
เฉลิมโว"จตุพร"น็อก"สุเทพ"แล้วโวยตรวจเอกสาร
เฉลิม โวยรัฐบาลขอตรวจเอกสารทุจริต อัดไม่ใช่ข้อมูลกระทบความมั่นคง มั่นใจใช้เวลาที่เหลือซักฟอกได้ โว"จตุพร"น็อก"สุเทพ"เรียบร้อยแล้ว สงวนอัดลุงจิ้นไร้คุณสมบัติเป็นรัฐมนตรี เพราะเป็นเจ้าของ บ.คู่สัญญารัฐ
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 1 มิ.ยร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า เท่าที่ฟังภาพรวมการอภิปรายในวันแรก เห็นว่ารัฐบาลโดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ตอบเรื่องการสลายการชุมนุมอยู่เรื่องเดียว ซึ่งเป็นการพูดที่ซ้ำซาก ตนมองว่ารัฐบาลควรใจกว้างและต้องเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านอภิปราย เพราะยังมีสมาชิกฝ่ายค้านอีกหลายคนที่จะชี้แจง ถ้าตนเป็นนายกฯจะให้ฝ่ายค้านพูดกันไปก่อนแล้วจึงจะตอบในตอนสุดท้าย เพื่อไม่ให้ประเด็นซ้ำกัน แต่การมาแย่งเวลาอภิปรายจะกระทบถึงคนอื่นรวมทั้งตนที่จะอภิปรายรัฐมนตรีอีก 5 คน ในประเด็นทุจริตและการอภิปรายสรุป
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า ส่วนการนำเสนอข้อมูล เอกสาร ประกอบการทุจริต เดิมไม่ต้องขออนุญาตใช้เอกสารจากกรรมการตรวจสอบ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดผลกับรัฐมนตรีและรัฐบาลที่ร่วมกันโกงสมบัติและภาษีของประชาชน ไม่ใช่เรื่องที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคง แต่กลับมาบอกว่าต้องขออนุญาต แสดงว่าฝ่ายค้านมีข้อมูลอะไรก็ต้องบอกรัฐบาลหมดเลยหรือ ถ้านำมาบอกก่อนรัฐบาลก็รู้หมดแล้วจะเรียกว่าอภิปรายไม่ไว้วางใจได้อย่างไรและที่ผ่านมาหากจะใช้เอกสารก็ขออนุญาตประธาน แต่ไม่เคยมีมาก่อนว่าเรื่องทุจริตต้องมาขออนุญาตให้มีการตรวจสอบการใช้เอกสารข้อมูล ที่ผู้อภิปรายเรียบเรียง เมื่อถามว่าฝ่ายค้านจะบริหารจัดการเวลาที่เหลือในการอภิปรายอย่างไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า คาดว่าปรับกันได้ แต่บางครั้งคนที่เตรียมข้อมูลอาจไม่ได้พูด ก็ต้องไปหารือกัน
“ถามว่ามีหมัดน็อกอะไรต้องฟังเอา แต่คุณสุเทพ ผมน็อกไม่ได้ เพราะนายจตุพร พรหมพันธุ์ เขาน็อกไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าผมไปน็อกก็หาว่าทารุณ ถ้าเปรียบเป็นมวยก็เรียกมวยสากล เพิ่งจะยกสาม แต่เขาต่อยกัน 12 ยก เหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ใช้เวลา 2 ปีครึ่งถึงรู้ว่านักศึกษาดี ไปทางไกลรู้กำลังม้า นานเวลารู้น้ำใจคน แต่ผมมั่นใจในข้อมูลของผม ” ร.ต.อ. เฉลิม กล่าว
“สงวน”อัด“ลุงจิ้น”ไร้คุณสมบัติเป็นรัฐมนตรี
ส่วนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายฯและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เมื่อเวลา 14.00 น.นายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย ได้เป็นผู้เริ่มอภิปรายไม่ไว้วางใจนายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า นายชวรัตน์ ไม่มีคุณสมบัติในการเป็นรัฐมนตรีแต่ต้น เพราะมีบริษัทที่เป็นคู่สัญญากับกิจการรัฐหลายอย่าง เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 40 และปี 50 นั้น ห้าม ส.ส.และ สว.เป็นคู่สัญญากับรัฐ ที่มีลักษณะผูกขาดและตัดตอน และในเรื่องคู่สัญญากับรัฐ ตามรัฐธรรมนูญปี 50 ยังถูกบังคับใช้กับคู่สมรส และบุตรด้วย บริษัทที่ตนว่า คือบริษัทชิโน-ไทย แต่ ครม.ได้อนุมัติเงินก่อสร้างให้บริษัทรัฐมนตรีหลายงาน ทั้งที่ไม่มีสิทธิ์ เนื่องจากขัดกฎหมายว่าด้วยผลประโยชน์ทับซ้อน ชิโน-ไทย เป็นของรัฐมนตรี เช่น ในส่วนรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งมีการทำหนังสืออนุมัติวงเงินไม่ถูกต้องด้วย ต้องหักภาษีออก เหลือ 3.3 หมื่นล้านบาท ไม่ใช่ 3.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งสภายังไม่ลงมติ เนื่องจากต้องขออนุมัติเงินกู้
นพ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย อภิปรายในเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นว่าหลังปฏิวัติยึดอำนาจ คตส.ได้มีการตรวจสอบทุจริตทุกโครงการสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แล้วถึงวันนี้เป็นอย่างไรพอมาถึงรัฐบาลชุดนี้ปลากระป๋องก็เน่า ทุจริต สาธารณสุข รัฐมนตรี ข้าราชการก็รับผิดชอบหมดแล้ว ทุจริตซื้อขายตำแหน่งในกระทรวงมหาดไทย ตกต่ำสุดๆ และที่อับยศสุดๆทุจริตจัดซื้อ จีที 200 จำนวน 1,456 เครื่อง ของกระทรวงกลาโหม ราคาแตกต่างกันอย่างมากมาย ทำไมปล่อยให้ทุจริตคตโกงกันขนาดนี้ เป็นเงิน 1,000 ล้านบาท อยู่ได้อย่างไร หรือถูกขี่คอ จะโกงกิน ยอมถึงขนาดนั้นหรือ เพื่ออยู่เป็นนายกฯ



