
ประเทศไทยเขตอภัยทาน
ป้ายผ้าขนาดใหญ่ แสดงว่าบริเวณวัดปทุมวนาราม เป็นเขตอภัยทาน ที่เด็ก ผู้หญิง และคนชรา อีกทั้งผู้ที่หวังจะหลบภัยจากกระสุนปืน ระเบิด ที่ไม่แน่ชัดว่ามาจากฝ่ายใด จะสามารถอุ่นใจได้ เมื่อเข้าไปในขอบเขตขัณฑสีมาของวัดใจกลางมหานครแห่งนี้
ปลาสนาการไปสิ้นเมื่อปรากฏภาพ 6 ศพ และอาวุธจำนวนมากภายในวัด ปริศนาฆาตกรรมครั้งนี้ ไม่เพียงนายโคทม อารียา ในฐานะผู้เสนอให้วัดปทุมวนารามเป็นเขตอภัยทานเท่านั้น ที่มีคำถามมากมาย หากแต่เขตอภัยทาน ซึ่งโดยทั่วไป เราอาจคุ้นเคยกับเขตวัดริมน้ำที่เป็นแหล่งปลาจำนวนมาก คำว่าอภัยทาน ก็ดูเหมือนจะต้องนิยามใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงด้วย
เขตอภัยทาน ตามความเชื่อดั้งเดิม หมายถึงเขตที่ให้ความไม่เป็นภัย นัยหนึ่งคือเขตห้ามกระทำความชั่วแก่สัตว์ โดยในทางพุทธศาสนา หมายรวมทั้งห้ามทำความชั่วต่อชีวิตสัตว์ทั้งปวง เขตอภัยทานมักกำหนดภายในพื้นที่ของศาสนสถานต่างๆ แต่ก็มีบางพื้นที่ในต่างประเทศที่กำหนดเป็นเขตอภัยทาน ที่ปล่อยให้สัตว์ชนิดต่างๆ อยู่อย่างอิสระ ปราศจากการรบกวน แม้คำ ความหมาย และภาพความเป็นจริง ของเขตอภัยทาน จะกลายเป็นคำถามสำหรับสังคมไทย แต่อภัยทาน หรือเขตที่ไม่เป็นภัย ก็อาจเป็นยอดปรารถนาของคนไทยยามนี้ เพราะหลังจากที่แกนนำ นปช.ประกาศสลายการชุมนุม คนไทยทั้งประเทศก็ได้รู้สึกว่า ประเทศไทยไม่ใช่พื้นที่ที่วางใจได้อีกแล้ว
นายจตุพร พรหมพันธุ์ เรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวแกนนำ นปช.เพื่อมิให้คนในชาติเกิดความหวาดระแวงกัน และพวกเขาจะได้ไปอธิบายความจริงให้กลุ่มคนเสื้อแดงเข้าใจสถานการณ์ หากคำคำนี้มิได้กล่าวมาจากนายจตุพร พรหมพันธุ์ ก็อาจพอเชื่อได้ แต่ด้วยเหตุที่มีคนอย่างนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายวีระ มุสิกพงศ์ มิใช่หรือที่ทำให้คนไทยรู้สึกแปลกแยกแตกต่าง แบ่งเป็นคนในเมือง คนชนบท แบ่งเป็นไพร่ เป็นอำมาตย์ คำเหล่านี้มีการพูดถึงกันน้อยลง เมื่อแกนนำ นปช.สาละวนอยู่กับการต่อรองกับรัฐบาล เรียกร้องให้องค์การระหว่างประเทศเข้ามาเป็นตัวกลางในการเจรจา จนกระทั่งต้องสลายตัวไปเพราะจำนนต่อสถานการณ์
ถึงแม้ในระยะใกล้ๆ นี้ เรายังไม่อาจคาดหวังสังคมที่สุขสงบได้ เพราะก็ยังคงมีผู้ที่มีอารมณ์ค้าง ไม่พอใจในจุดจบที่ผิดไปจากเป้าหมายอย่างมากของคนเสื้อแดง จนพยายามที่จะสร้างความปั่นป่วนให้เกิดขึ้นไม่สิ้นสุด แต่เมื่อขาดความเป็น “คนพวกมาก” ไม่มีปัจจัยทุน ไม่สามารถสร้างความสับสน เพื่อพรางตัวเข้ามาทำร้ายสังคมไทยได้ง่ายดายเหมือนก่อน โอกาสที่น้อยลงของกลุ่มคนที่ไม่ปรารถนาดีต่อประเทศชาติ ก็กลับจะเปิดพื้นที่ให้แก่คนไทยใฝ่สันติมากขึ้น ในการที่จะใช้ความรัก และการให้อภัยเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟูจิตใจ สร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น และในที่สุดประเทศไทยก็อาจเป็นเขตอภัยทานที่ปลอดจากความหวาดระแวง และเภทภัยใดๆ



