ข่าว

สิทธิของประชาชนแท้จริง

สิทธิของประชาชนแท้จริง

31 พ.ค. 2553

การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลโดย ส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยเน้นการสลายการชุมนุมมวลชนเสื้อแดง และแกนนำซึ่งต้องเผชิญกับคดีร้ายแรง เช่นการก่อการร้าย ใช้ความรุนแรงโดยอาวุธสงคราม รวมทั้งประเด็นการทุจริต คอรัปชั่น เป็นการอ้างสิทธิของ ส.ส. เพื่อตรวจสอบรัฐบาล

โดยไม่คำนึงถึงพฤติกรรมของตัวเองว่าเหมาะสม มีเกียรติภูมิเพียงพอหรือไม่ หรือแม้กระทั่งความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งมองว่า ส.ส.ฝ่ายค้านหวังล้มรัฐบาล หลังจากการชุมนุมโดยกลุ่มเสื้อแดงไม่ประสบผลสำเร็จ รวมทั้งการเผาบ้านเผาเมืองก็ตาม

 เมื่อประชาชนทนต่อพฤติกรรมไร้ยางอายของนักการเมืองไม่ได้ แต่ไม่มีโอกาสได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ จำเป็นต้องใช้ช่องทางอื่นเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของตนเอง รวมทั้งป้องกันไม่ให้ ส.ส.ซึ่งมีผลประโยชน์แอบแฝง รับใช้กลุ่มขบวนการนอกกฎหมาย ได้ทำลายชาติบ้านเมืองเช่นกัน ดังนั้นกลุ่มประชาชนจึงใช้สิทธิเข้าชื่อยื่นต่อรัฐสภาเพื่อถอดถอน ส.ส. ซึ่งมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ หรือรับใช้กลุ่มก่อการร้าย รวมทั้งยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อพิจารณายุบพรรค โดยในกรณีนี้พรรคเพื่อไทยถูกกล่าวหาว่าได้กระทำการไม่สมควร ละเมิดกฎหมาย

 ทั้งนี้ นายนิติธร ล้ำเหลือ ในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและทนายความของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เดินทางมายื่นเรื่องต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง และคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อขอให้พิจารณายุบพรรคเพื่อไทยและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย คณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคที่เป็น ส.ส.มีพฤติกรรมการดำเนินกิจกรรมที่เข้าไปร่วมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ

 ในคำร้องนั้นระบุว่าการชุมนุมดังกล่าว ส.ส.ซึ่งถูกกล่าวหา ได้มุ่งล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเป็นการกระทำที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ และขัดต่อกฎหมายและความสงบเรียบร้อยของประชาชน อันเป็นการกระทำตามความผิดมาตรา 94 ของ พ.ร.บ.พรรคการเมืองและรัฐธรรมนูญมาตรา 68 พ.ศ.2550 คำร้องได้ชี้ให้เห็นอีกว่าการดำเนินกิจการของพรรคเพื่อไทยที่ผ่านมาได้เข้าไปเกี่ยวข้องและสนับสนุนกับกลุ่มเสื้อแดงตั้งแต่ พ.ศ.2552 ที่มีการปิดล้อมศาลากลางจังหวัด จนถึงการเคลื่อนไหวในปัจจุบันที่มีการสั่งให้ผู้ชุมนุมเผาสถานที่ต่างๆ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไม่อยู่ในกฎหมาย และข้อบังคับพรรคตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง รวมทั้งไม่อยู่ในเจตนารมณ์ของพรรค

เมื่อดำเนินตามขั้นตอนของการใช้สิทธิตามกฎหมาย ทั้งรัฐสภาและ กกต. สมควรพิจารณาคำร้องโดยด่วน เพื่อความยุติธรรม และป้องกันไม่ให้ ส.ส.กระทำความเสื่อมเสียต่อสถาบันรัฐสภา และทำตัวเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ รวมทั้งต้องประเมินเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ว่าสมควรหรือไม่ ในกรณีกระทำความผิดร้ายแรง เช่นการก่อการร้าย และล้มล้างสถาบันหลักของชาติ