
"วีป"มองไกล ปั้น60นักชก สู้โอลิมปิก2016
"เสธ.วีป" พล.อ.ทวีป จันทรโรจน์ ประมุขใหญ่มวยสากลสมัครเล่น มองข้ามช็อตปั้น 60 นักชกอายุ 16-20 ปี ไว้เตรียมสู้โอลิมปิก 2016 ที่บราซิล เริ่มได้ปีหน้า จะได้ขึ้นมาทดแทนรุ่นพี่ที่โรยรา อีกทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วก็ใช้สูตรสำเร็จนี้
พล.อ.ทวีป จันทรโรจน์ นายกสมาคมมวยสากลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เหลือระยะเวลาอีกไม่มากนักโอลิมปิกเกมส์ ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษในปี 2012 จะเปิดฉากขึ้นแล้ว ในส่วนของขุนพลเสื้อกล้ามทีมชาติไทยเวลานี้ยังคงปักหลักเก็บตัวฝึกซ้อมที่โบนันซ่า เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา พร้อมกันนี้จะมีแมทช์สำคัญต่างๆ ให้นักกีฬาไปแย่งตั๋วเพื่อคว้าสิทธิ์ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย "ลอนดอนเกมส์" ให้มากที่สุด ส่วนตัวมองว่า โอกาสที่นักชกไทยจะคว้าเหรียญทองในรายการใหญ่ระดับโลกเช่นนี้มีแค่ 5 รุ่นเท่านั้นเอง คือ รุ่น 49 กก., รุ่น 52 กก., รุ่น 56 กก., รุ่น 60 กก. และ รุ่น 64 กก. ส่วนที่เหลือบอกตามตรงว่า ยากเต็มที
"อย่างไรก็ตามก่อนที่โอลิมปิก ที่ลอนดอนจะเริ่มขึ้นนั้น เรายังมีศึกเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่กวางโจว ประเทศจีน เป็นด่านทดสอบว่า นักชกไทยมีโอกาสที่จะหยิบเหรียญทองได้มากน้อยแค่ไหน เพราะคู่แข่งสำคัญในเอเชีย อย่าง เกาหลีใต้, อิหร่าน, คาซัคสถาน, อินเดีย และจีน ฝีมือไม่ธรรมดาเช่นกัน หากสามารถผ่านด่านทดสอบนี้ไปได้ โอกาสที่จะคว้าเหรียญทองในโอลิมปิกย่อมมีสูง แต่ถ้าไม่สามารถผ่านตรงจุดนี้ไปได้ ก็ต้องกลับมาวิเคราะห์หาสาเหตุว่า เกิดจากอะไร และต้องหาทางปรับปรุงแก้ไขโดยด่วน เพราะโอลิมปิกเกมส์หนนี้ สมาคมมีจุดมุ่งหมายเดียว คือ เหรียญทองเท่านั้น จึงเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารและทีมงานสตาฟฟ์โค้ชที่จะต้องช่วยกันทำการบ้านอย่างหนัก"
นายกสมาคมมวยสากลสมัครเล่น ยังกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ในส่วนของการบริหารงานสมาคมไม่ได้มองแค่โอลิมปิกเกมส์ที่อังกฤษแล้วจบภารกิจ แต่ตนได้ให้นโยบายการทำงานไปถึงโอลิมปิกเกมส์ปี 2016 ที่กรุงริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล แล้ว โดยเฉพาะการปั้นนักชกสายเลือดใหม่ไล่ตั้งแต่อายุระหว่าง 16-20 ปีหัวกะทิจากทั่วประเทศจำนวน 60 คนให้มาเก็บตัวฝึกซ้อมในแคมป์ทีมชาติไทยในปีหน้านี้ เพื่อต้องการสร้างนักชกเหล่านี้ขึ้นมาทดแทนรุ่นพี่ที่โรยราในอนาคต ที่สำคัญนักกีฬาเหล่านี้จะได้ซึมซับเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากรุ่นพี่เพื่อเป็นนักมวยที่ดีได้ เพราะการสร้างนักชกคนคนหนึ่งกว่าจะประสบความสำเร็จสูงสุดได้ ต้องใช้ระยะเวลาในการทำงานหลายปี
ดังนั้นแนวทางการทำงานที่จะใช้ในปีหน้านี้ถือว่า เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหลายประเทศที่เขามีการพัฒนาวงการกำปั้นไปสู่ระดับโลกหรือเหรียญทองโอลิมปิก ก็ใช้สูตรสำเร็จเหล่านี้คือ ระยะเวลา 5-6 ปีสร้างดาวรุ่งขึ้นมาทดแทนที่มีอยู่ แม้ว่า ช่วงระยะแรกอาจหวังผลอะไรไม่ได้มากนัก แต่ระยะยาวส่วนตัวมั่นใจว่า เด็กชุดนี้จะเป็นกำลังหลักสำคัญต่อไป



