
กทม.ขอ7เดือนพิสูจน์บีอาร์ทีแก้จราจรได้หรือไม่
ธีระชน ขอเวลา 7 เดือน พิสูจน์บีอาร์ทีแก้จราจรหรือไม่ เผยรถบีอาร์ทีสะดุด 9 คัน สั่งกรุงเทพธนาคมเร่งแก้ไขด่วน
(1มิ.ย.) จากกรณีที่กรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดให้บริการเดินรถประจำทางด่วนพิเศษวิ่งชิดเกาะกลาง (บีอาร์ที) สายช่องนนทรี – ราชพฤกษ์ ระยะทางราว 16 กิโลเมตร ได้เปิดให้บริการประชาชนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านว่า โดยมีเสียงไม่พอใจถึงการเดินรถจากประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ว่าบีอาร์ทีเป็นต้นเหตุของปัญหารถติดในพื้นที่มากขึ้นโดยเฉพาะมีการกั้น 1 ช่องจราจร เพื่อให้รถบีอาร์วิ่ง จนเป็นต้นเหตุของปัญหารถติด
นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ตนขอชี้แจงเรื่องนี้ในฐานะวิศวกร ว่า จริงๆแล้ว บีอาร์ทีมีความโดดเด่นในระบบของตัวเองหากมีเลนเป็นของตัวเอง ไม่มีการแชร์เลนกับรถส่วนบุคคล ซึ่งตนเคยเห็นงานแชร์เลนที่ถนนลาดพร้าวสมัยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย และให้รถเมล์วิ่งเกาะกลางในชั่วโมงเร่งด่วน ช่วงเวลา 06.00-09.00 น. ซึ่งโครงการนั้นก็ไม่ประสบความสำเร็จ
อย่างไรก็ตามในทางเทคนิคนี้ต้องยอมรับว่ามีปัญหา แต่ในการดำเนินการมาแล้วก็ต้องทำโครงการให้แล้วเสร็จ ซึ่งตนยืนยันว่าไม่เคยเร่งรัดโครงการนี้มาก เพราะต้องใช้เวลา ซึ่งจุดนี้เองจึงเป็นเหตุผลที่ยืดการบริการเก็บ 10 บาทตลอดสาย ตั้งแต่เดือน ก.ย.ถึงสิ้นปี รวมที่วิ่งฟรี 3 เดือนเป็น 7 เดือน ซึ่ง 7 เดือนนี้เองเป็นสิ่งที่ตนจะขอให้ประชาชนได้รอให้โครงการบีอาร์ทีได้พิสูจน์ตัวเองด้วย
“ผมไม่ได้บอกว่าโครงการล้มเหลว แต่อยากให้โครงการบีอาร์ทีได้พิสูจน์ตัวเอง ผมยืนยันว่าไม่ได้ถอดใจและไม่ได้อึดอัดต่อปัญหา แต่ผมมองปัญหาว่าคือผลงานที่รอการแก้ ทุกครั้งที่เจอปัญหาผมวิงชาร์ตเสมอ ถ้าผมกลัวปัญหาผมถอยตั้งแต่เรื่องช้างเร่ร่อนไปนานแล้ว” รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าว
ส่วนกรณีที่ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าฯในฐานะผู้ริเริ่มโครงการสมัยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นผู้ว่าฯ กทม. ออกมาตำหนิความไม่พร้อมของการเปิดบริการบีอาร์ที จะทำให้เกิดผลกระทบหลายอย่างนั้น นายธีระชน กล่าวว่า ข้อมูลที่ดร.สามารถ ท้วงติงนั้น เชื่อว่าหลายอย่างใน 12 ข้อที่ท้วงติงนั้นเป็นเพราะท่านไม่รู้ข้อมูลที่แท้จริง ซึ่งส่วนใหญ่ สำนักการจราจรและขนส่ง(สจส.) มีคำตอบเกือบหมดแล้ว
ผู้สื่อข่ามถามว่าแสดงว่าในเส้นทางของหมอชิต – ศูนย์ราชการ ก็อาจจะยกเลิกการทำโครงการในเส้นทางดังกล่าว รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ในหลักการเบื้องต้นตนคิดว่าจะให้เอกชนเป็นผู้สัมปทานเดินรถ โดยไม่มีการทำเลนรถบีอาร์ทีขึ้นมาอีก แต่ได้ประสานบริษัท เมโทรบัส ในการเดินรถเส้นทางดังกล่าว เบื้องต้น บริษัท เมโทรบัสสนใจที่จะเดินรถ โดยกทม. จะเป็นผู้สนับสนุนการสร้างสถานีและจุดจอดรถ เพื่อให้บรรดาเศรษฐีที่ต้องส่งลูกเรียนในโรงเรียนนั้น หันมาให้ลูกๆใช้บริการที่ปลอดภัยในการเดินรถดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้อยู่ระหว่างให้ สจส. กลับไปศึกษาความเป็นไปได้
นอกจากนี้ได้รับรายงานว่า เมื่อค่ำวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา กรุงเทพธนาคมรายงานว่า รถบีอาร์ที จำนวน 9 คันวิ่งสะดุด ในจำนวนนี้ มี 1 คันจอดเสียวิ่งไม่ได้ จากการเติมแก๊สที่สถานีพระสมุทร หรืออาจเป็นที่ระบบหัวฉีดของรถ ซึ่งรายละเอียดนั้น ตนได้สั่งการให้กรุงเทพธนาคมฯ ได้เร่งแก้ไขโดยด่วนแล้ว
ด้านนายอมร กิจเชวงกุล กรรมการผู้อำนวยการบริษัท กรุงเทพธนาคม กล่าวว่า เหตุที่รถบีอาร์ทีเกิดปัญหาทั้ง 9 คันนั้น น่าจะมาจาก 1.ความแตกต่างของอุณหภูมิแก๊ส และ 2.หัวฉีดของรถทั้ง 9 คันอาจจะมีปัญหาแก๊สตกค้างที่มาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งทำให้หัวฉีดมีปัญหาปรับอุณหภูมิเข้ากับแก๊สในเมืองไทยไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ได้หารือกับบริษัท ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ในเรื่องแก๊สแล้ว ไม่น่าปัญหาไม่น่าจะมาจากแก๊ส เพราะแก๊สจากสถานีพระสมุทร เป็นแก๊สจากแหล่งเดียวที่ใช้ที่สถานีบางพลีด้วย จึงไม่น่าจะเป็นเรื่องแก๊ส อย่างไรก็ตามเบื้องต้นได้ให้ช่างเร่งดำเนินการตรวจสอบที่หัวฉีดแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้ง 9 คันภายในวันนี้



