ข่าว

แก้วใบใหม่

แก้วใบใหม่

02 มิ.ย. 2553

มีผู้ปรารภกับผมด้วยความห่วงใยว่า เมืองไทยและคนไทยนับแต่นี้ไปคงยากที่จะเหมือนเดิมแล้ว ซึ่งสิ่งที่จะไม่เหมือนเดิมนั้น ในส่วนของประเทศไทย คือความสงบร่มเย็น เสถียรภาพและความมั่นคง รวมไปถึงพื้นที่และอาณาเขต

 ส่วนในส่วนของคนไทย ก็คือลักษณะนิสัยประจำชาติ ความรักสามัคคี และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน พูดอย่างตรงไปตรงมาก็คือ หลายคนไม่คิดว่าเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 จะจบลงเพียงแค่นี้ แต่น่าจะเป็นแค่การเริ่มต้นของความวุ่นวาย ความรุนแรงและการเปลี่ยนแปลงในบ้านเมือง และหลายคนก็กลัวว่าคนไทยอาจจะต้องรบราฆ่าฟันกันเอง จนนำไปสู่การแบ่งแยกดินแดนหรือเขตปกครอง

 ผมคิดว่าเรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องที่สร้างความวิตกกังวลแก่คนไทยที่รักชาติโดยทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ซึ่งไม่มีใครเคยเห็นหรือแม้แต่จะเคยคิดว่าจะได้เห็นมาก่อน ทั้งการยิงถล่มอาคารด้วยอาวุธสงคราม การลอบสังหาร การฆาตกรรม การวางเพลิง และการก่อการจลาจล ฯ ซึ่งทำให้เกิดความไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์ทำนองนี้จะกลับมาเกิดขึ้นใหม่เมื่อไหร่ และจะมีความร้ายแรงกว่าเดิมขนาดไหน

 อย่างไรก็ตามในการศึกสงครามนั้น ความกลัวคืออาวุธที่ทรงพลังมากที่สุดอย่างหนึ่ง เมื่อใดก็ตามที่สามารถทำให้คู่ต่อสู้เกิดความรู้สึกหวาดกลัวได้แล้ว ก็เท่ากับได้ชัยชนะมากกว่าครึ่ง ดังจะเห็นได้จากพฤติกรรมอันโหดร้ายของนักรบมองโกล และเติร์กในอดีต ที่ทำให้ชาวเมืองต่างๆ ที่ถูกกองทัพเหล่านั้นยกไปรบ ไม่กล้าจะต่อกรด้วยและเลือกที่จะยอมตกเป็นเมืองขึ้นแต่โดยดี ซึ่งคนกรุงเทพฯ คงจะต้องถามตัวเองว่า ตอนนี้เราถูกทำให้ตกอยู่ในสภาพเดียวกับชาวเมืองต่างๆ ในยุคมองโกลและเติร์กหรือเปล่า?

 เครื่องมือที่ใช้ในการรุกรบที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองเรื่อยมาจนถึงสมัยสงครามเย็น ก็คือการโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งเราคงต้องยอมรับว่า นปช.และคนเสื้อแดงใช้กลยุทธ์ในการปิดล้อมกลุ่มของตนให้ตกอยู่ภายใต้การโฆษณาชวนเชื่อผ่านสื่อต่างๆ ในเครือข่ายอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สามารถทำให้มวลชนของตนเกิดความเชื่อและการคล้อยตามสิ่งที่โฆษณามาโดยตลอด รวมทั้งสร้างผลข้างเคียงให้ประชาชนทั่วไปที่ไม่เห็นด้วยกับกลุ่มนปช. พลอยมีความหวั่นไหวไปด้วยในหลายๆ เรื่อง

 ผมค่อนข้างจะเห็นด้วยว่า เมืองไทยและคนไทยต่อจากนี้นั้น คงยากที่จะกลับมาเป็นเช่นเดิมอีก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นได้สร้างความแตกแยกชนิดที่ยากเกินกว่าจะประสานให้เป็นเนื้อเดียวกันได้สนิท แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไร เพราะเมื่อมาถึงตอนนี้ เราคงจะต้องเปลี่ยนมุมมองเมืองไทยและคนไทยกันเสียใหม่ ในแง่มุมใหม่ ด้วยสายตา และทัศนคติใหม่ 

 ที่สำคัญที่สุดก็คือทุกฝ่ายต้องไม่มองคนที่มีความเห็นต่างจากตนเป็นศัตรูที่จะต้องทำลายล้าง รวมทั้งต้องยอมรับสิทธิเสรีภาพของทุกๆ คน ที่อยู่ร่วมกันในสังคมไทย เพราะสังคมที่มีความแตกต่างกันทางความคิด และต่อสู้แข่งขันกันด้วยความคิดต่างหาก คือสังคมที่มีพัฒนาการ ซึ่งแน่นอนว่าเราอาจจะได้สังคมที่มีรูปแบบที่ผิดแผกไปจากเดิมบ้าง แต่ผมเชื่อว่าสิ่งที่เป็นคุณลักษณะเฉพาะตัวหรือค่านิยมที่แสดงออกถึงอัตลักษณ์แห่งความเป็นไทยแต่เดิมนั้น จะดำรงอยู่ต่อไปโดยไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงได้

 เวลาต่อไปนี้ ไม่ใช่เวลาที่จะมาใช้กาวยี่ห้อไหนยาแก้วที่แตกหรอกครับ แต่เป็นเวลาสำหรับการนำเศษแก้วมาหลอมให้เป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งอาจจะยากกว่า เหนื่อยกว่า และใช้เวลามากกว่า แต่เมื่อสำเร็จแล้วเราก็จะได้แก้วใบใหม่ที่สดใสขึ้นครับ