ข่าว

พท.เตรียมทัวร์จัดกิจกรรมนำข้อมูล-คลิปแจงปชช.

พท.เตรียมทัวร์จัดกิจกรรมนำข้อมูล-คลิปแจงปชช.

01 มิ.ย. 2553

“เลขาฯเพื่อไทย” เผย เตรียมเดินสาย จัดกิจกรรม พร้อมนำข้อมูล-ภาพ ที่ใช้ในการอภิปรายแจงปชช. อธิการนิด้าชี้หลังซักฟอกช่วยปชช.ตาสว่างตัดสินใจเลือกนักการเมือง "การุณ โหสกุล" เข้ามอบตัว ดีเอสไอ ปฏิเสธข้อหาก่อการร้าย ขอเวลา 30 วัน ส่งหลักฐานสู้คดี บีทีเอสสูญ100

 (1มิ.ย.) น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากเสร็จสิ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พรรคเพื่อไทย จะจัดกิจกรรม “เพื่อไทยพบปะชาชน” โดยจะมีทีมส.ส.ลงพื้นที่ไปตามจังหวัดต่างๆ เพื่อพบประชาชน เปิดสาขาพรรค แนะนำว่าที่ผู้สมัครของพรรค นอกจากนี้จะนำข้อมูลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมทั้งภาพที่ไม่ได้รับการนำเสนออย่างเต็มที่ไปชี้แจงต่อประชาชนในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสานโดยจะมีการแจกซีดีและเปิดเวทีชี้แจงโดยส.ส.ของพรรค ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวทางพรรคได้เตรียมการไว้ก่อนที่จะมีการอภิปรายแล้ว ส่วนจะเดินทางลงพื้นที่เมื่อใดและจังหวัดไหนบ้างนั้นจะหารือกันอีกครั้ง แต่คาดว่าคงหลังจากยกเลิกประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

 ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย เตรียมจัดนิทรรศการเสนอภาพ คลิป รวมทั้งข้อมูลที่ใช้ในการอภิปราย ภายในที่ทำการของพรรค เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามารับทราบข้อมูล ส่วนการเดินสายลงพื้นที่จะหารือในพรรคก่อน ทั้งนี้การอภิปรายฯพรรคได้ทำโพลสำรวจความคิดเห็น ซึ่งพบว่ากระแสตอบรับค่อนข้างดีตรงข้ามกับที่มีเสียงวิจารณ์ว่าพรรคเพื่อไทยอภิปรายได้ไม่ชัดเจน

อธิการนิด้าชี้หลังซักฟอกช่วยปชช.ตาสว่าง

 นายสมบัติ ธำรงธัญวงษ์ อธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันแรกว่า ตนเห็นว่าฝ่ายค้านอภิปรายฯ เน้นไปที่การสลายการชุมนุมและอภิปรายฯเพื่อปกป้อง นปช.มากกว่า การแก้ปัญหาให้ประชาชน และเนื้อหาการอภิปรายก็เป็นข้อมูลที่เคยปรากฏเป็นข่าวมากแล้ว ส่วนรัฐบาลนั้นดูแล้วเป็นชี้แจงเพื่อปกป้องตัวเองและตอบโต้ข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านเท่านั้น

 อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าการอภิปรายครั้งนี้ เป็นข้อดีทำให้ประชาชนได้รับฟังข้อมูลจากทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อนำไปประกอบการพิจารณากับข้อมูลข่าวสารที่เคยปรากฏก่อนหน้านี้และที่ปรากฏในตอนหลัง ซึ่งมีมุมมองต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย และยังช่วยให้คนกลางที่ไม่อยู่ฝ่ายใด สามารถนำภาพข่าวที่เกิดขึ้นเสนอผ่านช่องทางต่างๆ ได้ แต่จะต้องดูให้ครบถ้วนและต่อเนื่องจึงจะเป็นภาพที่มีคุณภาพและสมบูรณ์ ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนใช้ดุลพินิจตัดสินใจได้ว่าควรเชื่อข้อมูลใคร และควรหรือไม่ควรสนับสนุนนักการเมืองคนไหน

 นายสมบัติ กล่าวอีกว่า ส่วนการปรองดองนั้น ตนมองว่าฝ่ายค้านเองก็ไม่คิดจะปรองดองกับรัฐบาล เพราะฝ่ายค้านให้การสนับสนุนการชุมนุมของ นปช.ตั้งแต่ต้น จนนำไปสู่ความเสียหาย และเกิดเหตุเผาบ้านเผาเมืองเกิดขึ้น ทั้งที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังจะฟื้นตัว แต่กลับมาเกิดปัญหาดังกล่าว

