
ปาบึ้ม!กาดหลวงเชียงใหม่ กระบะหวิดวอด
ปาระเบิดเพลิงป่วนกาดหลวงเชียงใหม่ วีโก้แม่ค้าที่จอดไว้หวิดวอด ชาวบ้านด่าระงมจวกซ้ำเติมเศรษฐกิจ
เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 1 มิถุนายน พลเมืองดีโทรศัพท์แจ้งไปยัง191ว่าเกิดระเบิดทำให้มีเพลิงลุกไหม้รถยนต์ ที่หน้าห้างวรวัฒน์ช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ ย่านตลาดวโรรส(กาดหลวง) อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังรับแจ้งจึงวิทยุประสานไปยังตำรวจสภ.เมืองเจ้าของพื้นที่ โดยมีร.ต.อ.เกริกชัย กิตติ ร้อยเวรสภ.เมืองรุดตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยพิสูจน์หลักฐาน ขณะที่มทบ.33 ค่ายกาวิละหลังทราบข่าวส่งสารวัตรหลายนายเข้าตรวจสอบร่วม
ที่เกิดเหตุบนถนนวิชยานนท์ ห่างจากจุดตั้งแผงขายของกาดหลวงกลางคืนไม่ถึง 20 เมตร ที่ด้านหน้าอาคารห้างวรวัฒน์ฯซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าท้องถิ่นขนาดกลางสูง 4 ชั้นซึ่งจำหน่ายเสื้อผ้าแต่ห้างปิดทำการแล้ว ชาวบ้านหลายคนเร่งช่วยกันนำน้ำมาดับเพลิงที่ลุกไหม้กองขยะบนฟุตบาทใต้เสาไฟฟ้า โดยมีรถยนต์ปิคอัพโตโยต้าวีโก้สีเขียว 1 คันจอดอยู่ติดกัน แต่เพลิงยังไม่ทันได้ลุกไหม้รถโชคดีที่เจ้าของซึ่งเป็นแม่ค้าที่ขายของทราบเรื่องได้วิ่งมาย้ายรถออกไปได้ทัน ใช้เวลาไม่นานไฟจึงได้ดับลง ทำให้ไม่ลุกลามตัวตึกบ้านเรือนและโรงพยาบาลเทศบาลนครเชียงใหม่ที่อยู่ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 10 เมตร
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบว่ากองเพลิงขยะดังกล่าวถูกไฟเผาไปไม่มาก นอกจากรอยไหม้ขยะแล้ว ตรวจสอบพบร่องรอยเศษขวดและฝาเครื่องดื่มชูกำลังเอ็มร้อยห้าสิบแตกกระจายอยู่โดยรอบและมีกลิ่นเหม็นน้ำมันก๊าด สอบปากคำนายมานะ หอทอง เจ้าหน้าที่ฝ่ายเก็บเงินค่าจอดรถเทศบาลนครเชียงใหม่และชาวบ้านที่อาศัยอยู่ย่านดังกล่าวหลายคนให้การตรงกันว่าช่วงเกิดเหตุมีเสียงดังสนั่นคล้ายกับหม้อแปลงระเบิดดังขึ้น 1 ครั้ง จากนั้นเมื่อออกมาดูก็พบว่ามีเพลิงลุกไหม้ชาวบ้านจึงตะโกนเรียกให้ช่วยกันดับพร้อมโทรแจ้งตำรวจเบื้องต้นคิดว่าเพลิงไหม้รถ ซึ่งเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของคนร้ายที่ขว้างระเบิดเพลิงเข้าใส่หน้าห้าง ซึ่งคาดว่าจะใช้ยานพาหนะเป็นรถจักรยานยนต์ผ่านมาก่อเหตุแล้วหลบหนีไปเพื่อต้องการป่วนเมือง แต่ไม่มีใครทันเห็นตัวผู้ก่อเหตุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะเกิดเหตุ เป็นช่วงที่ประชาชนกำลังออกมาจับจ่ายซื้อของกินของใช้ที่กาดหลวงที่เปิดในช่วงดึกกันอย่างคึกคัก ซึ่งชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในย่านดังกล่าวต่างพากันกร่นด่าผู้ก่อเหตุว่าไม่ควรที่จะเลือกมาก่อเหตุป่วนเมืองในย่านเศรษฐกิจสำคัญของเชียงใหม่และเชื่อว่าจะส่งผลเสียด้านลบต่อกิจการค้าขายและท่องเที่ยวของเชียงใหม่ในระยะยาวเป็นการซ้ำเติมให้เศรษฐกิจยิ่งย่ำแย่



