม่อยู่ร่วม ก็ไม่ต้องทำ อย่างไรก็ตาม ทางที่ดีที่สุดสำหรับการทำงานของพรรคภูมิใจไทยจากนี้ต่อไป คือ การทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลต่อไป
เมื่อถามว่าหมายถึงไม่มีพรรคร่วมแผ่นดินร่วมอยู่ด้วยอย่างนั้นหรือ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะขึ้นอยู่กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่จะปรับหรือไม่ เมื่อถามต่อว่าจากนี้ไประหว่างการมีหรือไม่มีพรรคเพื่อแผ่นดินร่วมอยู่ในรัฐบาล อย่างไหนจะทำให้รัฐบาลมีเอกภาพมากกว่ากัน นายชวรัตน์ กล่าวว่า ถ้าพูดถึงเรื่องจำนวนเสียง มันก็ต้องมีเสียงข้างมาก ซึ่งถ้ามีเสียงมากกว่า 1 เสียง ก็เท่ากับว่ามีความเข้มแข็งมากขึ้น แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะวันนี้ถือว่ารัฐบาลสอบผ่านไปแล้ว
ต่อข้อถามว่าถ้าเสียงของพรรคเพื่อแผ่นดินต้องหายไป จะทำให้รัฐบาลมีปัญหาหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า “ วันนี้พรรคเพื่อแผ่นดินก็ไม่ได้โหวตให้เรานี่ ก็ไม่มีปัญหา เราก็สอบผ่าน ” เมื่อถามย้ำว่าเมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าต่อไปไม่มีพรรคเพื่อแผ่นดิน ก็ไม่มีผลอะไรต่อรัฐบาล นายชวรัตน์ กล่าวว่า ถ้ามองในเง่ลงคะแนนวันนี้ส่วนต่อไปยังไม่รู้ อนาคตจะเกิดกรณีเช่นนี้อีกหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ ส่วนการทำงานต่อไปจะราบรื่นหรือไม่ ก็ตอบไม่ได้ แต่ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยจะทำงานให้มันราบรื่น
เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยต้องทบทวนคะแนนเสียงที่หายไปหรือไม่ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ต้องทบทวนว่าเสียงลงมติสำหรับพรรคของเราจึงไม่เสมอกัน เมื่อถามต่อว่าจะทบทวนการทำงานของรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ทุกอย่างเวลาไปตรวจสอบก็ต้องดูว่าข้อที่ชี้แจงไม่ดี
นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ประธาน ส.ส.พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่มีเสียง ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล โหวตเสียงการอภิปรายไม่ไว้วางใจสวนกันเอง ว่า พรรคภูมิใจไทย มีมติชัดเจนให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งกรณีที่ ส.ส. พรรคเพื่อแผ่นดิน ลงมติโหวตสวน 12 คน และงดออกเสียง 2 คน รวม 14 คนนั้น ถือว่ากระทำผิดเสียมารยาทการเมืองการร่วมรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยเห็นว่าควรจะต้องพิจารณาดำเนินการว่าจะให้พ้นจากการร่วมรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องที่นายอภิสิทธิ์ นายก ฯ ต้องพิจารณา เพราะเมื่อร่วมรัฐบาลกันแล้วก็ต้องมีความจริงใจ ถ้าเห็นว่าอยู่ร่วมกันไม่ได้ ต้องดำเนิน
“ภูมิใจไทยร่วมรัฐบาลแล้ว ก็ไม่เคยคิดทำลายเพื่อน ไม่คิดเอาเปรียบเพื่อน เราเองก็มีจุดยืนมีเป้าหมาย ถ้าอยู่กันแบบใส่หน้ากาก แล้วมีมีดแทงหลัง ก็อยู่กันลำบาก อย่างนี้อยู่แบบน้อยๆ แต่เหนียวแน่นดีกว่า ” นายประจักษ์ กล่าว
เมื่อถามว่าหากขับพรรคเพื่อแผ่นดินออกแล้วกลัวว่าเสียงพรรคร่วมรัฐบาลจะปริ่ม และจะกระทบต่อการบริหารนั้น นายประจักษ์ ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า หากจะขาดเสียง ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดินไป 14 เสียงแล้วเสียงพรรคร่วมรัฐบาลจะปริ่มน้ำหรือไม่นั้นต้องรอดูต่อไป เพราะ นอกเหนือจาก ส.ส. 14 คนนั้น ยังมี ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน ที่มาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย ขณะที่ตนยืนยันได้ว่า ยังจะมีส่วนอื่นที่จะมาเสริมเสียงที่หายไปอีก เช่น พรรคประชาราช และพรรคเล็กพรรคน้อย อย่างไรก็ดีตนขอให้รอดูกันต่อไป
ส่วนที่จะมีการยุบสภาเร็วขึ้นหรือไม่ นายประจักษ์ กล่าวว่า เราไม่กังวล ถ้าการยุบสภาจะเกิดมันก็ต้องเกิด เรายอมรับได้ แต่การเสียมารยาทางการเมืองของพรรคร่วมเรารับไม่ได้
“โสภณ”ฉุนขาดซัดพผ.เล่นเกมการเมือง