"การุณ"ชิงมอบตัวดีเอสไอสู้คดีก่อการร้าย

 เมื่อเวลา 15.00 น.นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าพบพ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง พนักงานสอบสวนคดีก่อการ้าย เพื่อมอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหาคดีก่อการร้าย เนื่องจากพนักงานอัยการคดีพิเศษ เห็นชอบตามความเห็นของ ดีเอสไอ ในการยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายล็อต 3 ซึ่งศาลอาญานัดไต่สวนคำร้องในวันที่ 2 มิ.ย. นี้ โดยนายการุณเป็น1 ใน20 รายชื่อที่จะถูกขอออกหมายจับ จึงแสดงตนเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อยืนยันว่าพร้อมให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและจะมาพบพนักงานสอบสวนตามนัดหมาย

 นายการุณ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบพนักงานสอบสวนกว่า 2 ชั่วโมงว่า ตนได้เข้ามอบตัวรับทราบข้อกล่าวหาคดีก่อการร้ายจาก ดีเอสไอ และยืนยันว่าจะปฏิบัติตามกรอบของกฎหมายและระเบียบของทางราชการ ในส่วนของคดีความนั้นตนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอเวลา 30 วันในการรวบรวมพยานบุคคล พยานเอกสาร เทปบันทึกภาพและเสียง เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการต่อสู้คดี โดยจะพยายามนำหลักฐานมากที่สุดมาส่งมอบให้พนักงานสอบสวน เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี

 นายการุณ กล่าวอีกว่า พนักงานสอบสวนใช้เวลาซักถามและสอบปากคำเป็นเวลานาน เนื่องจากได้สอบถามถึงเหตุการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดงตั้งแต่ปี 2552 เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงว่าตนเข้าไปเกี่ยวข้องหรือทำสิ่งใดเพื่อเป็นการสนับสนุนความผิดทางอาญาหรือไม่ ส่วนเรื่องการขอเพิกถอนเอกสิทธิ์คุ้มครอง ส.ส.ของตนนั้น ขอให้เป็นดุลพินิจของสภาผู้แทนราษฎร โดยไม่มีข้อขัดข้องและขัดขืนใดๆ

 ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ติดต่อหรือทราบที่อยู่ของนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง หรือไม่ นายกรุณ กล่าวว่า ไม่รู้

บีทีเอสสูญ100ล้านจากม็อบแดงจ้องขอรัฐเยียวยา

 นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอสซี ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองจนต้องหยุดวิ่งให้บริการไประยะหนึ่ง ล่าสุดนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา ผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ บริษัท บีทีเอส ได้นำเรื่องความเสียหายดังกล่าวรายงานกับ กทม. โดยเบื้องต้นความเสียหายทางด้านทรัพย์สินนั้น ทางบริษัทเตรียมรวบรวมข้อมูล และหลักฐานฟ้องร้องกับผู้ดำเนินการ

 นายธีระชน กล่าวว่า สำหรับรายได้ของ บีทีเอส ที่ได้รับผลกระทบนั้น ตามรายงานเบื้องต้น ปิดให้บริการไปทั้งหมด 26 ครั้ง ซึ่งถือว่าผิดสัญญาสัมปทาน ที่กำหนดให้เปิดเดินรถตั้งแต่ 06.00-24.00 น. แต่เหตุที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย และทางคณะผู้บริหารกทม. มีมติเห็นชอบให้ผ่อนปรนเรื่องดังกล่าว ส่วนความเสียหายด้านรายได้นั้น คิดเป็นค่าเสียหายวันละ 12 ล้านบาท ส่วนสถิติรายได้พบว่า ตั้งแต่เดือนม.ค.-มี.ค. ยอดรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 แต่ช่วงเดือนเม.ย.รายได้ลดลงประมาณร้อยละ 9 เมื่อเทียบระหว่างเดือนม.ค.-มี.ค. กับเดือนเม.ย.แล้ว พบว่ารายได้ลดลงถึงร้อยละ 20 และในเดือนพ.ค. รายได้ลดลงเกือบร้อยละ 50 เบื้องต้นทราบว่าทางบริษัทบีทีเอสซีเตรียมส่งเรื่องของบประมาณจากรัฐบาลเพื่อช่วยเยียวยามากกว่า 100 ล้านบาท

 นายธีระชน กล่าวอีกว่า สำหรับรายได้ของรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีลม (ตากสิน-วงเวียนใหญ่) ระยะทาง 2.2 กิโลเมตรนั้น พบว่าเสียหายเพียง 4-5 ล้านบาท ซึ่งถือว่าไม่สร้างผลกระทบใดๆ กับรายได้ที่ต้องส่งมอบให้กับกทม. ทั้งนี้รถไฟฟ้าบีทีเอส ส่วนต่อขยายสายสีลม (ตากสิน-วงเวียนใหญ่) ได้ครบรอบ 1 ปีที่ได้เปิดเดินรถแล้ว พบว่ายอดรายได้เป็นไปตามเป้า คือ ในปีแรกยอดรายได้อยู่ที่ 100 ล้านบาท