
23 มี.ค. เก็บเงินค่าผ่านทางด่วนสายบางพลี-สุขสวัสดิ์
วันที่ 23 มีนาคมนี้ เริ่มเก็บเงินค่าผ่านทางด่วนสายบางพลี-สุขสวัสดิ์ พร้อมเปิดใช้รามอินทรา-วงแหวนรอบนอก และทางยกระดับด้านทิศใต้สุวรรณภูมิเชื่อมทางพิเศษบูรพาวิถี
นายสมชาย จารุเกษมรัตนะ รองผู้ว่าการฝ่ายปฏิบัติการ รักษาการผู้การการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 23 มีนาคม ที่จะถึงนี้ จะเป็นวันแรกที่เริ่มเก็บค่าผ่านทางของทางพิเศษสายบางพลี-สุขสวัสดิ์ และจะเริ่มเปิดให้บริการทางพิเศษสายรามอินทรา-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร การเปิดให้บริการทางยกระดับด้านทิศใต้สนามบินสุวรรณภูมิเชื่อมทางพิเศษบูรพาวิถี ซึ่งคาดว่าหลังจากเปิดการให้บริการแล้วจะสามารช่วยแบ่งเบาปัญหาการจราจรที่หนาแน่นอยู่ได้มากยิ่งขึ้น
แต่เดิมการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้เปิดให้บริการทางพิเศษฉลองรัชมาตั้งแต่ปี 2539 โดยมีจุดเริ่มต้นที่อาจณรงค์บริเวณจุดเชื่อมต่อกับทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ระบบทางด่วนขั้นที่ 1) ไปสิ้นสุดที่ถนนรามอินทรา บริเวณกิโลเมตรที่ 5.5 ระยะทาง 18.7 กิโลเมตร ปัจจุบันทางพิเศษฉลองรัชมีปริมาณจราจรกว่า 1 แสนเที่ยวต่อวัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการทางพิเศษฉลองรัชให้เกิดประโยชน์สูงสุด กทพ. จึงได้ขยายขอบข่ายทางพิเศษฉลองรัช บริเวณถนนรามอินทรา กิโลเมตรที่ 5.5 ไปเชื่อมต่อกับถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ฝั่งตะวันออก) หรือถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก โดยเมื่อเปิดให้บริการแล้วจะทำให้ทางพิเศษสายรามอินทรา-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร จะผนวกเป็นทางพิเศษสายเดียวกันกับทางพิเศษฉลองรัช มีระยะทางรวม 28.2 กิโลเมตร
โดยจะมีขนาด 6 ช่องจราจร มีแนวสายทางเริ่มต้นที่จุดเชื่อมต่อกับทางพิเศษฉลองรัช บริเวณถนนรามอินทรา กม.5.5 สายทางมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ข้ามถนนสุขาภิบาล 5 ไปสิ้นสุดที่ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร
บริเวณทิศใต้ของทางแยกต่างระดับลำลูกกา รวมระยะทาง 9.5 กม. ประกอบด้วย ทางแยกต่างระดับ 3 แห่ง ได้แก่ ทางแยกต่างระดับรามอินทรา ทางแยกต่างระดับ กม.11 และทางแยกต่างระดับวงแหวนรอบนอก
โดยมีด่านเก็บค่าผ่านทาง 4 แห่ง ได้แก่ ด่านรามอินทรา 1 (ขาออกจากเมือง) ด่านสุขาภิบาล 5-1 (ขาเข้าเมือง) ด่านสุขาภิบาล 5-2 (ขาออกเมือง) และด่านจตุโชติ (ขาเข้าเมือง)
ซึ่งทาง พิเศษฉลองรัช และทางพิเศษสายรามอินทรา-วงแหวนรอบนอก จะช่วยเสริมโครงข่ายเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเทพมหานคร ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นและเพิ่มเส้นทางการเดินทางไปสู่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นอีกหนึ่งเส้นทางเลือกในการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมาถึงนี้
ส่วนทางด้านเส้นทางยกระดับด้านทิศใต้สนามบินสุวรรณภูมิเชื่อมทางพิเศษบูรพาวิถี เป็นการช่วยส่งเสริมโครงข่ายเส้นทางคมนาคมของทางพิเศษบูรพาวิถี ให้สามารถรองรับปริมาณจราจรและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน นักท่องเที่ยว ในการเดินทางเข้า-ออก สนามบินสุวรรณภูมิด้านทิศใต้ และช่วยบรรเทาปัญหาจราจรแออัดของถนนบางนา-ตราดได้เป็นอย่างดี
โดยก่อสร้างเป็นทางยกระดับขนาด 8 ช่องจราจร จากทางพิเศษบูรพาวิถีบริเวณ กม.15 ของถนนบางนา-ตราด เข้าเชื่อมต่อกับถนนเข้าสู่อาคารผู้โดยสารของสนามบินสุวรรณภูมิด้านทิศใต้ มีทางขึ้น-ลง ได้แก่ ด่านเก็บค่าผ่านทาง จำนวน 2 ด่าน คือ ด่านสุวรรณภูมิ 1 และด่านสุวรรณภูมิ 2 ซึ่งทางเชื่อมต่อระยะทางประมาณ 1.6 กม.