ที่รัฐสภานายโสภณ ซารัม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และแกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวภายหลังการลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและ 5 รัฐมนตรี ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งนายโสภณมีคะแนนไว้วางใจน้อยที่สุดว่า คะแนนเป็นเกมการเมือง คะแนนกับผลงานไม่น่าจะเอามาเปรียบเทียบกัน ถ้าคะแนนคนเห็นว่าตนทำงานให้กระทรวงคมนาคมไม่ได้หรือเสียหายก็ไม่เป็นไร แต่คะแนนที่ออกมาเป็นเรื่องของเกมการเมือง ก็เป็นเรื่องปกติการเมืองก็อย่างนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า สะท้อนว่าพรรคเพื่อแผ่นดิน มีปัญหากับพรรคภูมใจไทยหรือไม่ แกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า คะแนนที่ออกมาก็ไม่ต้องตอบเพราะชัดอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วจะทำงานร่วมกันได้หรือ รมว.คมนามคม กล่าวว่า การทำงานของรัฐบาลไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องมรรยาทเป็นเรื่องสำคัญ ถ้ามรรยาทของรัฐมนตรีแล้วทำให้ประเทศชาติเสียหายนั่นก็เป็นเอกสิทธิ์ แต่ถ้าเป็นเอาเหตุผลอื่นมาลงคะแนนก็เหมือนกับว่า นั่นแหละขาดมรรยาท
ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าคะแนนที่ออกมาเป็นเพราะอะไร นายโสภณ กล่าวว่า ตนรู้ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว เรื่องคะแนนจะออกมาอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นความจริงใช่หรือไม่ แกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ก็เป็นความจริง ทั้งนี้เรื่องการตอบคำถามสื่อ ตนจะพยามยามหลีกเลี่ยงแต่ถ้าเรื่องไหนที่ตนตอบก็คือข้อเท็จจริง ก็เป็นเรื่องความขัดแย้ง ก็เป็นเรื่องเกมการเมือง เป็นการดิสเครดิตกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นความขัดแย้งระหว่างนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทยกับ ว่าที่ร้อยตรีไพโรนจน์ สุวรรณฉวี แกนนำพรรคเพื่อแผ่นดิน หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า นั่นไม่ขอตอบ ก็มีการมาคุยกันตั้งแต่ต้น ซึ่งเรื่องนี้ผู้ใหญ่และนายกรัฐมนตรีก็ทราบปัญหานี้มาตลอด
ผู้สื่อข่าวถามว่า รับได้กับสิ่งที่พรรคเพื่อแผ่นดินเล่นเกมกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ รมว.คมนามคม กล่าวว่า ถ้าทำงานร่วมกันควรจะมีมารยาทและให้เกียรติกัน ถ้าไม่อยู่บนพื้นฐานของพี่น้องประชาชนก็พูดยาก ถ้าทำงานเพื่อประชาชนแล้วเอาเรื่องส่วนตัวมายุ่งก็คงไม่ไหวแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าอย่างนั้นรัฐบาลควรจะปรับพรรคเพื่อแผ่นดินออกหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ไม่เกี่ยว เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีที่จะต้องพิจารณา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในพรรคร่วมรัฐบาลต้องหารือกันหรือไม่ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เพราะเป็นประเด็นส่วนตัวของตน ถ้าตนบอกว่าไปหารือก้เหมือนกับว่าตนเอาเรื่องส่วนตัวไปให้พรรคร่วมรัฐบาลมีปัญหา
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นรอยร้าวที่ยากจะประสานได้หรือไม่ แกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ไม่ใช่รอยร้าวอะไรมากมายขนาดนั้น แต่นายกรัฐมนตรีต้องตัดสินใจแล้วว่า การทำงานร่วมกันในอนาคตควรจะเป็นเอกภาพ ถ้าไม่มีเอกภาพก็จะอยู่บนพื้นฐานไม่ไว้วางใจกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำงานร่วมกันต่อไปได้หรือไม่ ในเมื่อไม่มีความไว้วางใจกันแล้ว นายโสภณ กล่าวว่า ได้ แต่มันไม่ราบรื่น
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลจะอยู่ครบวาระหรือไม่ รมว.คมนามคม กล่าวว่า เรื่องครบวาระหรือไม่นั้นตนไม่เดือดร้อนอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ระหว่างมีพรรคเพื่อแผ่นดินอยู่กับไม่มี อย่างไหนจะทำให้รัฐบาลมีเอกภาพมากกว่ากัน แกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตนไม่ทราบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคภูมิใจไทย จะมีข้อเสนอหรือไม่ในฐานะที่ทำงานร่วมกัน นายโสภณ กล่าวว่า เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นหัวหน้ารัฐบาล แต่ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยก็ต้องหารือกันอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วจะมองหน้ากันติดหรือ รมว.คมนาคม กล่าวพร้อมหัวเราะกล่าว่า มองหน้ากันติดแต่ต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อแผ่นดินมองว่า พรรคภูมิใจไทยเบี้ยวโครงการไหนก็ควรเอาหลักฐานมาชี้แจง ตรงนี้คือชนวนตัวหนึ่งชนวนตัวหนึ่งด้วยใช่หรือไม่ แกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ถ้าส.