
คนใกล้ตัว...สังหารไฮโซสาวม่าย
ตำรวจบางกรวยพุ่งเป้าคนใกล้ตัวสังหารไฮโซสาวม่าย หลังจากตรวจสอบภาพวงจรปิดพบแผนประทุษกรรมสอดคล้องกับสภาพแวดล้อม ณ จุดเกิดเหตุ !?!
การฆาตกรรม "กุลิสรา ณ ลำปาง" อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/8 หมู่ 5 ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เสียชีวิตอยู่ในรถเก๋งโตโยต้า อัลติส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กฉ 1442 สระบุรี ริมทางคู่ขนานถนนนครินทร์ หมู่ 2 ต.บางสีทอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ระหว่างเวลา 14.00-16.00 น. วันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นคดีอุกฉกรรจ์และคนร้ายลงมืออย่างอุกอาจ เนื่องจากลงมือก่อเหตุช่วงกลางวันที่ผู้คนพลุกพล่าน และอยู่ห่างจากสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทยไปราว 150 เมตร
หลังเกิดเหตุนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายนายเดินทางไปตรวจสอบ จากการสอบถามผู้ที่สัญจรผ่านไปมาและคนในละแวกเกิดเหตุได้ความว่า พบเห็นรถเก๋งคันนี้จอดอยู่นานจนผิดสังเกต จึงแจ้งตำรวจมาตรวจสอบก็พบว่ามีคนถูกฆ่าเสียชีวิตอยู่ในรถ
สภาพศพของกุลิสราถูกยิงด้วยอาวุธปืน 9 มม.เข้าท้ายทอยซ้าย กระสุนทะลุโหนกแก้มขวา 1 นัด หัวกระสุนตกอยู่ใต้เบาะหน้า แต่ไม่พบปลอกกระสุนปืน ที่สำคัญทรัพย์สินของผู้ตายยังอยู่ครบ !
ชุดสืบสวน สภ.บางกรวยตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวจากคำให้การของพยานรายแรกที่เป็นคนใกล้ชิด ทราบว่าผู้ตายมีชื่อทั้งหมด 3 ชื่อ ได้แก่ "พัชรี จำทองดี" จากนั้นเปลี่ยนมาเป็น "สรวีย์กุลิสรา จำทองดี" สุดท้ายเปลี่ยนมาใช้ "กุลิสรา" เมื่อปี 2551 จนถึงปัจจุบัน เรียนจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต และได้แต่งงานกับ "อุกฤษฏ์ จำทองดี" มาหลายสิบปีจนมีลูกชายด้วยกัน 3 คน
ระหว่างอยู่กินกับสามีมักมีปากเสียงกันบ่อยครั้งและหย่าขาดจากกันได้ปีเศษ จากนั้นผู้ตายก็เข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ และได้รู้จักกับ "ปรีชา หรืออ้วน" (สงวนนามสกุล) ทำธุรกิจซื้อขายรถมือสองที่ผู้ตายเป็นคนลงทุนให้ ส่วนความขัดแย้งส่วนตัวไม่ทราบเพราะผู้ตายไม่เคยเล่าให้ฟัง
ด้าน "อุกฤษฏ์ จำทองดี" อดีตสามี ให้ข้อมูลว่า หย่าร้างกับผู้ตายมาได้ปีเศษแล้ว บุตรชาย 3 คน อายุ 9 ขวบ 6 ขวบ และ 4 ขวบ อาศัยอยู่กับเขา สาเหตุที่เลิกก็เพราะมีปัญหาทะเลาะกันบ่อยครั้ง แต่หลังจดทะเบียนหย่าที่ อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี แล้วก็ให้เงินผู้ตายไปจำนวนหนึ่ง เพราะไม่ได้มีสาเหตุโกรธเคืองกัน ผู้ตายยังคงไปมาหาสู่ลูกๆ เป็นประจำทุกสัปดาห์
"ครั้งหลังสุดตอน 6 โมงเย็น วันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา เมียเก่าเดินทางมารับลูกที่สระบุรีไปอยู่ที่บ้านนนทบุรี หลังแยกทางกันแล้วก็ไม่รู้ว่าไปอยู่กับใครบ้าง เพราะเขาไม่เคยเล่าให้ฟัง รู้แต่ว่าทำธุรกิจหลายอย่าง โดยวันที่ 3 มิถุนายนนี้ หากไม่เกิดเรื่อง ผู้ตายจะมารับลูกไปเที่ยวฮ่องกง เนื่องจากโรงเรียนนานาชาติที่ลูกๆ เรียนอยู่ปิดเทอม" อุกฤษฏ์ กล่าว