อัตราค่าบริการ
ทางพิเศษสายรามอินทรา-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร เป็นส่วนต่อขยายการให้บริการของทางพิเศษฉลองรัช จึงได้กำหนดอัตราค่าผ่านทางพิเศษเป็นอัตราเดียวกันตลอดสาย (เพราะเป็นการผนวกรวมทางพิเศษสายรามอินทรา-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร และทางพิเศษฉลองรัชเข้าด้วยกัน) ดังนั้นทางพิเศษฉลองรัช และทางพิเศษสายรามอินทรา-วงแหวนรอบนอก จึงมีอัตราค่าผ่านทาง คือ
รถสี่ล้อ เก็บ 40 บาท
รถหก-สิบล้อ เก็บ 60 บาท
รถเกินสิบล้อ เก็บ 80 บาท ตลอดสาย
++ยกเว้นที่ด่านพระราม 9-2, ด่านลาดพร้าว, ด่านพระราม 9-1 (ฉลองรัช) ซึ่งมีส่วนลด 10 บาท จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2552
รถสี่ล้อ เก็บ 30 บาท
รถหก-สิบล้อ เก็บ 50 บาท
รถเกินสิบล้อ เก็บ 70 บาท
นอกจากนี้ ในด่านขาออกเมืองที่ด่านรามอินทรา 1 และด่านสุขาภิบาล 5-2 จะเก็บค่าผ่านทาง ...
รถสี่ล้อ เก็บ 20 บาท
รถหก-สิบล้อ เก็บ 30 บาท
รถเกินสิบล้อ เก็บ 40 บาท
เส้นทางยกระดับด้านทิศใต้สนามบินสุวรรณภูมิเชื่อมทางพิเศษบูรพาวิถี ทั้ง 2 ด่านจัดเก็บค่าผ่านทางในระบบปิด คือ เก็บเงินตามระยะทาง โดยชำระค่าผ่านทางที่ด่านทางออก ซึ่งอัตราค่าผ่านคือ
รถสี่ล้อ 20 กม.แรก เก็บ 20 บาท กม.ต่อไปเพิ่มกม.ละ 1.20 บาทต่อกม.
รถหก-สิบล้อ 20 กม.แรก เก็บ 45 บาท กม.ต่อไปเพิ่ม กม.ละ 2.40 บาท
รถสิบล้อขึ้นไป 20 กม.แรก เก็บ 70 บาท กม.ต่อไปเพิ่ม กม.ละ 3.60 บาท
การเก็บค่าผ่านทางของทางพิเศษสายบางพลี-สุขสวัสดิ์ จะจัดเก็บในระบบปิด คือ การเก็บเงินตามระยะทางที่รับบัตรคำนวณระยะทาง ที่ด่านทางเข้า จากนั้นคืนบัตรให้พนักงานเก็บเงินที่ด่านปลายทางคำนวณระยะทาง และตรวจสอบระยะทางที่ใช้ พร้อมชำระค่าผ่านทาง
รถสี่ล้อ เก็บแรกเข้า 20 บาท และ เก็บเพิ่มอีก 1 บาทต่อกิโลเมตร
รถหก-สิบล้อ เก็บ 40 บาท และ เก็บเพิ่มอีก 2 บาทต่อกิโลเมตร
รถเกินสิบล้อ เก็บ 60 บาท และเก็บเพิ่มอีก 3 บาทต่อกิโลเมตร



