
สะท้อน... หญิงไทยฉลาด ไม่เป็นทาส ตลาดบุหรี่
ถึงแม้บุหรี่จะมีโทษมากมายแต่ทุกวันนี้ก็ยังมีคนสูบควันพิษจากมวนสีขาวอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้หญิงในประเทศไทยที่มีผลการสำรวจพบว่า มีอัตราการสูบมากถึง 8.4 แสนคน และมีแนวโน้มที่จะสูบบุหรี่เพิ่มสูงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น เนื่องใน "วันงดสูบบุหรี
เริ่มจากสาวรุ่นใหม่ "ปุ๊ก" กฤตยา เลาหพงศ์ชนะ ซึ่งมองว่าผู้หญิงสูบบุหรี่ถือเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความเท่าเทียมกับผู้ชาย แต่อยากให้หันมาสนใจสุขภาพของคนรอบข้างบ้าง เพราะคนที่ได้รับสารพิษจากคนสูบบุหรี่ไม่ได้มีแค่คนสูบเพียงคนเดียวเท่านั้น
"เห็นด้วยกับคำขวัญนี้นะ คิดว่าน่าจะช่วยเตือนสติคนที่กำลังสูบหรือคิดที่จะสูบได้บ้าง เพราะอาจจะช่วยกระตุ้นเตือนบางคนได้ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย สำหรับตัวปุ๊กเองจะให้เกียรติกับทุกคน เห็นคนสูบบุหรี่ก็เฉยๆ ไม่ได้อยากยุ่งแต่ก็อยากให้เลิก ผู้หญิงสูบบุหรี่อาจจะทำให้ดูเป็นคนกล้าแสดงออก คนที่สูบบุหรี่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคนไม่ดี แต่อยากให้ทุกคนหันมาสนใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะกลิ่นบุหรี่รบกวนและทำลายสุขภาพไม่ใช่แค่เราแต่เผื่อไปยังคนรอบข้างเราด้วย ต้องให้คนสูบตระหนักถึงผลเสียตรงนี้เอง" สาวปุ๊กแจง
ด้านนักบริหารหนุ่มอารมณ์ดี "ปลาทู" ดิฐวัฒน์ อิสสระ รู้สึกตกใจกับอัตราผู้หญิงสูบบุหรี่ที่พุ่งสูงขึ้น แถมยังเปรยถึงผู้หญิงที่จะมาเป็นแม่ของลูกด้วยว่า ถ้าหากสูบบุหรี่คงไม่ใช่เรื่องที่ดีอย่างแน่นอน
"ต้องยอมรับว่าสมัยนี้ผู้หญิงสูบบุหรี่กันเยอะ ทั้งๆ ที่ผู้ชายมีหน้าที่ทำงานส่วนผู้หญิงดูแลครอบครัว น่าจะเป็นผู้ชายที่เครียดและสูบบุหรี่มากกว่า ส่วนตัวแล้วค่อนข้างชินมาตั้งแต่เด็ก เพราะต้องพบปะผู้คนตลอดทั้งที่มหาวิทยาลัยหรือเวลาไปเที่ยว สภาพแวดล้อมนอกบ้านเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ แต่ถึงอย่างไรบุหรี่ไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพแน่ ไม่ว่าจะเป็นระยะยาวหรือระยะสั้น ความจริงคนสูบบุหรี่ก็ไม่ผิดนะ ไม่ได้ดูแย่จนถึงกับรับไม่ได้ แต่ถ้าไม่สูบก็น่าจะดีกว่า" หนุ่มไฟแรงกล่าว
อีกหนึ่งสาวที่ไม่พิสมัยการสูบบุหรี่ อีกทั้งยังประกาศตัวชัดเจนว่า ไม่ชอบคนสูบบุหรี่อย่างแรงนั่นคือ "ต่าย" นิทรา กิติยากร ณ อยุธยา เผยว่าดีใจมากที่มีแคมเปญนี้ขึ้นมา โดยเฉพาะประเด็นการพูดคุยถึงผลเสียของการสูบบุหรี่ในระยะใกล้ เช่น สูบบุหรี่แล้วจะทำให้ผิวหน้าเหี่ยวย่น เพราะผู้หญิงกลัวไม่สวยมากกว่ากลัวโรคมะเร็ง
