ข่าว

สองมือล้วงกระเป๋าสองเท้าช็อปช่วยชาติ

สองมือล้วงกระเป๋าสองเท้าช็อปช่วยชาติ

01 มิ.ย. 2553

เมื่อเปลวเพลิงเผาผลาญร้านค้าและสินค้าของผู้ประกอบการย่านสยามสแควร์ ห้างเซน และห้างเซ็นเตอร์วัน ไปแบบที่ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ บางรายถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัว ในขณะที่บางรายต้องอุ้มชูหนี้แบบไม่ทันตั้งตัว

หลายแห่งเล็งเห็นความเดือดร้อนของผู้ประกอบการเหล่านั้น จึงเปิดพื้นที่ขายให้ฟรีแบบไม่มีหมกเม็ด เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเสียหายให้แก่พ่อค้าแม่ค้าในเบื้องต้น...

 ว่าแต่...เมื่อมีสินค้าถูกและดีมาวางจำหน่ายในสถานที่ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้าเยี่ยงนี้ เหล่าเซเลบริตี้จะมีโอกาสได้ไปช็อปช่วยชาติมากน้อยแค่ไหนกันนะ...

 เปิดฉากกันด้วย "นิกกี้" ณัฐติมา อินทรปาน พิธีกรสาวมั่น เผยว่า วันก่อนผ่านไปแถวสยาม ตั้งใจจะไปดูจุดเกิดเหตุเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พอดีตรงกับวันที่มีจัดพื้นที่ขายของ เห็นวัยรุ่นไปช็อปกันเยอะมาก แต่ด้วยความที่ไม่ชอบเบียดกับคนมากๆ บวกกับไม่ชอบต่อคิวนานขณะรอจ่ายเงิน จึงไม่ได้เข้าไปร่วมจับจ่าย แต่ถึงกระนั้นเมื่อได้เห็นการเปิดพื้นที่ช็อปปิ้งแบบนี้ก็รู้สึกดี ผู้ประกอบการก็พยายามหาสถานที่ระบายของให้แก่ผู้ค้ารายย่อย ก็นับเป็นการช่วยเหลือกันอีกทางหนึ่ง เพราะจังหวะนี้เป็นเวลาที่ทุกฝ่ายควรต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ช่วงเวลาแบบนี้เองทำให้เรารู้ว่าคนไทยไม่ทอดทิ้งกัน

 ช่างผมมือหนึ่งของเมืองไทย "แดง" สมศักดิ์ ชลาชล ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า ตอนนี้หลายจุดในกรุงเทพฯ มีการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการนำสินค้ามาจำหน่ายในราคาถูก ก็นับเป็นการดีทั้งฝ่ายเจ้าของพื้นที่เองก็จะได้ซีเอสอาร์ (CSR) และยังเป็นการช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยาก ซึ่งแรกๆ ก็รู้สึกตื่นเต้น แต่ตอนนี้ก็เริ่มมีมากขึ้นจนกลายเป็นเทรนด์ไปแล้ว และสักพักอาจกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปก็ได้

 "พี่ว่าการช่วยเหลือด้วยวิธีนี้ก็เป็นเรื่องที่ดี วันก่อนพี่ก็ไปเดินที่เปิดขายในซอยทองหล่อ แต่วันนั้นเป็นการไปให้กำลังใจคนขายมากกว่า ไม่ได้สินค้าอะไรติดกลับมาเลย คนเยอะมากๆ ตอนนี้ทุกคนมองไปที่ผู้เสียหาย จึงมีการเปิดพื้นที่แบบนี้หลายแห่ง แต่กลับไม่ได้มองว่าตอนนี้คนกรุงยังไม่มีอารมณ์ที่อยากจะช็อป ที่เรียกว่าบรรยากาศไม่ให้ อะไรทำนองนั้น ในขณะที่ยังมีอีกหลายคนที่มีน้ำใจไปช่วยกันจับจ่ายใช้สอย แต่สินค้าบางอย่างที่นำมาขาย อย่างพวกเสื้อผ้า ถ้าเป็นพวกแฟชั่นนิสต้าจะรู้เลยว่าเป็นของเก่าที่เอาท์หมดเลย เพราะตอนนี้คนก็ไม่มีกำลังใจจะทำอะไรใหม่ๆ มีแต่เอาของเก่าออกมาระบายขายให้หมดเท่านั้น" มือกรรไกรรุ่นเก๋า กล่าว

 ขณะที่ "เสริม" ไกรเสริม โตทับเที่ยง ผู้บริหารยังหนุ่ม เล่าว่า วันที่ถนนสีลมเริ่มเปิดพื้นที่วันแรก บังเอิญควงศรีภรรยาไปกินข้าวแถวนั้นพอดี เห็นว่าคนเยอะมากๆ จึงถือโอกาสแวะเข้าไปดูบ้าง เห็นมีสินค้ามาวางจำหน่ายมากมายราคาก็ไม่แพง ส่วนตัวก็ไม่ได้ตั้งใจซื้ออะไร แต่ภรรยาได้เสื้อผ้ากลับมานิดหน่อย การเปิดพื้นที่แบบนี้โดยส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา คือเป็นอีเวนท์หนึ่งที่เปิดโอกาสให้นำสินค้าออกมาขาย ซึ่งอาจจะช่วยผู้ประกอบการได้บ้าง แต่ก็คงแค่นิดหน่อยเท่านั้น เพราะมันไม่ใช่ทางแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

