ข่าว

วอร์รูมศอฉ.ติวเข้ม"นายกฯ-สุเทพ"เสิร์ฟข้อมูลร้อนๆโต้คลิปฝ่ายค้าน

วอร์รูมศอฉ.ติวเข้ม"นายกฯ-สุเทพ"เสิร์ฟข้อมูลร้อนๆโต้คลิปฝ่ายค้าน

02 มิ.ย. 2553

เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์กันมาก่อนว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม-1 มิถุนายน จะเป็น "สงครามคลิป" ที่ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลจะหยิบฉวยมาเป็นอาวุธฟาดฟันกันให้ตายกันไปข้างหนึ่ง

 อย่างไรก็ตาม หากติดตามการอภิปรายโดยตลอดจะพบว่า คลิปวิดีโอที่ฝ่ายค้ายหยิบมาอภิปรายส่วนใหญ่ล้วนแต่เคยปรากฏในสื่อและเว็บไซต์ต่างๆ มาแล้วทั้งสิ้น โดยเฉพาะคลิปเหตุการณ์ยิง 6 ศพที่วัดปทุมวนาราม

 นายวรรัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย จึงถูกฝ่ายรัฐบาลจับพิรุธ และตอกกลับอย่างเจ็บแสบว่า คลิปที่นำมาโชว์โดยอ้างว่าทหารอยู่บนรางรถไฟฟ้าเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ไม่สามารถยืนยันได้ว่า ทหารยิงประชาชนในวัดปทุมฯ จริง โดยตั้งข้อสังเกต 2 ข้อ คือ

 1.ไม่มีควันไฟจากตึกเซ็นทรัลเวิลด์อย่างที่นายวรวัจน์อ้าง และ 2.คำบรรยายของนักข่าวต่างประเทศที่ถ่ายคลิปนี้ได้ก็บรรยายเพียงว่า มีการยิงปะทะกันระหว่างทหารกับฝ่ายตรงข้าม แต่ไม่ได้ระบุว่า ทหารยิงใส่ประชาชนในวัดปทุมฯ

 นายวรวัจน์จึงอ้างว่า เดิมในคลิปตอนต้นมีควันไฟอยู่ แต่ไม่รู้ว่าหายไปได้อย่างไร ทำให้เกิดการประท้วงกันวุ่นวายระหว่างฝ่ายค้านกับรัฐบาลที่ข้องใจว่าถูกนายวรวัจน์กล่าวหาว่าตัดต่อเอาควันไฟออกไป

 ขณะที่ประเด็นเรื่องคำบรรยายนักข่าวที่คลาดเคลื่อน นายวรวัจน์ก็ไม่ได้อธิบายให้กระจ่างแต่อย่างใด

 การเตรียมประเด็นตอกกลับฝ่ายค้านอย่างแม่นยำเช่นนี้แสดงให้เห็นว่า รัฐบาล "เก็งข้อสอบถูก" ว่า ฝ่ายค้านจะหยิบคลิปไหนมาโจมตีรัฐบาลบ้าง

 เล่นเอานายวรวัจน์ ซึ่งเคยอภิปรายเรื่องคลิปเมื่อเดือนเมษายนปี 2552 มาก่อนถึงกับไปไม่เป็น และอึ้งไปชั่วขณะ!!

 ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ลุกขึ้นชี้แจงเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ได้อย่างมีน้ำมีเนื้อ โดยเฉพาะการเปิดคลิปหลายคลิปที่ยังไม่เคยปรากฏในวงกว้างมาก่อน

 ที่สร้างความฮือฮา คือ การเปิดคลิปเหตุการณ์ปะทะที่แยกคอกวัว และอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 10 เมษายน เพื่อไขปริศนา "ชายชุดดำ" ที่รัฐบาลอ้างว่ายิงทั้งปืนและเอ็ม 79 เข้าใส่ทหารและคนเสื้อแดง

 คลิปดังกล่าวจับเอาเหตุการณ์ใน 2 จุดหลักดังกล่าวมาบรรยายให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างการสั่งการของแกนนำบางคนบนเวทีสะพานผ่านฟ้าลีลาศ กับชายชุดดำ และกลุ่มฮาร์ดคอร์ที่ใช้อาวุธ

 มีการเผยแพร่เสียงการตะโกนสั่งการให้ใช้กำลังกับทหาร เสียงตะโกนห้ามไม่ให้ปาระเบิด หรือใช้อาวุธใส่ทหาร เพราะอาจพลาดถูกพวกเดียวกันที่อยู่แนวหน้า

 ที่สำคัญ มีการเผยแพร่ภาพชายชุดดำที่ผลุบๆ โผล่ๆ หลังแนวผู้ชุมนุม และบทสัมภาษณ์ผู้ชุมนุม 2 คนที่ระบุว่า ถูกทหารยิงใส่จริง แต่เป็นแค่ "กระสุนแบลงก์" หรือกระสุนหัวกระดาษ ส่วนคนที่ยิงอาวุธจริงเข้าใส่คือชายชุดดำที่ซุ่มอยู่บนตึกสูง

 ยังมีคลิปที่แสดงให้เห็นถึงการรุมทำร้ายทหารที่บาดเจ็บ และจุดไฟเผารถที่บรรทุกทหารไปส่งโรงพยาบาล แต่ถูกชาวบ้านตะโกนห้าม และช่วยกันออกจากการถูกรุมทำร้ายไว้ด้วย

 ในจำนวนนี้บางส่วนเป็นคลิป "สด-ใหม่" ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ซึ่งช่วยเพิ่มแต้มต่อให้ฝ่ายรัฐบาลได้ไม่น้อย ขณะที่ฝ่ายค้านหยิบแต่คลิปหรือภาพนิ่งที่เคยนำเสนอมาแล้วมาฉายซ้ำ จึงถูกฝ่ายรัฐบาลจับไต๋ได้ทุกประเด็น

 ความสำเร็จของฝ่ายรัฐบาลในครั้งนี้ คงต้องยกความดีความชอบให้ฝ่ายข้อมูลของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)
 ก่อนการอภิปราย 1 วัน คือ วันที่ 30 พฤษภาคม นายอภิสิทธิ์ และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้เดินทางไปที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการแห่งใหม่ของ ศอฉ.

 จุดประสงค์หลักก็เพื่อไป "ติวเข้ม" ข้อมูลการสลายการชุมนุม และคลิปชายชุดดำที่ทหารกักตุนเอาไว้เพียบ !!

 กองทัพได้เตรียมข้อมูลทั้งเอกสารและคลิปที่คัดมาจากผู้สื่อข่าวทั้งไทยและต่างประเทศ รวมทั้งข้อมูลปฏิบัติการต่างๆ ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา โดยละเอียด เพื่อให้ข้อมูลมีความลึกและรอบด้านมากที่สุด

 มีรายงานว่า นายกฯ พอใจในข้อมูล และคำชี้แจงจาก ศอฉ.มากถึงกับออกปากชม ก่อนจะเดินทางกลับหลังใช้เวลาประชุมนานถึง 4 ชั่วโมง ส่วนนายสุเทพได้อยู่ติวเข้มข้อมูลต่อจนถึงค่ำ เพราะคาดว่า ตัวเองจะถูกอภิปรายพาดพิงมากที่สุด

 นอกจากนี้ยังสั่งการให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา จัดทำข้อมูลประกอบการชี้แจงในรูปแบบวีซีดีและดีวีดี โดยมี พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสนาธิการทหารบก ซึ่งเป็นหนึ่งในคีย์แมนสำคัญในยุทธการกระชับวงล้อมเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม เป็นผู้ตรวจทานข้อมูลโดยละเอียดด้วย

 โดยมีการจัดตั้ง "วอร์รูม" คอยติดตามการอภิปรายอย่างใกล้ชิดที่ ศอฉ. เพื่อจัดเตรียมข้อมูลเพิ่มเติมในกรณีที่นายกฯ และนายสุเทพต้องการข้อมูลเร่งด่วนเพื่อชี้แจงข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน

 ส่วนทีมประสานข้อมูลคือ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมี พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. คอยช่วยอีกแรง

 ด้วยข้อมูลที่ผ่านการกลั่นกรองของนายทหารระดับ เสธ.ทั้งกองทัพที่ขลุกอยู่กับข้อมูลวงในในการรับศึกเสื้อแดงมาตลอด 2 เดือน จึงทำให้คลิปและข้อมูลของนายกฯ และนายสุเทพ จึงค่อนข้าง "เคลียร์" และ "สด-ใหม่" ชนิดที่อีกฝ่ายก็คาดไม่ถึง

ทีมข่าวความมั่นคง