"ต่ายไม่เคยสูบบุหรี่จึงไม่รู้ว่าการสูบเอาความร้อนใส่ตัวจะดีตรงไหน แต่ในฐานะที่มีลูกสาว ก็รู้สึกดีใจที่มีการรณรงค์แคมเปญนี้ขึ้นมา อย่างน้อยเด็กก็ได้รู้ถึงผลเสียของการสูบบุหรี่ ขณะเดียวกันผู้ปกครองบางคนก็จะได้หันมาเอาใจใส่มากขึ้น โดยเฉพาะผลเสียเรื่องหน้าเหี่ยวหน้าย่น อันจะเห็นผลในระยะเวลาสั้นๆ ส่วนตัวจะบอกกับลูกเสมอว่า ให้ดูแม่เป็นตัวอย่าง เท่ได้ เปรี้ยวได้ ไม่จำเป็นต้องอาศัยบุหรี่เลย บางคนอาจจะยกเหตุผลว่าแก้เครียด แต่เคี้ยวหมากฝรั่งก็น่าจะช่วยได้ อย่างมีเพื่อนบางคนสูบบุหรี่มานานมีปัญหาเรื่องผิวเสียเหมือนกัน แต่พอเลิกสูบแล้วหน้าก็เริ่มใสขึ้น ทางที่ดีไม่ต้องเริ่มเลยจะดีกว่า" คุณแม่ยังสวยแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่
เช่นเดียวกับ "จิ๊บ" วรนันท์ อิศรเสนา ณ อยุธยา แจงว่า โดยส่วนตัวไม่สูบบุหรี่และไม่เคยคิดจะสูบอยู่แล้ว บวกกับที่ตัวเองเป็นโรคภูมิแพ้ ทุกครั้งที่ควันบุหรี่เข้าตาจะรู้สึกแสบตามาก เหตุนี้จึงต้องห่างไกลจากบุหรี่ในทุกกรณี เมื่อก่อนมีเพื่อนหลายคนคิดว่าสูบแล้วเท่ แต่พอเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่ ได้เรียนรู้ถึงข้อเสียของการสูบบุหรี่ ทำให้เพื่อนๆ เลิกสูบกัน แต่ยังมีบางคนอ้างว่าสูบเพราะความเครียดซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ผิด เพราะการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมอย่างอื่น น่าจะช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ดีกว่าการสูบบุหรี่อย่างแน่นอน
ด้านหนุ่ม เบน ณ นคร มองว่าการสูบบุหรี่เป็นสิทธิของแต่ละคน ไม่ได้ส่งผลดีต่อใครทั้งนั้น สุดท้ายแล้วคนสูบไม่ได้เดือดร้อนแค่คนเดียว กลับทำให้คนรอบข้างได้รับผลกระทบไปด้วย
"ผมเห็นด้วยที่ว่าผู้ชายไม่ชอบผู้หญิงสูบบุหรี่ ทำให้ภาพลักษ์ออกมาไม่ดี ผมไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายอะไรถ้าสูบอยู่คนเดียวในบ้านหรือที่ส่วนบุคคล ไม่ทราบว่าตอนนี้ผู้หญิงสูบบุหรี่กลายเป็นเทรนด์ไปได้ยังไง อาจจะเพราะการทำงานในสังคมผู้ชายจะได้เปรียบมากกว่าผู้หญิง ทำให้เกิดสภาพความเครียดจากการแข่งขัน หรืออาจจะเป็นเพราะเพื่อน เมื่อเพื่อนสูบกันหมดจะไม่สูบอยู่คนเดียวก็ไม่ได้ เลยเกิดพฤติกรรมการเลียนแบบตามกันมา ตัวผมเองก็มีเพื่อนสูบบุหรี่เยอะมาก แต่ก็ไม่เคยไปออกคำสั่งให้เพื่อนเลิกสูบนะ คือ ถ้าเลิกไปได้เลยก็ดีหรือไม่ก็ขอให้สูบน้อยลงกว่าเดิม เพราะสุดท้ายผลที่ได้รับหลักๆ ก็คือตัวผู้สูบเองทั้งนั้น" หนุ่มเบนกล่าวปิดท้าย
เมื่อกระแสสังคมชัดเจนอย่างนี้แล้ว สิงห์อมควันทั้งหลายคิดเห็นเช่นไร ก็ลองเอาตัวเองเป็นที่ตั้งสำคัญละกันนะคร้า...เพราะไม่ว่าผลดีหรือร้าย ล้วนตกอยู่ที่ตัวเองทั้งนั้น มิชิ มิชิ...