ส.ไปพูดอย่างนั้นส.ส.ก็ผิดรัฐธรรมนูญ โอเคพอแล้ว พูดไปเดี๋ยวก็ทะเลาะกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์ในเบื้องต้นของพรรคร่วมรัฐบาลควรทำตรงไหนก่อน นายโสภณ กล่าวว่า เคารพสิทธิหน้าที่ของคนอื่น นอกเหนือไปจากเคารพหน้าที่ของตัวเอง ให้เกียรติตนเองแล้วก็ต้องให้เกียรติคนอื่นเท่าๆกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่บอกว่าหลังจากนี้การทำงานจะไม่ราบรื่น แสดงว่าหลังจากนี้เสถียรภาพของรัฐบาลก็เปราะบาง รมว.คมนาคม กล่าวว่า ไม่เปราะบาง เสถียรภาพของรัฐบาลไม่ได้อยู่ที่คะแนน แต่อยู่ที่ประชาชนอุ้มชู ประชาชนเห็นด้วย อย่างคะแนนของตน ณ วันนี้ตนก็มั่นใจว่าไม่ได้ทำให้ประเทศชาติเสียหายและตนก็เชื่อว่าสิ่งที่ตนทำเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ไม่มีกระทรวงคมนาคมยุคไหนที่ข้าราชการจะให้ความร่วมมือผลักดันนโยบายได้มากเท่ายุคตน เป็นธรรมทุกอย่าง ให้เกียรติพรรคร่วมและส.ส.ฝ่ายรัฐบาลมาตลอด ส่วนกระทรวงก็ไท่เป็นปัญหากับส.ส.อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกระจายงบประมาณเป็นธรรมทุกอย่าง แต่คะแนนที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่พูดไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะพิจารณาตัวเองหรือไม่ แกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ไม่พิจารณา ให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาเอง เอาเป็นว่าถ้าคิดว่าตนทำงานช่วยประเทศชาติไม่ได้ ตนยินดีๆไปวันไหนไม่มีซีเรียสเดือดร้อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะให้นายกรัฐมนตรีตัดสินใจได้อย่างไร ในเมื่อปัญหาขณะนี้เป็นปัญหาของพรรคภูมิใจไทยกับเพื่อแผ่นดิน นายโสภณ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล ถ้าเปรียบเป็นครอบครัว นายกรัฐมนตรีก็เป็นหัวหน้าครอบครัว ก็ต้องดูแลคนในครอบครัวให้เรียบร้อย
ผู้สื่อข่าวถามว่า รับได้หรือไม่ถ้านายกรัฐมนตรี พิจารณาแล้วมีพรรคหนึ่งพรรคใดจะต้องไป รมว.คมนามคม กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่เราก็อยากทำงานร่วมกันทุกวันนี้เราลงเรือลำเดียวกันแล้ว ก็ต้องช่วยกันพายหน่อยแล้วกัน ถ้าช่วยกันพายก็ครบเทอม ถ้าไม่ช่วยกันพายก็ไปไม่รอด ก็ป็นแบบทะเลาะกันไป พายกันไปด้วย รั่วก็ช่วยกันอุด”
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ายังทะเลาะกันอยู่อย่าสงนี้ประชาชนจะพึ่งพาอะไรได้ แกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตนถึงได้บอกว่าถ้าคะแนนน้อย แล้วถูกปรับออกเพราะทำงานไม่ดีก็ยินดี เพราะอยู่แล้วทำให้ประชาชน ประเทสชาติเสียหายก็ไม่สมควรจะอยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีทราบเรื่องนี้หรือยัง นายโสภณ กล่าวว่า ทราบตั้งแต่รู้คะแนนแล้ว
ด้านนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า แม้ว่ารัฐมนตรีในส่วนของพรรคภูมิใจไทยจะได้รับคะแนนไว้วางใจน้อย แต่ก็ยังถือว่าเกินกึ่งหนึ่ง และถึงคะแนนจะน้อย ก็ไม่ได้หมายความว่ารัฐมนตรีไม่ทำงาน และเชื่อว่าไม่มีนัยยะทางการเมือง เพราะถือเป็นเอกสิทธิ์ของส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ เพราะเหรียญย่อมมี 2 ด้านเสมอ คนที่ชอบก็โหวตให้ ไม่ชอบก็ไม่โหวตให้ก็เท่านั้น ตนเชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่มีผลกระทบกับการร่วมรัฐบาล เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีเป็นหลัก และรัฐมนตรีทุกคนมีหน้าที่ทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย การที่พรรคร่วมโหวตสวนไม่ใช่ปัญหา เป็นเพียงความคิดเห็นที่เห็นต่างกันเท่านั้น เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจกับพรรคเพื่อแผ่นดินหรือไม่ นางพรทิวา กล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะไม่มีประเด็นอะไร ส่วนเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีนั้น ต้องมีการหารือกันก่อน ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยยังไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ เพราะรัฐมนตรีทุกคน สามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างเต็มที่ มีผลงาน และผลโหวตไม่มีผลกับการรับครม.