 ฟากพิธีกรและเซเลบริตี้สาว "เปิ้ล" จริยดี ธรรมวิทย์ กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมางานค่อนข้างยุ่ง จึงยังไม่มีเวลาออกไปช็อปปิ้งที่ไหนเลย แต่หลังจากนี้หากมีเวลาว่างก็ตั้งใจจะไปเดินแถวทองหล่อเหมือนกัน การที่หลายหน่วยงานออกมาเปิดพื้นที่ช่วยเหลือกันแบบนี้ก็เป็นการดี เพราะจากเหตุการณ์ความวุ่นวายที่ผ่านมาทำให้คนไทยห่างหายจากการช็อปปิ้งไปนาน การจัดงานประเภทนี้นอกจากจะให้คนไทยได้ออกมาจับจ่ายใช้สอยแล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการทั้งผู้ค้าปลีกและค้าส่ง ให้ได้มีสถานที่ระบายสินค้าอีกด้วย

 เซเลบริตี้คนสวย "กิฟท์" สรัญทร เตชะไพบูลย์ กล่าวว่า วันก่อนไปเดินแถวสีลม ตั้งใจจะไปช่วยอุดหนุนสินค้าของผู้ประกอบการที่เดือดร้อน แต่คนเยอะมาก เดินไม่ไหว สินค้าก็ยังไม่ค่อยถูกใจนัก สุดท้ายก็เลยไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันกลับบ้านเลย วันนี้เลยคิดว่าจะเปลี่ยนไปย่านทองหล่อดูบ้าง เพื่อนๆ บอกมาว่ามีสินค้าแบรนด์ที่เคยซื้อใส่ ที่จริงยังไม่ได้ตั้งใจว่าจะซื้ออะไร แต่ถ้าเจอของถูกใจ ก็คงได้ติดมือกลับบ้านบ้าง

 "หลายๆ คนบอกว่าแถวทองหล่อรถติดมาก คนคงไปดูของกันเยอะ แต่กิฟท์ก็เตรียมรับมือไว้แล้วทั้งหมวกทั้งพัดลมแบบพกพามีพร้อม อยากไปช่วยอุดหนุนสินค้าจากผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวันที่ 19 พฤษภาคม จริงๆ กิฟท์รู้สึกดีนะที่มีการจัดงานแบบนี้ มันเป็นอะไรที่คนบางกลุ่มต้องมาเป็นแพะรับบาป ธุรกิจเสียหาย อย่างน้อยการจัดงานแบบนี้ขึ้นก็ทำให้พวกเขาได้ระบายสินค้าที่มีอยู่ออกมา เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจในประเทศเราหมุนเวียนมากขึ้น ซึ่งถือเป็นการช่วยชาติอีกทางหนึ่งด้วย" สาวกิฟท์ กล่าว

 ส่วน "ชาย" อานันทวีป ชยางกูร ณ อยุธยา ยอมรับว่าการเปิดพื้นที่ฟรีเหล่านี้เป็นการช่วยเหลือผู้เดือดร้อนได้พอสมควร อย่างน้อยก็ทำให้ผู้ประกอบการเหล่านั้นพอจะมีรายได้เพื่อนำไปเป็นทุนในอนาคต ดังนั้นการซื้อสินค้าจากพวกเขายังเป็นการช่วยเหลือพวกเขาอีกทางหนึ่ง ส่วนตัวแม้จะยังไม่มีโอกาสไปอุดหนุนสินค้าเนื่องจากติดพันกับงานที่ทำ แต่ยืนยันว่าถึงอย่างไรจะต้องหาเวลาไปอุดหนุนสินค้าของผู้ประกอบการเหล่านั้นอย่างแน่นอน

 สาวปากแดง "ดวง" วรรณพร โปษยานนท์ ที่ต้องสูญเสียสินค้าที่วางขายอยู่ภายในห้างเซนไปร่วม 7 แสนบาท แต่ได้รับการช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ใจดีให้นำสินค้าไปขายที่อารีน่าทองหล่อ 10 เธอยอมรับว่า เป็นคอนเซ็ปต์ที่ดีที่จะทำให้คนไทยหันมาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ขณะที่รัฐบาลเองก็ช่วยเหลือผู้ประกอบการที่เดือดร้อน ถือเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ประกอบการได้เป็นอย่างมาก แม้รายได้ที่ได้รับมาตอนนี้จะไม่เท่ากับสิ่งที่สูญเสียไป แต่พอจะเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนก้าวต่อไปข้างหน้า ถึงจะรู้สึกเหนื่อยขึ้นกว่าเดิมแต่เธอก็พร้อมสู้ต่อไป และอยากจะให้มีการขยายเวลาจำหน่ายสินค้าแบบนี้ต่อไปด้วย

 ปิดท้ายด้วย "ไข่มุก" ชุติมา ดุรงค์เดช อดีตมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ที่ควงแขนคุณแม่สุดที่รักไปช็อปปิ้งเสื้อผ้าที่เธอชื่นชอบ เล่าว่า ปกติเป็นคนชอบซื้อเสื้อผ้าอยู่แล้ว แต่การซื้อเสื้อผ้าจากผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนจากร้านถูกเพลิงไหม้นั้น ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะไปช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน ส่วนตัวคิดว่าการที่เจ้าของพื้นที่เปิดให้ขายของโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายอะไรนั้น ถือเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนได้เป็นอย่างมาก นับเป็นความใจบุญของ ตัน ภาสกรนที ที่มอบพื้นที่ในส่วนนี้ให้ จึงขออนุโมทนาบุญให้แก่เขา และทุกคนที่ช่วยกันประชาสัมพันธ์การจำหน่ายสินค้าในส่วนนี้ไปพร้อมๆ กันด้วย