
เสียงสะท้อนจากชาวบ้านรอบสุวรรณภูมิ (ตอนที่ 9) ไม่รับเงิน แต่อยากได้บ้านใหม่
การชดเชยให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสนามบินสุวรรณภูมิของบริษัท การท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ยืดเยื้อมากว่า 3 ปี ล่าสุด วันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา ทอท.ประเมินราคาในการรับซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบในแนวเส้นเสียงเอ็นอีเ
คุณต่าย เม้ยนรทา ตัวแทนชุมชนศิลาภิรัตน์อุปถัมภ์ เปิดเผยกับทีมงานคุณภาพชีวิต ว่า ชุมชนศิลาภิรัตน์อุปถัมภ์อยู่ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิ 2 กิโลเมตร เป็นชุมชนติดถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์สายกรุงเทพฯ-ชลบุรีสายใหม่ ผลกระทบด้านเสียงถูกกำหนดเป็น 2 ส่วน คือ อยู่แนวเส้นเสียงเอ็นอีเอฟ มากกว่า 40 ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง และอีกส่วนอยู่ในแนวเส้นเสียง เอ็นอีเอฟ 30-40
"บ้านพี่อยู่ในเส้นเสียง เอ็นอีเอฟ มากกว่า 40 และอยู่ในแนวร่องเสียงของเครื่องบิน เวลาเครื่องบินขึ้น-ลงก็จะบินเป็นแนวเดียว ผ่านหลังคาบ้านพอดี ตรงนี้อยู่ใกล้สนามบินมาก ช่วงที่เครื่องบินกำลังร่อนลงจะบินต่ำมาก เฉียดหลังคาบ้าน เรียกว่ามองเห็นนอตเครื่องบินกันเลย ก่อนหน้านี้ ทอท.เข้ามาประเมินราคาเพื่อรับซื้อ แต่ให้ราคาต่ำมาก ต่ำกว่าราคาตลาดด้วย ทำให้พี่และชาวบ้านรับไม่ได้ เพราะให้ราคาต่ำอย่างนั้น แล้วต้องไปหาที่อยู่ใหม่ก็ต้องเป็นหนี้เป็นสินอีก เพราะราคาเท่านั้นจะไปซื้อใหม่ในแบบที่พี่อยู่ปัจจุบันนี้ไม่ได้จริงๆ"
คุณต่ายกล่าวอีกว่า อยู่ที่นี่ตั้งแต่ปี 2529 ก่อนที่ถนนมอเตอร์เวย์จะสร้างเสียอีก นอกจากที่นี่จะเป็นบ้านแล้ว ยังเป็นที่สร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวด้วย เพราะเปิดเป็นร้านขายของชำ-อาหารตามสั่ง ใจจริงอยากย้าย เนื่องจากไม่อยากทนอยู่ในสภาพแบบนี้ แต่ก่อนย้ายก็ต้องคิดก่อนว่าจะไปกินอะไร เงินที่ได้แค่นี้ ถ้าไปหาที่อยู่ใหม่ก็ต้องเป็นหนี้อีก แล้วเรื่องที่จะต้องเริ่มอาชีพใหม่อีก ทั้งที่ในความเป็นจริงก็อยู่มาดีๆ พอสนามบินมาก็ทำให้เดือดร้อนแล้วยังไม่เห็นใจชาวบ้านอีก
"ชาวบ้านหลายคนบอกว่า ที่ไม่ย้ายไม่ใช่เพราะอยากได้เงินมากๆ ซึ่ง ทอท.ก็ว่า ต้องการเรียกร้องเงิน แต่ที่ชาวบ้านบอกว่าไม่รับเงินที่ให้มา แต่ขอให้หาบ้านใหม่ หาที่อยู่ใหม่ให้ ซึ่งต้องอยู่ในระดับเดียวกับที่เคยอยู่กันอย่างทุกวันนี้ ทาง ทอท.ก็ปฏิเสธ และยอมรับว่า ราคาที่ ทอท.เสนอมาซื้อแบบนี้ให้ใหม่ไม่ได้" คุณต่ายกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด



