ข่าว

สัมพันธ์ไทย-จีนลึกซึ้งแค่ไหน?

สัมพันธ์ไทย-จีนลึกซึ้งแค่ไหน?

31 พ.ค. 2553

คนไทยมักเข้าใจว่า สัมพันธ์ไทย-จีนดีมากและลึกซึ้งที่สุด เพราะมีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยาวนานเป็นพันๆ ปี บ้างก็ว่าราชวงศ์ของไทยเสด็จฯ เยือนจีนบ่อยจนนับครั้งไม่ถ้วน ย่านจีนในถนนเยาวราชแสดงให้ถึงวัฒนธรรมจีนที่เจริญรุ่งเรือง ตอนนี้ภาษาจีนกำลั

 แต่พอถามคนไทยว่า เคยอ่านหนังสือแปลของนักเขียนจีนไหม? รับรองได้ร้อยเปอร์เซ็นต์จะตอบแบบงงๆ ว่า มีด้วยเหรอ คนไทยไม่ได้แปลหนังสือจีนทั้งนวนิยายหรือหนังสือวิชาการมาเป็นไทยมานานแล้ว อาจจะมีบางคนเคยอ่านงานของท่านประธานเหมา หรือนานๆ ครั้งจะมีคนบอกว่าเคยอ่านหนังสือ “ไดอารี่ของอาคิว" เขียนโดยหลู่ซุ่น ทั้งนี้เป็นเพราะว่าไทยขาดบุคลากรทางด้านการแปลนี้มานานเป็นสิบๆ ปี มีแต่แปลจากภาษาอื่นๆ

 หันมาดูทางด้านวิชาการบ้าง จะพบว่าจีนศึกษาในมหาวิทยาลัยไทยต่างๆ ถึงแม้นมีมานาน แต่ก็ไม่ได้พัฒนาก้าวไกลไปไหน นักวิชาการไทยศึกษาเกี่ยวกับประเทศจีนมีน้อยมาก มีผลงานค้นคว้าเป็นของตัวเองน้อย ทั้งๆ ที่สัมพันธ์ไทย-จีนมีความสำคัญ ไม่ต้องไปดูวิชาอื่นๆ เฉพาะเช่นกฎหมาย ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศิลปะ เป็นต้น

 ที่น่าสนใจคือ ขณะนี้วงการศิลปะจีนเป็นที่กล่าวขวัญกันมาก เพราะมีผลงานแปลกๆ ออกมาโชว์เยอะมาก เป็นที่ยอมรับของบรรดากลุ่มผู้ซื้อราคาดีเสียด้วย อยากรู้เหมือนกันว่ามีคนไทยสักกี่คนที่อาสาไปเรียนวิชาศิลปะที่จีน คนไทยส่วนใหญ่จบวิชาด้านนี้จากมหาวิทยาลัยตะวันตกแทบทั้งสิ้น

 อีกไม่นานความสัมพันธ์ไทย-จีนจะถูกท้าทาย เพราะมีคู่แข่งในเวทีนานาชาติ ประเทศอื่นๆ ก็อยากมีสัมพันธ์อันดีกับจีนแทบทั้งสิ้น จีนเนื้อหอมมาก ไม่ง้องอนใครให้เสียเวลา ฝ่ายไทยไม่ได้วางแผนยุทธศาสตร์ยาวในการสร้างสัมพันธ์และความร่วมมือไทย-จีน นี่เป็นสาเหตุที่ความร่วมมือในบางเรื่องมีปัญหา

 ยกตัวอย่างชัดๆ คือกลุ่มข้าราชการที่ดูแลเรื่องจีนในกระทรวงต่างๆ ทำหน้าที่ของตัวเองไป ไม่มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับจีนจากฝ่ายเอกชน ไม่มีการเปลี่ยนงานเพื่อเพิ่มองค์ความรู้ พูดง่ายๆ คือต่างฝ่ายต่างทำ ติดต่อกันไปเรื่อย ไม่มีความคิดแบบบูรณาการประสบการณ์และองค์ความรู้เกี่ยวกับจีน จึงไม่แปลกที่ความรู้เกี่ยวกับจีนยังอยู่วงจำกัดและตื้นเขิน

 ส่วนบริษัทไทยที่มีความใกล้ชิดกับจีน มีการลงทุนในจีน ต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งคือกลุ่มพ่อค้าเหล่านี้กินบุญเก่าแทบทั้งสิ้น พร้อมกับเส้นสายที่ได้สร้างสมสืบทอดกันมานานเป็นเวลา 50-60 ปี บริษัทไทยใหม่เข้าไปทำมากินนั้นไม่หมู

 จริงอยู่ ตอนนี้มีคนไทยและนักเรียนไทยเรียนภาษาจีนมากขึ้นกว่าเดิมเยอะ ทั้งในไทยและในประเทศจีน แต่มันเป็นการเรียนภาษาอย่างเดียวเป็นส่วนใหญ่ เพื่อนำมาใช้ในการทำธุรกิจหรือติดต่อคนจีน เรายังขาดผู้ทรงคุณวุฒิที่รู้เรื่องจีนแบบถึงกึ๋นในทุกๆ ด้าน