อย่างไรก็ดี มีคนใกล้ชิดอย่างน้อย 3 ปาก ระบุตรงกันว่าผู้ตายไม่เคยเล่าอะไรให้ฟังมากนัก รู้แค่ว่าขณะนี้กำลังคบหาอยู่กับนายอ้วน และทำธุรกิจด้วยกันหลายอย่าง ผู้ตายบอกว่านายอ้วนทำงานอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ ประมูลงานรถรับส่งพนักงานที่กระทรวง โดยมาเอาเงินไปงวดแรก 5 แสนบาท และสัปดาห์ที่แล้วก็เพิ่งเบิกไปอีก 1 ล้านบาท บอกว่าจะนำไปลงทุน
นายอ้วนเป็นคนมีนิสัยขี้ระแวง ขี้งอน และหึงหวง เนื่องจากผู้ตายเป็นคนหน้าตาดี ทำให้มีคนมาจีบหลายคน แต่ผู้ตายก็ไม่สนใจ ชอบชักชวนให้ลงทุนทำโน่นทำนี่ แม้แต่ทำค่ายมวย ซึ่งเป็นธุรกิจที่ผู้ตายไม่ถนัดและไม่เคยจับมาก่อน ก่อนจะถูกฆาตกรรมมีเรื่องทะเลาะกันอย่างรุนแรง และหลังเกิดเหตุมีญาติผู้ตายหลายคนพยายามโทรหานายอ้วนก็พบว่าปิดโทรศัพท์ไปแล้ว
วันที่ 1 มิถุนายน 2553 พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผบช.ภ.1 ได้เรียกประชุมฝ่ายสืบสวน สภ.บางกรวย นำโดย พ.ต.อ.สุธิโรจน์ วรรณปิติวัฒน์ ผกก.สภ.บางกรวย พ.ต.ท.จิระชัย เย็นทรวง รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ประหยัด ทัพไทย รอง ผกก.ป. พ.ต.ต.เทวินทร์ ชาญกล้า สว.สส. โดยสรุปแผนประทุษกรรมของคนร้ายว่าน่าจะเป็นคนใกล้ชิด
สาเหตุที่ชุดสืบสวนตั้งข้อสังเกตเช่นนี้มาจากสภาพแวดล้อมในจุดเกิดเหตุทำให้เชื่อได้เช่นนั้น...กุลิสราจอดรถอยู่ริมทางซ้ายในช่องคู่ขนาน ดึงเบรกมือ ระบบเกียร์อัตโนมัติอยู่ในตำแหน่งพี (P) ประตูรถไม่ได้ล็อก และเข็มขัดนิรภัยไม่ได้คาด มองได้ว่าผู้ตายน่าจะหยุดคุยโทรศัพท์ หรือจอดรออะไรบางอย่าง อาจจะเป็นคนรู้จักมักคุ้น หรือเพื่อจะทำอะไรสักอย่าง
"จอดรถติดเครื่องไว้ ดันคันเกียร์ไปอยู่ตำแหน่งจอด (P) แล้วปลดเข็มขัดนิรภัย เธอต้องรอหรือทำอะไรสักอย่างหนึ่งแน่นอน" ชุดสืบสวนให้ข้อคิด
ประกอบกับชุดสืบสวนได้ภาพวงจรปิดหน้าสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย สามารถบันทึกภาพผู้ตายขณะขับรถผ่าน แล้วมีรถแท็กซี่สีชมพูขับตามมา ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าสังเกตเพราะรถแท็กซี่ไม่น่าจะวิ่งในช่องคู่ขนาน น่าจะวิ่งเข้าช่องทางด่วน
สมมติฐานของตำรวจมีอยู่ว่า...ถ้าคนร้ายโดยสารมากับผู้ตาย แน่นอนว่าย่อมเป็นคนรู้จัก เมื่อลงมือจ่อยิงท้ายทอยเลือดน่าจะกระเซ็นติดตัวทำให้หลบหนีได้ยาก เมื่อคนร้ายไม่ได้มากับผู้ตายก็ต้องเดินทางมาเอง แต่ภาพที่ได้จากวงจรปิดไม่มีรถคันอื่นใดเลยยกเว้นรถแท็กซี่สีชมพูเท่านั้น
เมื่อคนร้ายลงจากแท็กซี่ผู้ตายอาจจะปลดล็อกให้ขึ้นรถ แต่คนร้ายเปิดประตูหลังฝั่งคนขับแล้วจ่อยิง 1 นัด กระสุนเข้าท้ายทอยทะลุโหนกแก้มไปโดนตัวถังรถแล้วกระเด็นตกมาอยู่ใต้เบาะหน้า ปิดประตูรถแล้วอาจจะขึ้นรถหรือขับแท็กซี่คันเดิมกลับไป
ขณะนี้ตำรวจกำลังติดตามตัวนายอ้วนและค้นหารถแท็กซี่สีชมพูต้องสงสัยมาสอบสวนว่า เกี่ยวข้องกับเหตุฆาตกรรมครั้งนี้หรือไม่ !?!



